โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดแฟ้มครม. 5พ.ค.69 จ่อเคาะ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ยันไม่กระทบวินัยการคลัง

PostToday

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีวาระสำคัญที่สังคมจับตามอง คือการพิจารณาข้อเสนอจากกระทรวงการคลังในการออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 400,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 4พ.ค.2569 นายอนุทินยืนยันว่า รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินมาตรการดังกล่าวตามนโยบาย "พูดแล้วทำ" เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

ชู 3 หลักการ "จำเป็น-ขาดงบ-รักษาวินัย"

กระทรวงการคลังระบุถึงเหตุผลความจำเป็นในการตรา พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้ โดยยึดถือหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • ความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนจากวิกฤตพลังงานและเงินเฟ้อ
  • งบประมาณปกติไม่เพียงพอ หลังประเมินแหล่งเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569-2570 และเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินแล้วพบว่ามีข้อจำกัด
  • การรักษาวินัยการเงินการคลัง โดยจะเน้นการกู้เงินภายในประเทศและทยอยกู้ตามความต้องการใช้เงินจริง (Just-in-time) เพื่อควบคุมต้นทุนทางการเงิน

ยันไม่กระทบเพดานหนี้สาธารณะ

ในส่วนของข้อกังวลด้านเสถียรภาพทางการเงิน รัฐบาลยืนยันว่าการกู้เงินเพิ่มเติม 400,000 ล้านบาท จะไม่ส่งผลให้หนี้สาธารณะเกินกรอบร้อยละ 70 ของ GDP โดยปัจจุบันตัวเลขหนี้สาธารณะอยู่ที่ร้อยละ 66.38 ซึ่งแม้จะขยับตัวสูงขึ้นแต่ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ภายใต้กฎหมายวินัยการเงินการคลัง

โครงสร้างการใช้จ่ายและขั้นตอนต่อไป

วัตถุประสงค์ของวงเงินกู้ดังกล่าวจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ

  • การบรรเทาภาระค่าครองชีพ: มุ่งเน้นการอุดหนุนราคาพลังงานและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ
  • การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ: ลงทุนในด้านพลังงานทางเลือกและการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว

ภายหลังที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบ รัฐบาลจะดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดกรองโครงการ เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองแผนงานการใช้เงินให้เกิดความคุ้มค่าและโปร่งใสสูงสุด พร้อมทั้งเตรียมนำเรื่องเข้าชี้แจงต่อรัฐสภาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...