โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SAFE เปิดดีลรพ. ทั่วประเทศ รับดีมานด์ IVF ตลาดพรีเมียม-กำไรไตรมาสแรกโตฉลุย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 พ.ค. เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. เวลา 06.55 น.

SAFE ชูเทคโนโลยี PGTSeq-A จากสหรัฐฯ เพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ ดึงดูดกลุ่มลูกค้าพรีเมียมไทยและตะวันออกกลาง กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้โต 10% รุกโมเดลพันธมิตรโรงพยาบาลรัฐ-เอกชน ขยายห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมทั่วประเทศ

9 พฤษภาคม 2569 - บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1/2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยบริษัทมีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 34 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 ขณะที่มีรายได้จากการขายและให้บริการรวมทั้งสิ้น 174.1 ล้านบาท

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ผลกำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการขยายตัวของรายได้ในกลุ่มบริการรักษาผู้มีบุตรยาก (IVF) และการบริหารจัดการต้นทุนรวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไร (Margin) ปรับตัวสูงขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ การนำนวัตกรรมทางการแพทย์ระดับสูงเข้ามาประยุกต์ใช้ยังเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

นวัตกรรม PGTSeq-A หนุนขีดความสามารถการทำกำไร

หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ผลักดันรายได้ในไตรมาสนี้ คือการนำเทคโนโลยี PGTSeq-A ของ JUNO Genetic จากสหรัฐอเมริกา มาใช้คัดเลือกตัวอ่อนและตรวจวินิจฉัยพันธุกรรม ซึ่ง SAFEถือสิทธิ์การใช้งานแบบ Exclusive เพียงรายเดียวในประเทศไทย โดยเทคโนโลยีดังกล่าวมีความแม่นยำสูงกว่าระบบ PGT-A เดิม ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์และลดอัตราการแท้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีทั้งจากกลุ่มลูกค้าในประเทศและลูกค้าต่างชาติ

นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป (SAFE) กล่าวถึงปัจจัยหนุนและทิศทางธุรกิจว่า “ภาพรวมอุตสาหกรรมรักษาผู้มีบุตรยาก (IVF) ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มเดินทางมาใช้บริการในไทยมากขึ้น เนื่องจากความมั่นใจในคุณภาพการรักษามาตรฐานระดับพรีเมียม”

ปี 2569 มุ่งเป้าเติบโต 10% ผ่านเครือข่ายพันธมิตร

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ร้อยละ 10 โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การสร้างเครือข่ายพันธมิตร (Strategic Partnership) ร่วมกับโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนในจังหวัดยุทธศาสตร์ที่มีฐานคนไข้สูตินรีเวชอยู่เดิม แต่ยังขาดความพร้อมด้านเทคโนโลยีเด็กหลอดแก้ว โดย SAFEจะเข้าไปเติมเต็มศักยภาพการให้บริการและขยายห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น

ในด้านการยกระดับการบริการ บริษัทได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาสนับสนุนกระบวนการรักษาเพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จให้สูงสุด เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งยังคงขยายตัวท่ามกลางปัจจัยหนุนจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการรับบริการทางการแพทย์

นอกจากนี้ บริษัทยังประเมินว่าแนวโน้มในไตรมาสถัดไปจะยังคงรักษาระดับการเติบโตได้ต่อเนื่อง จากการปรับกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงควบคู่ไปกับการบริหารจัดการเครือข่ายห้องปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ เพื่อตอบโจทย์มาตรฐานการรักษาขั้นสูงสุดที่ผู้บริโภคยุคปัจจุบันต้องการอย่างชัดเจน

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...