โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Bond Yield คืออะไร? เข้าใจอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ควรรู้

บล.หยวนต้า

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 19.26 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 19.26 น.

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมข่าว bond yield สหรัฐฯ ขยับขึ้นลงเพียงเล็กน้อย แต่กลับส่งผลสะเทือนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก? Bond yield หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตร คือตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนต้นทุนของเงินในระบบเศรษฐกิจ และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนทุกระดับควรทำความเข้าใจ

บทความนี้จะอธิบายให้ชัดเจนว่า bond yield ทำงานอย่างไร มีปัจจัยอะไรที่ส่งผลกระทบ และนักลงทุนจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ได้อย่างไร

Bond Yield คือผลตอบแทนจากการถือครองตราสารหนี้

Bond yield คืออัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการลงทุนในตราสารหนี้ โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาล เปรียบง่ายๆ เหมือนดอกเบี้ยที่ได้รับจากการฝากเงินประจำ แต่มีกลไกที่ซับซ้อนกว่า เพราะราคาพันธบัตรสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในตลาดรอง

ทำไม Bond Yield ถึงเป็นหัวใจของตลาดการเงิน

1.ความสัมพันธ์ระหว่างราคาและ Yield

หลักการพื้นฐานที่ต้องจำคือ ราคาตราสารหนี้เคลื่อนไหวสวนทางกับ bond yield เสมอ เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับสูงขึ้น ตราสารหนี้ที่ออกใหม่จะเสนอดอกเบี้ยที่น่าสนใจกว่า ทำให้ตราสารหนี้เดิมมีราคาลดลง ส่งผลให้ yield ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกัน เมื่อดอกเบี้ยลดลง ตราสารหนี้เดิมที่จ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น ราคาจึงปรับสูงขึ้นและ yield ก็ลดลง

2.ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Bond Yield

Bond yield ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโดยไม่มีเหตุผล มีปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทาง ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลาง ซึ่งเป็นตัวแปรหลักที่ส่งผลโดยตรง เมื่อธนาคารกลางปรับขึ้นดอกเบี้ย bond yield มักปรับตัวขึ้นตาม นอกจากนี้ยังมีอัตราเงินเฟ้อ ความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกพันธบัตร และอุปสงค์-อุปทานในตลาดตราสารหนี้

3.Bond Yield กับผลกระทบต่อตลาดหุ้น

ในทางทฤษฎีการเงิน bond yield ถือเป็นอัตราคิดลด (Discount Rate) ที่ใช้คำนวณมูลค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน เมื่อ bond yield เพิ่มขึ้น มูลค่าเหมาะสมของตลาดหุ้นมักถูกกดดันให้ลดลง เพราะนักลงทุนมีทางเลือกผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำกว่า นี่คือเหตุผลว่าทำไมข่าว bond yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับตัวขึ้น จึงมักทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐาน

4.ประเภทของ Bond Yield ที่ควรรู้จัก

นักลงทุนมักพบ bond yield หลายรูปแบบ ที่สำคัญคือ Coupon Rate ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วที่กำหนดตั้งแต่ออกพันธบัตร, Current Yield ที่คำนวณจากดอกเบี้ยเทียบกับราคาตลาดปัจจุบัน และ Yield to Maturity (YTM) ซึ่งเป็นผลตอบแทนรวมหากถือจนครบกำหนดไถ่ถอน โดย YTM ถือว่าเป็นตัววัดที่ครอบคลุมที่สุดเพราะคำนึงถึงทั้งดอกเบี้ย ราคาซื้อ และมูลค่าที่จะได้รับเมื่อครบกำหนด

5.กลยุทธ์ลงทุนตาม Bond Yield

การเข้าใจ bond yield ช่วยให้นักลงทุนวางแผนได้ดีขึ้น ในช่วง yield ขาขึ้น การเลือกตราสารหนี้ระยะสั้นจะช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญเสียราคา และเปิดโอกาสลงทุนใหม่ที่ yield สูงขึ้นได้เร็ว ในทางกลับกัน หาก bond yield มีแนวโน้มลดลง การลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวจะช่วยล็อคผลตอบแทนที่น่าสนใจไว้ได้นานขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

Q: Bond yield กับอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่างกันอย่างไร?

A: อัตราดอกเบี้ยนโยบายคืออัตราที่ธนาคารกลางกำหนด ส่งผลต่อต้นทุนเงินในระบบโดยรวม ส่วน bond yield คือผลตอบแทนจริงที่นักลงทุนได้จากการถือพันธบัตรในตลาด ซึ่งเปลี่ยนแปลงตามอุปสงค์-อุปทานและความคาดหวังของตลาด ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน แต่ไม่ได้เท่ากันเสมอ

Q: มือใหม่ควรเริ่มติดตาม bond yield อายุเท่าไรก่อน?

A: แนะนำให้เริ่มจาก bond yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปีเพราะเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่ทั่วโลกใช้อ้างอิง และยังเป็นตัวบ่งชี้ทิศทางเศรษฐกิจระยะกลางถึงยาวที่สำคัญ หลังจากนั้นจึงค่อยศึกษา bond yield ระยะสั้น (2 ปี) เพื่อเปรียบเทียบเพิ่มเติม

เข้าใจ Bond Yield เปิดมุมมองการลงทุนที่กว้างขึ้น

Bond yield ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวสำหรับนักลงทุน ไม่ว่าจะลงทุนในหุ้น กองทุนรวม หรือตราสารหนี้ การเข้าใจทิศทางของ bond yield จะช่วยให้ประเมินสถานการณ์ตลาดและวางกลยุทธ์ได้อย่างมีข้อมูลรองรับ Yuanta Securitiesพร้อมเป็นพันธมิตรการลงทุนของคุณด้วยประสบการณ์กว่า 49 ปีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.หมายเลข 19 และเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทันสมัย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจ

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

Leadform.webp

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...