โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"เฮลธ์แคร์" หุ้นปลอดภัยโตเด่น ธ.ทิสโก้ แนะลงทุน ผลตอบแทนชนะทองคำ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 41 นาทีที่แล้ว
“เฮลธ์แคร์” หุ้นปลอดภัยโตเด่น ธ.ทิสโก้ แนะลงทุน ผลตอบแทนชนะทองคำ

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP, Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ เปิดเผยว่าธนาคารแนะนำให้ลูกค้าลงทุนในหุ้นกลุ่ม "เฮลธ์แคร์" มาตั้งแต่ต้นปี 2569 เพราะมองว่าเป็นกลุ่มหุ้นปลอดภัยที่ยังโตได้แม้เศรษฐกิจซบเซา รวมทั้งราคาหุ้นมีโอกาสก้าวกระโดดเร็วขึ้นเพราะมี AI เข้ามาช่วยกระบวนการค้นคว้ายาใหม่ให้ประสบความสำเร็จสูงกว่าในอดีต ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามคาดหมาย เพราะตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันราคาหุ้นเฮลธ์แคร์สร้างผลตอบแทนโดดเด่นโดยเฉพาะในช่วงวิกฤตสงครามสหรัฐฯ อิหร่าน หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ หรือไบโอเทค ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงกว่าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง "ทองคำ" พิสูจน์ว่า "นวัตกรรมการแพทย์" กำลังถูกยกระดับเป็นสินทรัพย์ทำกำไรที่แข็งแกร่งในภาวะวิกฤต

"จากข้อมูลช่วงตั้งแต่ วันที่เกิดเหตุการณ์โจมตีสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน คือตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 27 เมษายน 2569 การลงทุนในหุ้นกลุ่มไบโอเทคให้ผลตอบแทน 8% ในขณะที่ ทองคำ ให้ผลตอบแทนติดลบ 13% และ หุ้นโลก ให้ผลตอบแทนเพียง 2.4% ยิ่งไปกว่านั้นหากเปรียบผลตอบแทนย้อนหลังในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าการลงทุนในหุ้นกลุ่มไบโอเทคสร้างผลตอบแทนสูงถึง 64% ชนะทั้งทองคำที่ให้ผลตอบแทน 38.41% และหุ้นโลกที่ให้ผลตอบแทน 29.95%" นายณัฐกฤติกล่าว

ทั้งนี้ สาเหตุที่หุ้นกลุ่มไบโอเทคปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมาเกิดจาก 3 ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ได้แก่

1. ภูมิคุ้มกันสูง ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง

ในขณะที่ธุรกิจอื่นหยุดชะงักจากค่าขนส่งหรือราคาน้ำมันที่พุ่งสูง แต่ธุรกิจไบโอเทค มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เพราะความต้องการยารักษาโรคคือความจำเป็นพื้นฐานที่ไม่ว่าโลกจะเกิดอะไรขึ้น คนไข้ยังต้องใช้ยา นี่คือกลุ่มธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กับวิกฤตโลกต่ำ แต่มีความมั่นคงในเชิงรายได้สูงที่สุดกลุ่มหนึ่ง

2. ยุคทองของ M&A

ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในช่วง "ยุคทองของ M&A" เมื่อบริษัทยารายใหญ่ (Big Pharma) ที่กำลังเผชิญภาวะหน้าผาสิทธิบัตร (Patent Cliff) เร่งทุ่มงบมหาศาลเพื่อเข้าซื้อบริษัท ไบโอเทค ขนาดกลางและเล็กที่มีนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อชิงสิทธิบัตรยาตัวใหม่ ซึ่งดีลเหล่านี้มักเกิดในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด (Premium) ดันให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วภายในชั่วข้ามคืน

3. FDA เร่งอนุมัติยา

กฎระเบียบที่เคยยุ่งยากในการอนุมัติยาจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) กำลังเปลี่ยนไป ด้วยโปรแกรม Accelerated Approval และ Priority Review Vouchers (PRV) ทำให้ยาตัวใหม่ได้รับการอนุมัติและเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลดความเสี่ยงด้านเวลาและทำให้บริษัทรับรู้รายได้ไวขึ้น ในขณะเดียวกันยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จูงใจให้บริษัทยาขนาดใหญ่เร่งเข้าซื้อกิจการ

นอกเหนือจาก หุ้นกลุ่มไบโอเทค อีกกลุ่มที่โดดเด่นและน่าจับตามองคือ Healthcare Equipment & Supplies (MedTech) หรือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทาง เช่น หุ่นยนต์ผ่าตัดหลอดเลือด หรือ AI คัดกรองมะเร็งความแม่นยำสูง ซึ่งกำลังกลายเป็นเป้าหมายสำคัญในกระแส M&A ของบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการ "ทางลัด" ในการเติมพอร์ตนวัตกรรมและขยายฐานรายได้

เพราะในปีนี้ธุรกิจ MedTech ได้ยกระดับโมเดลธุรกิจจากเพียง "ผู้ผลิตเครื่องมือ" สู่การเป็น "Software-as-a-Medical-Device" (SaMD) อย่างเต็มตัว โดยเปลี่ยนจากการขายขาดมาเป็นการเก็บค่าบริการ Subscription รายปีผ่านการอัปเดต AI และซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง โมเดลรายได้แบบ Recurring Revenue นี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มอัตรากำไร (Margin) ให้สูงขึ้นและสม่ำเสมอ แต่ยังสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ดึงดูดให้เกิดการควบรวมกิจการจากบริษัท Biopharma ขนาดใหญ่ เพื่อปิดช่องว่างทางการเติบโตและสร้าง New S-Curve ในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...