โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดง่าย แต่รอดยาก 50% ร้านอาหารปิดตัวในปีแรก ปัญหาไม่ใช่รสชาติแต่คือเงินทุน

TODAY Bizview

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 07.34 น. • TODAY

รู้ไหมว่า 50% ของร้านอาหารใหม่ในไทยต้องปิดตัวภายในปีแรก ตัวเลขนี้สะท้อนความจริงของธุรกิจ F&B ที่แม้จะดูเป็นตลาดใหญ่และมีโอกาสเติบโตสูง แต่ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่แข่งขันหนักที่สุดสำหรับผู้ประกอบการ SME

หลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่รสชาติอาหารหรือทำเลร้าน หากแต่อยู่ที่ระบบหลังบ้านของธุรกิจ ตั้งแต่บัญชี การเงิน ไปจนถึงการจัดการข้อมูลยอดขาย ที่ร้านจำนวนมากยังทำแบบแมนนวล

ล่าสุดธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) จับมือกับพันธมิตรอย่าง LINE MAN Wongnai, FlowAccount และ Skooldio เพื่อพัฒนาโซลูชันดิจิทัลสำหรับธุรกิจร้านอาหารแบบครบวงจร

โดยหนึ่งในแนวคิดสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือ การนำข้อมูลการค้าขายจริงมาช่วยปลดล็อกการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งหลักทรัพย์ค้ำประกันแบบเดิม

[ ขาดเงินทุนและจมกองกระดาษบัญชี ]

‘เอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา’ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ Merchant Digital Solutions ของ LINE MAN Wongnaiเปิดเผยว่า ปัจจุบันระบบ Wongnai POS มียอดธุรกรรมรวมสูงถึง 1.76 แสนล้านบาทต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจร้านอาหารในไทยมีขนาดใหญ่และมีการเคลื่อนไหวของเงินในระบบจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจำนวนมากยังขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงิน จากการสำรวจพบว่า 53% ของเจ้าของร้านต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่อีก 29% สนใจระบบบัญชี

ในความเป็นจริง ร้านอาหารกว่า 80% ยังคงทำบัญชีแบบจดมือ ทำให้เจ้าของร้านต้องใช้เวลาหลังปิดร้านมานั่งตรวจยอดเงินและบันทึกข้อมูลใหม่ทุกวัน ปัญหานี้ไม่เพียงทำให้เสียเวลา แต่ยังเพิ่มโอกาสเกิดความผิดพลาดในการคำนวณต้นทุนหรือกำไรของร้าน

ด้าน ‘กนกพร จูฑา’ ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb)กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) เป็นหนึ่งในกลุ่ม SME ที่มีขนาดใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย โดยมีร้านค้าทั่วประเทศมากกว่า 260,000 ร้าน ซึ่งสะท้อนถึงตลาดที่ยังมีศักยภาพสูง

ก่อนหน้านี้ ‘ทีทีบี’ ได้ร่วมมือกับ Wongnai POS เพื่อยกระดับระบบการชำระเงินของร้านอาหาร ผ่านการเชื่อมต่อ POS เข้ากับ ttb QR และ EDC แบบไร้รอยต่อ และในเฟสถัดไปของปีนี้ ผู้ประกอบการจะสามารถเชื่อมบัญชีทีทีบีเข้าสู่ระบบหลังบ้านของร้านได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น

[ เปลี่ยนยอดขายเป็นพลังแห่งการเติบโต ]

หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือแนวคิด ‘Power ×3’ ซึ่งหนึ่งในแกนหลักที่น่าจับตาคือ Power of Growth แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อว่า การเติบโตของร้านอาหารไม่ควรถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขแบบเดิมๆ อย่างเอกสารรับรองรายได้หรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน

‘ทีทีบี’จึงนำข้อมูลยอดขายจริงจากเครื่อง POS มาผสานกับข้อมูลการรับเงินผ่านบัญชีธนาคาร เพื่อเปลี่ยนยอดขายให้กลายเป็นหลักฐานทางธุรกิจที่ช่วยให้ร้านค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

เมื่อธนาคารสามารถเห็นภาพรายได้ของร้านจากข้อมูลจริง ก็ทำให้การประเมินศักยภาพธุรกิจมีความแม่นยำมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการก็สามารถนำเงินทุนไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจได้ทันเวลา ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าเช่า ซื้อวัตถุดิบ หรือบริหารสภาพคล่องในแต่ละรอบของธุรกิจ

[ ลดภาระหลังบ้านด้วย Automation ]

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือ Power of Automation ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาการจัดการระบบหลังบ้านของร้านอาหาร ‘ทีทีบี’ เป็นธนาคารแรกที่เชื่อมต่อข้อมูลรายการเดินบัญชีเข้ากับโปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ช่วยลดภาระของเจ้าของร้านที่ต้องมานั่งบันทึกบัญชีด้วยตนเอง

การเชื่อมต่อข้อมูลแบบอัตโนมัติยังช่วยลดความผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูล และทำให้เจ้าของร้านสามารถเห็นภาพรวมธุรกิจได้ชัดขึ้น ทั้งต้นทุน ค่าแรงพนักงานและภาพรวมกำไร–ขาดทุนของร้าน

นอกจากนี้ ระบบยังช่วยจัดการเรื่องภาษีและกระแสเงินสดได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารธุรกิจได้แม่นยำขึ้น โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำซ้อนหลายระบบ

[ Power of AI เติมทักษะให้เจ้าของร้าน ]

นอกจากเครื่องมือด้านการเงินและบัญชีแล้ว Skooldio ยังเข้ามาเติมเต็มในมิติของ Power of AI ผ่านการพัฒนาคอร์สออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร SME

แนวคิดสำคัญคือการช่วยให้เจ้าของร้านเข้าใจการใช้ข้อมูลของลูกค้าและยอดขาย เพื่อนำมาวิเคราะห์และวางแผนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

‘ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล’ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Skooldioระบุว่า เทคโนโลยีจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการสามารถใช้งานได้จริง จึงเน้นการพัฒนาทักษะด้าน Digital, Data และ AI เพื่อให้เจ้าของร้านสามารถอ่านข้อมูล คิดวิเคราะห์ และตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

[ จากร้านอาหารสู่โครงสร้างการเงินของ SME ]

การรวมตัวของพันธมิตรครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาเครื่องมือสำหรับร้านอาหารเท่านั้น แต่เป็นความพยายามในการสร้าง ระบบนิเวศดิจิทัลสำหรับ SME ไทย

ซึ่งการนำข้อมูลธุรกรรมจริง มาใช้ประเมินศักยภาพธุรกิจแทนหลักทรัพย์ค้ำประกัน กำลังสะท้อนแนวโน้มใหม่ของระบบการเงินที่เรียกว่า Data-Driven Credit

หากโมเดลนี้สามารถทำงานได้จริงในธุรกิจร้านอาหาร ก็อาจกลายเป็นต้นแบบของการปล่อยสินเชื่อให้กับ SME ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ต่อไปและในระยะยาว นี่อาจไม่ใช่แค่การช่วยให้ร้านอาหารอยู่รอด แต่คือการเปิดทางให้ ข้อมูลธุรกิจกลายเป็น ‘เครดิตใหม่’ ของผู้ประกอบการ SME ไทยในระบบการเงินยุคดิจิทัล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...