ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 400 จุด หวั่น ‘น้ำมัน-เงินเฟ้อ’ พุ่ง กดดันเฟดชะลอลดดอกเบี้ย
The Bangkok Insight
อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 16.46 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 16.46 น. • The Bangkok Insightตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ เปิดซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (18 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ร่วงกว่า 400 จุด ท่ามกลางการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ซึ่งจะผลักดันเงินเฟ้อ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และเศรษฐกิจโลก
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ล่าสุดอยู่ที่ 46,566.76 จุด ร่วงลง 426.50 จุด หรือ 0.93% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 6,674.58 จุด ลดลง 41.51 จุด หรือ 0.62%และดัชนีแนสแด็กที่ 22,320.44 จุด ลดลง 159.09 จุด หรือ 0.71%
ตลาดตกอยู่ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้น และตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตของสหรัฐที่ออกมาสูงกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน
ปัจจัยสำคัญมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ WTI ทะลุ 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดวิตกต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้น เมื่ออิหร่านออกมาขู่โจมตีแหล่งพลังงานในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ พร้อมเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งเพิ่มความกังวลว่าอาจเกิดความขัดแย้งในวงกว้าง และกระทบต่อเสถียรภาพพลังงานโลก
ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ โดยดัชนีทั่วไปปรับตัวขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.9% และเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าคาดที่ 0.3%
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.9% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าคาดการณ์ที่ 3.7% และเพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าคาดที่ 0.3% เช่นกัน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไป
นักลงทุนจึงจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในคืนนี้อย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้ พร้อมรอฟังถ้อยแถลงของ Jerome Powell ประธานเฟด เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) และประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาดการเงินโลกในช่วงต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ขุนคลังสหรัฐ' ยัน รัฐบาลไร้แผนแทรกแซงตลาด เพื่อกดราคาน้ำมัน
- 'โกลด์แมน แซคส์' เตือนวิกฤติน้ำมัน กระทบ 'เชื้อเพลิงสำเร็จรูป' หนักกว่าน้ำมันดิบ
- 'เรือสินค้าฮ่องกง' แล่นผ่าน 'ช่องแคบฮอร์มุซ' คาดจีนเจรจาอิหร่านเปิดทาง
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg