โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘เท้ง’ ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลี่ยงแจงข้อสงสัยในสภาฯ กระทบเชื่อมั่น

The Reporters

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 06.41 น.

‘เท้ง’ ซัดรัฐบาลขาดความจริงใจ เลี่ยงแจงข้อสงสัยในสภาฯ กระทบเชื่อมั่น ชี้ ตั้ง ‘พิพัฒน์’ คุม ศบก. อ้างความเชี่ยวชาญ แต่อาจเป็นความช่ำชอง - ฉ้อฉล ส่อผลประโยชน์ทับซ้อน ด้าน ‘วีระยุทธ’ จวกประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท กลางดึก ไร้คำอธิบาย - หลักการ - ความเห็นใจประชาชน ลั่น “จะปล่อยให้อยู่กับความไม่แน่นอนไปถึงไหน”

วันนี้ (26 มี.ค. 69) เวลา 11.00 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชนแถลงข่าวต่อกรณีการประกาศราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มสูงขึ้น 6 บาท เมื่อช่วง 22.00 น. ของคืนที่ผ่านมา (25 มี.ค.) โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า ก่อนหน้านี้เราได้พยายามเรียกร้องการบริหารจัดการที่ดีขึ้นมาโดยตลอด จึงขอส่งคำเรียกร้องไปยังรัฐบาลโดยตรง คืออยากให้รัฐบาลพูดความจริงกับประชาชนมากกว่านี้ และการบริหารที่ทำให้ประชาชนเชื่อใจได้มากกว่านี้

นายณัฐพงษ์เชื่อว่า เวทีของสภาผู้แทนราษฎรเป็นเวทีที่ดีที่สุดในการที่รัฐบาลจะมาชี้แจงเพื่อนสมาชิกรวมถึงประชาชนทั่วทั้งประเทศ เพราะเป็นเวทีที่มีสิทธิรับรองตามกฎหมาย มีข้อสงสัยหลายเรื่องที่ประชาชนยังมีอยู่เช่นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน อย่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้อำนวยการ ศบก. เอง ที่เมื่อวานได้มีการตั้งคำถามว่า หากคนในรัฐบาลรู้ล่วงหน้าว่ารัฐบาลจะดำเนินมาตรการอย่างไร จะตรึงราคาเมื่อไร จะประกาศขึ้นราคาเมื่อไร โดยเฉพาะตัวเขาเองอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน

"จึงมีข้อสงสัยว่าการที่รัฐบาลตั้งคนแบบนี้เข้าไปทำงาน โดยอ้างว่ามีความเชี่ยวชาญ จะกลายเป็นความช่ำชองหรือความฉ้อฉลในการใช้อำนาจรัฐโดยมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่า" นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์ระบุว่า ทุกครั้งที่รัฐบาลบอกว่าน้ำมันไม่เคยขาด แต่ในหน้างานจริงประชาชนต้องไปต่อคิวรอเติมน้ำมันหลายชั่วโมง ตอนนี้เองเรายังตามหาไอ้โม่งไม่พบว่าตัวการใหญ่ที่แท้จริงอยู่ตรงไหน ขณะที่ตำรวจจับกุมรายย่อยได้แทบทุกวัน จึงเชื่อว่ามีผู้ได้รับผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังสถานการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนแน่นอน แต่รัฐบาลกลับเลือกจะชี้แจงต่อสื่อมวลชน ในเวทีที่รัฐบาลควบคุมเนื้อหาในการสื่อสารได้เอง เลือกที่จะหลีกเลี่ยงไม่ยอมมาชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร ถ้ารัฐมนตรีหรือ สส. ที่ถูกพาดพิงในสภาก็สามารถตอบชี้แจงได้ทันที จึงเชื่อว่าเวทีในการอภิปรายในสภาฯ เป็นเวทีที่สำคัญในการให้รัฐบาลตอบข้อเท็จจริง และเรียกความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้

"พวกเราพยายามเรียกร้องให้ตัวแทนของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงอย่างคุณอนุทิน หรือคุณพิพัฒน์ ใช้สิทธิตามข้อบังคับที่มีอยู่แล้วตอบข้อสงสัยที่สมาชิกได้ตั้งคำถาม แต่ตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ผมเองอยู่ในห้องประชุมสภาฯ มาโดยตลอด ไม่เห็นเลยว่า 2 ท่านนี้จะลุกขึ้นมาตอบข้อสงสัยแต่อย่างใด อาจมีตัวแทนของรัฐบาลบางส่วนมาชี้แจงบ้าง เป็นสิ่งที่เราเองได้สรุปในการอภิปรายเมื่อวานว่า สถานการณ์วิกฤตตอนนี้สิ่งที่สำคัญกว่าคือวิกฤตการขาดความเชื่อมั่นต่อประชาชน" นายณัฐพงษ์กล่าว

ด้าน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า การขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 6 บาทในช่วงเวลา 21.00 น. ของเมื่อวาน เป็นเรื่องที่ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีหลักการ และไม่มีความเห็นอกเห็นใจประชาชนอยู่เลย ทำตรงข้ามกับที่พูดและไม่ฟังข้อเสนอของเราในสภาฯ ด้วย

ข้อเสนอข้อแรกของพรรคประชาชน คือ เปลี่ยนจากการบริหารแบบปิด ปิดห้องคุยเฉพาะกลุ่มธุรกิจรายใหญ่แล้วมาบอกประชาชนว่าให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ ไม่มีการเปิดรับฟังผู้เดือดร้อนเลย ข้อ 2 เราเสนอว่า รัฐบาลต้องยอมรับว่าความปั่นป่วนที่ผ่านมาเกิดจากรัฐบาลประกาศตรึงราคา 15 วัน หากคุณไม่ยอมรับตรงนี้แล้วมาชี้หน้าโทษประชาชน สังคมไม่มีวันเฉลี่ยทุกเฉลี่ยสุขกันได้ เราเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบเป็นขั้นบันได ซึ่งไม่ใช่แบบที่รัฐบาลทำอยู่

"จู่ ๆ ขึ้นราคา 6 บาท โดยที่ไม่มีคำอธิบายเลยว่า แล้วพรุ่งนี้ มะรืนนี้ จะเป็นอย่างไร ประชาชนจะใช้ชีวิตกันอย่างไร ต้องรอเวลา 4 ทุ่มเพื่อมีประกาศ ต้องรอความไม่แน่นอนแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน หากมีหลักการอธิบาย และประกาศให้รู้ล่วงหน้าสังคมก็จะสามารถเฉลี่ยทุกเฉลี่ยสุขไปด้วยกันได้" นายวีระยุทธกล่าว

ข้อ 3 คือการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เมื่อวาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาพูด แต่ก็ไม่ใช่การพูดอย่างเป็นทางการในนามรัฐบาล และ 5 กลุ่มเปราะบางที่พูดมา ก็ไม่ได้มีส่วนในการมาชี้แจงรับฟังความคิดเห็นเลย เช่น การบอกว่าจะช่วยผู้ได้รับสัมปทานก่อสร้างภาครัฐ ต้องตั้งคำถามไปว่า ทำไมกลุ่มที่เขาจะช่วยเหลือกลุ่มแรกจึงมีกลุ่มนี้โผล่ขึ้นมาโดยไม่มีคำอธิบายด้วย จะตอบสังคมอย่างไร นี่คือการทำงานด้วยความเชี่ยวชาญแล้วหรือ หรือเป็นการใช้ผลประโยชน์นำ

นายวีระยุทธย้ำว่า ตอนนี้รัฐบาลมีงบประมาณสำรองฉุกเฉินเพื่อใช้จ่าย อาจจะต้องขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ ไม่มีทางที่ กกต. จะปฏิเสธ ท่านสามารถใช้เงินก้อนนี้ได้เลย แต่ทำไมถึงไม่ทำ ปล่อยให้ประชาชนไทยอยู่กับความไม่แน่นอนรายวัน แล้ววันนี้ 22.00 น. ต้องรอข่าวอีกหรือ ตกลงคนไทยมีความแน่นอนอะไรในชีวิตบ้าง

นายวีระยุทธชี้ว่า ในภาวะวิกฤตแบบนี้ภาวะผู้นำยิ่งจำเป็นกว่าเวลาปกติ รัฐบาลควรออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ และแสดงความเห็นอกเห็นใจกับประชาชนด้วย และต้องไม่ใช่ภาษาราชการ การไปให้สัมภาษณ์รายการนั้นรายการนี้ไม่ถือเป็นการสื่อสารอย่างเป็นทางการ

สำหรับผลกระทบต่อช่วงสงกรานต์นั้น วีระยุทธกล่าวว่า ปกติช่วงเทศกาลสงกรานต์ควรจะมีความคึกคัก แต่ในช่วงแบบนี้ลองคิดว่าจะมีใครกล้าเดินทางกันหรือไม่ เพราะมีความไม่แน่นอนเรื่องราคาน้ำมัน เหตุการณ์นี้จึงจะเป็นผลสืบเนื่อง ไปถึงช่วงเวลาสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของประเทศไทยด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...