โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

แนวคิดสมาร์ตโฟนจอพับ E Ink tinyBook Flip ที่ออกแบบมาเพื่อลดอาการติดสมาร์ตโฟน

Siamphone

อัพเดต 18 เม.ย. เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 00.00 น.
แนวคิดสมาร์ตโฟนจอพับ E Ink tinyBook Flip ที่ออกแบบมาเพื่อลดอาการติดสมาร์ตโฟน

สมาร์ตโฟนส่วนใหญ่ในปัจจุบันถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่า "วางไม่ลง" หน้าจอที่มักจะถูกวางหงายขึ้นบนโต๊ะพร้อมสว่างขึ้นทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือน ทำให้การหยิบขึ้นมาเช็กดูอีกสักครั้งเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายดายโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นความตั้งใจออกแบบฮาร์ดแวร์เพื่อขจัดอุปสรรคในการใช้งานออกไป เพื่อทำให้สมาร์ตโฟนเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน

ทว่า แนวคิดของสมาร์ตโฟนที่ชื่อว่า tinyBook Flip กลับตั้งคำถามที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ "จะเกิดอะไรขึ้น หากสมาร์ตโฟนถูกออกแบบมาเพื่อหลีกทางให้กับชีวิตของเรา?"

การออกแบบและกลไกที่ช่วยลดการเสพติด

tinyBook Flip เป็นแนวคิด (Concept) สมาร์ตโฟนจอพับแนวตั้งที่สร้างขึ้นโดยใช้หน้าจอแสดงผลแบบ E Ink ขนาด 6.1 นิ้ว จุดเด่นคือเมื่อพับปิดหน้าจอลง ตัวเครื่องจะหดตัวกลายเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดกะทัดรัด ขอบโค้งมน พร้อมพื้นผิวสีขาวด้าน ซึ่งมีสัดส่วนที่ดูคล้ายกับกระดาษจดบันทึกแบบพับได้มากกว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน และที่สำคัญคือหน้าจอจะถูกซ่อนไว้ด้านในทั้งหมด เมื่อปิดเครื่องจะไม่มีหน้าจอสี่เหลี่ยมที่มีแสงเรืองรองวางหงายอยู่บนโต๊ะ ไม่มีแสงไฟแจ้งเตือนที่คอยกระตุ้นให้เราหยิบขึ้นมาเช็ก มันจะกลายเป็นเพียงวัตถุขนาดเล็กที่เงียบสงบ ซึ่งรูปทรงในขณะพับนี้ทำงานตอบโจทย์ด้านพฤติกรรมมากกว่าที่ตาเห็น เพราะการจะใช้งานสมาร์ตโฟนเครื่องนี้ ผู้ใช้จะต้องใช้ความพยายามทางกายภาพในการ "กางเครื่องออก"

อุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ ที่เพิ่มเข้ามาเพียง 2 วินาทีนี้ ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการ "หยิบสมาร์ตโฟนแบบอัตโนมัติ" ให้กลายเป็นการ "ตัดสินใจอย่างมีสติ" ซึ่งความล่าช้าเพียง 2 วินาทีนั้นมักจะเพียงพอที่จะเข้าไปขัดจังหวะวงจรการเสพติดสมาร์ตโฟนได้ แนวคิดนี้ถือเป็นการนำเอาอุปสรรคในการใช้งานมาเปลี่ยนเป็น "ฟีเจอร์หลัก" ของการออกแบบ ซึ่งฉีกกฎเกณฑ์ของสมาร์ตโฟนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

ข้อจำกัดของจอ E Ink ที่จงใจสร้างมาเพื่อหยุดการไถฟีดโซเชียลมีเดียแบบไม่รู้จบ

หน้าจอ E Ink ทำหน้าที่เป็นอุปสรรคชั้นที่สอง ซึ่งมีความชัดเจนและส่งผลโดยตรงต่อการใช้งาน หน้าจอประเภทนี้มีอัตราการรีเฟรชที่ช้า แสดงผลเป็นระดับสีเทาหรือสีที่ดูจืดชืด และไม่สามารถรองรับภาพเคลื่อนไหวที่มีความเร็วสูงได้

ผลลัพธ์ก็คือการไถฟีดโซเชียลมีเดียแบบไม่รู้จบจะกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ การดูวิดีโอสั้นจะกลายเป็นสิ่งที่แทบจะดูไม่ได้เลย แอปพลิเคชันใดๆ ที่พึ่งพาสีสันสดใส การเคลื่อนไหว และการตอบสนองทางภาพอย่างรวดเร็ว จะหยุดทำงานในรูปแบบที่มันถูกออกแบบมา ซึ่งนี่คือความตั้งใจหลักของตัวเครื่อง ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ใช่ข้อบกพร่องทางวิศวกรรมของเทคโนโลยีจอภาพยุคเก่า แต่เป็นโครงสร้างที่จงใจทำให้พฤติกรรมการเสพติดหน้าจอเป็นเรื่องที่ไม่น่าอภิรมย์อีกต่อไป

ในทางกลับกัน หน้าจอ E Ink กลับทำหน้าที่บางอย่างได้ดีเยี่ยมและสอดคล้องกัน เช่น การอ่านข้อความ, การส่งข้อความ, การดูปฏิทิน และการใช้งานอินเทอร์เฟซแบบภาพนิ่ง ภาพเรนเดอร์ของ tinyBook Flip แสดงให้เห็นถึง UI ที่สร้างขึ้นบนจุดแข็งเหล่านี้อย่างชัดเจน เช่น หน้าปัดนาฬิกาขนาดใหญ่, วิดเจ็ตปฏิทิน และภาพพื้นหลังภาพวาดสีเทา โดยที่ตัวเครื่องไม่ได้พยายามทำในสิ่งที่หน้าจอไม่รองรับ หรือพูดง่ายๆ คือสมาร์ตโฟนเครื่องนี้ไม่ได้พยายามทำได้ทุกอย่าง แต่เลือกที่จะทำหน้าที่ในขอบเขตที่แคบลงอย่างภาคภูมิใจ

ความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยีและข้อควรระวัง

เทคโนโลยีหน้าจอ E Ink แบบพับได้ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีในจินตนาการ ในระดับชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์นั้นมีอยู่จริงและเคยปรากฏในสมาร์ตโฟน E-reader เชิงทดลองมาแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีสมาร์ตโฟนสำหรับผู้บริโภคทั่วไปรุ่นใดที่ผลิตออกมาในจำนวนมาก ดังนั้น tinyBook Flip จึงไม่ได้เป็นเพียงการจินตนาการถึงชิ้นส่วนที่เป็นไปไม่ได้ แต่เป็นการนำเสนอรูปแบบที่บริษัทผู้ผลิตยังไม่ได้ตัดสินใจลงทุนผลิต ซึ่งช่องว่างระหว่างแนวคิดนี้กับความเป็นจริงเป็นเพียงเรื่องของ "การค้า" ไม่ใช่ "เทคนิค"

นอกจากนี้ เมื่อมองในมุมของพื้นที่ทางสังคม เมื่อพับเก็บ tinyBook Flip จะดูแทบไม่ออกว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีหน้าจอ ไม่มีไฟสถานะเรืองแสง การที่สมาร์ตโฟนไม่มีจุดดึงดูดสายตาเมื่อไม่ได้ใช้งาน ถือเป็นการส่งสัญญาณที่แตกต่างจากสมาร์ตโฟนทั่วไปที่มักจะเรียกร้องความสนใจอยู่ตลอดเวลา การวางสมาร์ตโฟนเครื่องนี้ลงหมายถึงการทำให้มันหายไปจากสภาพแวดล้อมอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่หายไปจากมือ

อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ก็ยังคงมีจุดบอดและอุปสรรคที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นอยู่บ้าง เช่น หน้าจอ E Ink ไม่ตอบโจทย์การใช้งานกล้องถ่ายรูป, ระบบนำทางแบบเรียลไทม์, การวิดีโอคอล และแอปพลิเคชันยืนยันตัวตน นอกจากนี้ กลไกบานพับสำหรับจอพับยังเพิ่มความซับซ้อนทางกลไกและความหนาให้กับตัวเครื่อง ซึ่งภาพเรนเดอร์ที่ดูสะอาดตามักจะซ่อนจุดนี้เอาไว้ หากมีการผลิตจริงจะต้องเกิดการปรับเปลี่ยนคุณสมบัติบางอย่างที่ภาพจำลองเหล่านี้ไม่ได้แสดงให้เห็น

ท้ายที่สุดแล้ว คำถามที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่ว่า "สมาร์ตโฟนเครื่องนี้จะสามารถผลิตออกมาขายจริงได้หรือไม่" แต่เป็นคำถามที่ว่า "การออกแบบสมาร์ตโฟนให้ใช้งานผิดวัตถุประสงค์ (หรือใช้เพื่อความบันเทิง) ได้ยากขึ้น ถือเป็นเป้าหมายการออกแบบที่สมเหตุสมผลหรือไม่" หรือนี่เป็นเพียงการสร้างสมาร์ตโฟนที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการจะใช้กันแน่ ซึ่งแนวคิด tinyBook Flip ได้เลือกยืนหยัดอย่างหนักแน่นในคำตอบแรก ส่วนตลาดผู้บริโภคจะเห็นด้วยหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องรอดูกันต่อไป

แหล่งที่มา yankodesign

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...