นักศึกษาไทย ชูไอเดีย’แพคเกจจิ้งกิมจิ’รักษ์โลก
กระแสความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมที่ขยายตัวไปทั่วโลก แนวคิดการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนบทบาทจากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการปกป้องสินค้าและความสวยงามเพื่อการตลาด ไปสู่การคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะเดียวกัน การออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารบางประเภทก็มีความท้าทายเฉพาะตัว โดยเฉพาะ “กิมจิ” ซึ่งเป็นอาหารหมักดองที่ต้องอาศัยบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรักษาคุณภาพ รสชาติ และความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม ภาชนะที่ใช้จึงต้องทนต่อกรดและเกลือจากกระบวนการหมัก เช่น แก้ว เซรามิก หรือพลาสติกเกรดอาหาร (Food Grade) พร้อมทั้งต้องสามารถปิดฝาได้สนิทเพื่อลดการสัมผัสอากาศ แต่ยังต้องมีพื้นที่ให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการหมักระบายออกได้อย่างเหมาะสม
ด้วยเหตุนี้ บริษัท ซูกิชิ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เมืองนวัตกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้จัดการแข่งขันและประกาศผลการแข่งขันออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อสังคมที่ยั่งยืน ประจำปี พ.ศ. 2568 “PACK TO THE FUTURE THAILAND CHAMPIONSHIP 2025” ภายใต้แนวคิด Sustainable Design แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1. บรรจุภัณฑ์บริสุทธิ์ จุดประกายโลก (Green Packaging Inspiring to The World) สำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบ Boxset และ 2. ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ (The Happiness Forward) สำหรับ กิมจิ ที่บริษัทเตรียมพัฒนาเป็นกิมจิสไตล์ประเทศไทย เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดสู่ต่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ
สำหรับผลการประกวดประเภทที่ 1 บรรจุภัณฑ์ บริสุทธิ์จุดประกายโลก รางวัลชนะเลิศ (ถ้วยพระราชทาน) ได้แก่ ทีม Eco Vision มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม สายกลาง งานต้องเสร็จ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม และนี่คือไกลบ้าน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, ประเภทที่ 2 ส่งต่อ…ความสุขไม่รู้จบ รางวัลชนะเลิศ (ถ้วยพระราชทาน) ได้แก่ ทีม Team GO มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Dew KoeSof มหาวิทยาลัยมหิดล รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม แพ็กอะรั่ย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
นพดล จิรวราพันธ์ ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูกิชิ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาและคนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน เนื่องจากนอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว บรรจุภัณฑ์ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับสินค้าให้สามารถแข่งขันในตลาดระดับโลกได้ โดยนำร่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของกิมจิ ซึ่งเป็นสินค้าหลัก ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กิมจิสำเร็จรูปวางจำหน่ายแล้วทั้งหมด 5 รายการ ได้แก่ กิมจิผักกาดขาว กิมจิมะละกอ กิมจิกะหล่ำ กิมจิหัวไชเท้า และกิมจิแตงกวา
“ ผลงานการออกแบบบรรจุภัณฑ์จากทีมที่ชนะเลิศจะถูกนำไปพัฒนาและใช้จริง โดยเตรียมนำไปจัดแสดงและใช้งานในงานแสดงสินค้าอาหารนานาชาติ THAIFEX ที่จะจัดขึ้นในปีนี้ ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกจะได้เห็นบรรจุภัณฑ์ต้นแบบดังกล่าว และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำแนวคิดจากเวทีประกวดไปต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคธุรกิจ” นพดล กล่าว
ด้าน ดร.เอกอนงค์ จางบัว ผู้อำนวยการเมืองนวัตกรรมอาหาร กล่าวว่า การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ในปัจจุบันไม่ได้มองเพียงความสวยงามหรือความสะดวกในการใช้งานเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารที่บรรจุภัณฑ์มีบทบาทสำคัญต่อทั้งคุณภาพของสินค้าและความยั่งยืนของระบบการผลิต ดังนั้นแนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์จึงต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทางของกระบวนการผลิต ไม่ใช่เพียงพิจารณาที่ปลายทางว่าบรรจุภัณฑ์สามารถย่อยสลายได้หรือรีไซเคิลได้เท่านั้น แต่ยังต้องคิดตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกใช้วัตถุดิบ การออกแบบรูปแบบบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการลดวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดขยะตั้งแต่ต้นทางของการผลิต
ดร.เอกอนงค์ กล่าวต่อว่า การออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารบางประเภทก็มีความท้าทายเฉพาะตัว อย่าง ผลิตภัณฑ์อาหารหมักดองอย่าง กิมจิ ซึ่งมีการเกิดก๊าซจากกระบวนการหมัก ทำให้การเลือกวัสดุและการออกแบบภาชนะต้องคำนึงถึงความสามารถในการรักษาคุณภาพของอาหาร ควบคู่กับการตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม จึงนับเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องผสานทั้งความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหาร การออกแบบ และแนวคิดความยั่งยืนเข้าด้วยกัน
ภัทรธิดา ต้นยอด ชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตัวแทนทีม Eco Vision แดล่าถึงนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์ครั้งนี้มุ่งตอบโจทย์แนวคิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน โดยเลือกใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ทั้งหมด บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบใช้พลาสติกประเภท PET ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ทั้งตัวกระปุก ฝาปิด รวมถึงพลาสติกที่ใช้เป็นฉลากภายนอก ทำให้สามารถจัดการวัสดุหลังการใช้งานได้ง่ายและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ภัทรธิดา เล่าต่อว่า แนวคิดการออกแบบคำนึงถึงการใช้งานจริงของผู้บริโภค โดยทำให้บรรจุภัณฑ์ใช้งานสะดวก เก็บรักษาผลิตภัณฑ์ได้ง่าย และมีรูปแบบเหมาะสำหรับเป็นของฝากหรือของขวัญ ขณะเดียวกันยังตอบโจทย์ผู้ประกอบการในด้านบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่สอดคล้องกับกระแสตลาด และช่วยควบคุมต้นทุนการผลิตให้อยู่ในระดับเหมาะสม สำหรับต้นทุน บรรจุภัณฑ์ที่ใช้เป็นรูปแบบที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมจริง โดยต้นแบบมีราคาสูงกว่าเล็กน้อยเนื่องจากสั่งผลิตในปริมาณน้อย แต่หากผลิตในระดับอุตสาหกรรมหรือจำนวนมาก ต้นทุนต่อหน่วยจะลดลงและสามารถนำไปใช้จริงในเชิงธุรกิจได้
ปิยพร เหลืองอมรพิศาล ชั้นปีที่ 3 คณะอุตสาหกรรมเกษตร ตัวแทนทีม Team GO เล่าว่า ผลงานการออกแบบบรรจุภัณฑ์ชิ้นนี้เปรียบเสมือนการมอบความสุขผ่านอาหารที่สร้างสรรค์ขึ้นมาให้กับผู้อื่น ในด้านความยั่งยืนได้เลือกใช้วัสดุแบบโมโนแมททีเรียล (Mono-material) ซึ่งเป็นวัสดุประเภทเดียวกันทั้งหมด ทำให้สามารถนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ทันที โดยไม่ต้องแยกชนิดวัสดุก่อนเหมือนบรรจุภัณฑ์แบบหลายชั้น จึงช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนในกระบวนการรีไซเคิล และสอดคล้องกับแนวคิดบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน
ปิยพร เล่าต่อว่า การประกวดครั้งนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้และเปิดมุมมองใหม่ ๆ จากแนวคิดของผู้เข้าร่วมแข่งขันคนอื่น ๆ รวมถึงช่วยพัฒนาทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ ซึ่งสามารถต่อยอดสู่เส้นทางในอนาคตได้ โดยเฉพาะในด้านการตลาดและการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีการเล่าเรื่อง เพื่อสร้างความโดดเด่นและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์