โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

หนุ่มเพิ่งสึก ถูกจับคดีรับยาบ้า 4,000 เม็ด สารภาพทนไม่ไหวอยากเสพ

สยามรัฐ

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตำรวจ ทหาร ปกครอง ชุดปราบปรามยาเสพติด จ.บุรีรัมย์ ลุยขยายผลจับกุมเครือข่ายแก๊งยาบ้าต่อเนื่อง ล่าสุดขยายผลจับกุมได้ 2 ราย ขณะมาเก็บยาบ้า 4,000 เม็ด จากผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ โดยพบว่า 1 ในผู้ถูกจับกุมเพิ่งสึกจากพระมาได้ไม่กี่ชั่วโมง เผยขณะบวชเป็นพระผ้าเหลืองร้อน กระวนกระวายใจ อยากเสพยาบ้า จึงรีบสึกออกมาซื้อยาบ้าเสพ 5 เม็ด ก่อนจะมาเก็บเอายาบ้าอีก 4,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 26 เม.ย.69 พ.ต.ท.สุวัฒน์ นามมงคล รอง ผกก.สส.ฯ หัวหน้าชุดปฎิบัติการปราบปราบยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายทนนท์ เม็นไธสง ปลัดอำเภอเมืองบุรีรัมย์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองบุรีรัมย์ , ชุดสืบสวน สภ.บ้านด่าน , เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.กก.ตชด.21, เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ร้อย ตชด.215 ,เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ร้อย ตชด.216 ,เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยปราบปรามยาเสพติด ขกท.ศปก.ทบ.(นฝด.22,ขกท.กกล.สุรนารี) และเจ้าหน้าที่ทหาร สขว.กอ.รมน.

ได้ทำการจับกุมตัว นายเอ (นามสมมติ) กับ นายบี (นามสมมติ) ทั้งคู่เป็นชาว ต.ทุ่งวัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้า 4,000 เม็ด ได้ในพื้นที่ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ขณะกำลังเก็บเอายาบ้า

หลังจากก่อนหน้านี้ ชุดจับกุมได้ทำการจับกุมตัว นายซี (นามสมมติ) พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 8,222 เม็ด ซึ่งขณะถูกควบคุมตัวปรากฏว่าได้มีผู้ค้ายาบ้าชาว จ.บุรีรัมย์ ที่หลบหนีไปอยู่ สปป.ลาว และเป็นคนสั่งการติดต่อซื้อขายยาบ้ากับลูกค้าในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ โดยให้ นายเกียรติณรงค์ หรือฟิล์ม ทำหน้าที่ไปเก็บเอายาบ้าจากเครือข่ายที่ที่นำมาวางให้กับนาย นายเกียรติณรงค์ หรือฟิล์ม เพื่อที่นายเกียรติณรงค์ หรือฟิล์ม ไปเก็บมารักษาไว้รอนำไปวางต่อให้กับลูกค้าอีกทอดหนึ่ง

ได้ติดต่อเข้ามาสั่งการให้ นายซี นำยาบ้าจำนวน 2 มัด หรือ 8,000 เม็ด ไปวางให้กับลูกค้าชาว อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งนายซี ประสงค์เหตุบรรเทาโทษตามกฎหมาย และสมัครใจให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เพื่อวางแผนจับกุมผู้ต้องหาที่จะมาเก็บเอายาบ้า ตามคำสั่งของผู้ค้ายาบ้าที่อยู่ สปป.ลาว

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้ปฎิบัติการอำพราง โดยการขออนุญาตปฏิบัติการครอบครองยาเสพติด เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว พร้อมวางแผนการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว และได้มีการติดต่อส่งมอบยาเสพติดในพื้นที่ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหา ทั้ง 2 ราย ได้พร้อมของกลางดังกล่าว ก่อนควบคมุตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ชุดปฎิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ขณะจับกุม นายเอ (นามสมมติ) บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองอายุ 15 ปี เพราะตนเรียนอยู่ชั้น ม.3 แต่ด้วยที่หน้าตาตนแก่อาจเพราะตนหน้าแก่ก็ได้ เมื่อสอบถามว่าวันเดือนปีเกิด จึงทราบว่าเกิดปี พ.ศ.2550 แต่ก็ยังยืนยันด้วยว่าตนเองอายุ 15 ปี จริงๆ เพราะเรียนอยู่ชั้น ม.3

ในขณะที่ นายบี (นามสมมติ) บอกว่าที่ตนเองหัวเกรียนเพราตนเพ่งสึกจากการเป็นพระเมื่อช่วง 4 โมงเย็น ก่อนจะมาถูกจับในตอนกลางคืน โดยบวชมาได้เพียง 10 กว่าวันเท่านั้น เพราะกระวนกระวายใจ อยู่ไม่ได้แล้วคิดถึงแฟนสาว กับอยากเสพยาบ้า จึงรีบให้พ่อแม่มาติดต่อเจ้าอาวาสเพื่อทำการสึก เพราะเป็นพระอยู่จะเสพยาบ้าไม่ได้มันผิดศีล เมื่อสึกออกมาแล้วใจหนึ่งก็คิดถึงแฟนสาว แต่อีกใจหนึ่งอยากเสพยาบ้ามากกว่า จึงไปซื้อยาบ้าจากคนในหมู่บ้านมา 10 เม็ด แล้วเสพไป 4-5 เม็ด

ก่อนที่ นายเอ (นามสมมติ) ก็ได้เข้ามาหา เพื่อชวนให้ตนไปเป็นเพื่อน เพื่อเก็บเอายาบ้าที่รุ่นพี่คนในหมู่บ้านได้สั่งซื้อกับชาวลาวไว้แล้ว และจะนำมาวางให้ในช่วงตอนค่ำในพื้นที่ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ จึงตอบตกลง เพื่อจะได้ค่าจ้างเป็นาบ้าไว้เสพฟรี แต่ก็ต้องมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว

ทั้งนี้ ยอมรับว่า ตนเองเสพเคยยาบ้ามาประมาณหนึ่ง เสพๆหยุดและหยุดมาได้ระยะหนึ่งก่อนจะมาบวช แต่ในขณะบวชยืนยันว่าตนไม่เคยได้เสพยาบ้า แต่ก็รู้สึกกระวนกระวายใจอยากจะเสพยาบ้า แต่ก็ไม่สามารถเสพได้เพราะตนเป็นพระ และพยายามหักห้ามใจตนเองอยู่ตลอดเวลา แต่ก็อดไม่ได้อยู่ดี จึงให้ที่บ้านมาทำเรื่องขอลาสิกขาจากการเป็นพระ เพื่อที่จะได้มาเสพยาบ้า และติดถึงแฟนสาวด้วย แต่เมื่อสึกออกมาเจอรุ่นพี่ที่บ้านก่อน จึงพากันไปซื้อยาบ้ามาเสพ ทำให้ไม่ได้ไปหาแฟนสาว ซึ่งคาดว่าแฟนสาวน่าจะรู้แล้วว่าตนเองถูกจับ และก็คงไม่มาเยี่ยมแล้ว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...