เปิดง่าย แต่รอดยาก 50% ร้านอาหารปิดตัวในปีแรก ปัญหาไม่ใช่รสชาติแต่คือเงินทุน
รู้ไหมว่า 50% ของร้านอาหารใหม่ในไทยต้องปิดตัวภายในปีแรก ตัวเลขนี้สะท้อนความจริงของธุรกิจ F&B ที่แม้จะดูเป็นตลาดใหญ่และมีโอกาสเติบโตสูง แต่ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่แข่งขันหนักที่สุดสำหรับผู้ประกอบการ SME
หลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่รสชาติอาหารหรือทำเลร้าน หากแต่อยู่ที่ระบบหลังบ้านของธุรกิจ ตั้งแต่บัญชี การเงิน ไปจนถึงการจัดการข้อมูลยอดขาย ที่ร้านจำนวนมากยังทำแบบแมนนวล
ล่าสุดธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) จับมือกับพันธมิตรอย่าง LINE MAN Wongnai, FlowAccount และ Skooldio เพื่อพัฒนาโซลูชันดิจิทัลสำหรับธุรกิจร้านอาหารแบบครบวงจร
โดยหนึ่งในแนวคิดสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือ การนำข้อมูลการค้าขายจริงมาช่วยปลดล็อกการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งหลักทรัพย์ค้ำประกันแบบเดิม
[ ขาดเงินทุนและจมกองกระดาษบัญชี ]
‘เอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา’ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ Merchant Digital Solutions ของ LINE MAN Wongnaiเปิดเผยว่า ปัจจุบันระบบ Wongnai POS มียอดธุรกรรมรวมสูงถึง 1.76 แสนล้านบาทต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจร้านอาหารในไทยมีขนาดใหญ่และมีการเคลื่อนไหวของเงินในระบบจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจำนวนมากยังขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงิน จากการสำรวจพบว่า 53% ของเจ้าของร้านต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่อีก 29% สนใจระบบบัญชี
ในความเป็นจริง ร้านอาหารกว่า 80% ยังคงทำบัญชีแบบจดมือ ทำให้เจ้าของร้านต้องใช้เวลาหลังปิดร้านมานั่งตรวจยอดเงินและบันทึกข้อมูลใหม่ทุกวัน ปัญหานี้ไม่เพียงทำให้เสียเวลา แต่ยังเพิ่มโอกาสเกิดความผิดพลาดในการคำนวณต้นทุนหรือกำไรของร้าน
ด้าน ‘กนกพร จูฑา’ ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb)กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) เป็นหนึ่งในกลุ่ม SME ที่มีขนาดใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย โดยมีร้านค้าทั่วประเทศมากกว่า 260,000 ร้าน ซึ่งสะท้อนถึงตลาดที่ยังมีศักยภาพสูง
ก่อนหน้านี้ ‘ทีทีบี’ ได้ร่วมมือกับ Wongnai POS เพื่อยกระดับระบบการชำระเงินของร้านอาหาร ผ่านการเชื่อมต่อ POS เข้ากับ ttb QR และ EDC แบบไร้รอยต่อ และในเฟสถัดไปของปีนี้ ผู้ประกอบการจะสามารถเชื่อมบัญชีทีทีบีเข้าสู่ระบบหลังบ้านของร้านได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น
[ เปลี่ยนยอดขายเป็นพลังแห่งการเติบโต ]
หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือแนวคิด ‘Power ×3’ ซึ่งหนึ่งในแกนหลักที่น่าจับตาคือ Power of Growth แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อว่า การเติบโตของร้านอาหารไม่ควรถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขแบบเดิมๆ อย่างเอกสารรับรองรายได้หรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน
‘ทีทีบี’จึงนำข้อมูลยอดขายจริงจากเครื่อง POS มาผสานกับข้อมูลการรับเงินผ่านบัญชีธนาคาร เพื่อเปลี่ยนยอดขายให้กลายเป็นหลักฐานทางธุรกิจที่ช่วยให้ร้านค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
เมื่อธนาคารสามารถเห็นภาพรายได้ของร้านจากข้อมูลจริง ก็ทำให้การประเมินศักยภาพธุรกิจมีความแม่นยำมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการก็สามารถนำเงินทุนไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจได้ทันเวลา ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าเช่า ซื้อวัตถุดิบ หรือบริหารสภาพคล่องในแต่ละรอบของธุรกิจ
[ ลดภาระหลังบ้านด้วย Automation ]
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือ Power of Automation ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาการจัดการระบบหลังบ้านของร้านอาหาร ‘ทีทีบี’ เป็นธนาคารแรกที่เชื่อมต่อข้อมูลรายการเดินบัญชีเข้ากับโปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ช่วยลดภาระของเจ้าของร้านที่ต้องมานั่งบันทึกบัญชีด้วยตนเอง
การเชื่อมต่อข้อมูลแบบอัตโนมัติยังช่วยลดความผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูล และทำให้เจ้าของร้านสามารถเห็นภาพรวมธุรกิจได้ชัดขึ้น ทั้งต้นทุน ค่าแรงพนักงานและภาพรวมกำไร–ขาดทุนของร้าน
นอกจากนี้ ระบบยังช่วยจัดการเรื่องภาษีและกระแสเงินสดได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารธุรกิจได้แม่นยำขึ้น โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำซ้อนหลายระบบ
[ Power of AI เติมทักษะให้เจ้าของร้าน ]
นอกจากเครื่องมือด้านการเงินและบัญชีแล้ว Skooldio ยังเข้ามาเติมเต็มในมิติของ Power of AI ผ่านการพัฒนาคอร์สออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร SME
แนวคิดสำคัญคือการช่วยให้เจ้าของร้านเข้าใจการใช้ข้อมูลของลูกค้าและยอดขาย เพื่อนำมาวิเคราะห์และวางแผนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
‘ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล’ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Skooldioระบุว่า เทคโนโลยีจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการสามารถใช้งานได้จริง จึงเน้นการพัฒนาทักษะด้าน Digital, Data และ AI เพื่อให้เจ้าของร้านสามารถอ่านข้อมูล คิดวิเคราะห์ และตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
[ จากร้านอาหารสู่โครงสร้างการเงินของ SME ]
การรวมตัวของพันธมิตรครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาเครื่องมือสำหรับร้านอาหารเท่านั้น แต่เป็นความพยายามในการสร้าง ระบบนิเวศดิจิทัลสำหรับ SME ไทย
ซึ่งการนำข้อมูลธุรกรรมจริง มาใช้ประเมินศักยภาพธุรกิจแทนหลักทรัพย์ค้ำประกัน กำลังสะท้อนแนวโน้มใหม่ของระบบการเงินที่เรียกว่า Data-Driven Credit
หากโมเดลนี้สามารถทำงานได้จริงในธุรกิจร้านอาหาร ก็อาจกลายเป็นต้นแบบของการปล่อยสินเชื่อให้กับ SME ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ต่อไปและในระยะยาว นี่อาจไม่ใช่แค่การช่วยให้ร้านอาหารอยู่รอด แต่คือการเปิดทางให้ ข้อมูลธุรกิจกลายเป็น ‘เครดิตใหม่’ ของผู้ประกอบการ SME ไทยในระบบการเงินยุคดิจิทัล