โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

WHO เผย ไวรัสฮันตาต่างจากโควิด-19 ขณะผู้โดยสารเสียชีวิต 3 ราย – จนท. เร่งตามตัวผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อ

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
WHO เผย ไวรัสฮันตาต่างจากโควิด-19 ขณะผู้โดยสารเสียชีวิต 3 ราย – จนท. เร่งตามตัวผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อ

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วโลกเร่งติดตามตัวผู้โดยสารนับสิบคนจากเรือสำราญ MV Hondius หลังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฮันตา ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสครั้งนี้ต่างจากโควิด-19 โดยสั่งการให้ทุกคนบนเรือสวมหน้ากากอนามัยและเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยต้องสวมชุดป้องกันระดับสูง

ประเด็นสำคัญ

  • เกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน
  • WHO ย้ำ ไวรัสฮันตาต่างจากโควิด-19
  • เปิดข้อสันนิษฐาน ไวรัสฮันตามาจากไหน

เกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน

วันนี้ (8 พฤษภาคม) The Guardian เปิดเผยว่า มีผู้โดยสารอย่างน้อย 29 คนจาก 12 สัญชาติเดินทางออกจากเรือ MV Hondius เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังเร่งติดตามความเคลื่อนไหวของผู้โดยสารกลุ่มนี้ หลังเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสฮันตา และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ ชายชาวดัตช์วัย 70 ปี, ภรรยาชาวดัตช์วัย 69 ปี และผู้โดยสารชาวเยอรมัน

สำหรับผู้โดยสารมีทั้งจำนวนทั้งสิ้น 29 คน ซึ่งลงเรือที่เกาะเซนต์เฮเลนาและแยกย้ายเดินทางกลับบ้าน มีการเปิดเผยว่า แต่ละคนเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • สหรัฐอเมริกา โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) กำลังเฝ้าติดตามผู้ที่เดินทางไปยังจอร์เจีย แคลิฟอร์เนีย และแอริโซนา แต่ยังไม่มีอาการใดๆ
  • สหราชอาณาจักร มีการพบผู้โดยสาร 2 รายกักตัวที่บ้าน แต่ยังไม่มีอาการ และอาจต้องกักตัวนานถึง 45 วัน
  • สวิตเซอร์แลนด์ พบชาย 1 รายติดเชื้อและกำลังรักษาตัวที่ซูริก แต่ทางการย้ำว่า ไม่มีความเสี่ยงต่อสาธารณะ
  • ไต้หวัน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เดนมาร์ก เบื้องต้นมีการกักตัวและตรวจเชื้อผู้เกี่ยวข้อง

ขณะนี้มีผู้ป่วยไวรัสฮันตาเป็นจำนวนทั้งสิ้น 4 ราย ซึ่งกำลังถูกส่งตัวไปรักษาที่เนเธอร์แลนด์ ได้แก่ แพทย์วัย 41 ปี, ผู้โดยสารชาวเยอรมันวัย 65 ปี และไกด์นำเที่ยวชาวอังกฤษ 56 ปี ขณะที่ยังพบหญิงรายหนึ่งจากเนเธอร์แลนด์ที่ไม่ได้อยู่บนเรือ กำลังเข้ารับการตรวจหลังมีอาการป่วย หากผลการตรวจเป็นบวก เธอจะเป็นเคสแรกที่ติดเชื้อนอกเรือจากเหตุการณ์ครั้งนี้

สำหรับสถานะปัจจุบันของเรือสำราญ MV Hondius มีผู้โดยสาร 149 คน กำลังมุ่งหน้าไปยังเกาะเตเนริเฟ หมู่เกาะคานารีของสเปน หลังประเทศเคปเวิร์ดปฏิเสธไม่ให้เข้าเทียบท่า ขณะที่ทางการสเปนยืนยันว่า จะไม่ให้เรือสำราญเข้าจอดที่ท่าเรือโดยตรง แต่ให้ทอดสมอรออยู่ด้านนอก ส่วนผู้โดยสารจะได้รับการประเมิน และอนุญาตให้ลงเรือเพื่อส่งตัวกลับประเทศโดยสวมชุดป้องกัน PPE เท่านั้น

WHO ย้ำ ไวรัสฮันตาต่างจากโควิด-19

ดร. มาเรีย ฟาน เคอร์โคฟระบุว่า ไวรัสฮันตาสายพันธุ์ Andes นี้ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของโรคระบาดใหญ่ และต่างจากโควิด-19 เพราะไม่ได้ติดต่อทางอากาศ แต่ต้องอาศัยการสัมผัสใกล้ชิดอย่างแนบแน่น ซึ่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีวัคซีนรักษา

อย่างไรก็ตาม WHO ระบุว่า ปกติแล้ว ไวรัสฮันตามักแพร่ระบาดจากกลุ่มสัตว์สู่คน แต่เป็นครั้งแรกที่พบหลักฐานการแพร่เชื้อระหว่างคนสู่คน โดยขอให้ทุกคนบนเรือสำราญสวมหน้ากาก หรือหากต้องสัมผัสผู้ที่อาจติดเชื้อก็ให้สวมอุปกรณ์ที่ป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ เทดรอส อัดฮานอม เกรเบรเยซุส ผู้อำนวยการ WHO ระบุว่า ความเสี่ยงติดเชื้อของสาธารณะในภาพรวมยังอยู่ในระดับ ‘ต่ำ’ แต่เนื่องจากระยะฟักตัวของไวรัสอาจนานถึง 6 สัปดาห์ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

เปิดข้อสันนิษฐาน ไวรัสฮันตามาจากไหน

ผู้อำนวยการ WHO สันนิษฐานว่า ไวรัสฮันตาแพร่ระบาดมาจากคู่รักชาวดัตช์ ซึ่งเป็นผู้ป่วยสอง 2 รายแรกที่เดินทางไปดูทริปดูนกในอาร์เจนตินา ชิลี และอุรุกวัย โดยจุดดังกล่าวเป็นถิ่นที่อยู่ของหนูข้าวหางยาว พาหะหลักของเชื้อชนิดนี้

ทั้งนี้ ไวรัสฮันตาสายพันธุ์ที่พบในแถบอเมริกา มักก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจ (HPS) ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่า 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อ โดยปัจจุบัน ห้องแล็บในแอฟริกาใต้ สวิตเซอร์แลนด์ และเซเนกัล กำลังถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัสเพื่อดูว่า มีการกลายพันธุ์ที่ทำให้แพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นหรือไม่

ภาพ: Dado Ruvic / Reuters

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...