โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.เกษตรฯ รวมพลังขับเคลื่อน Fruit Board 69 ยกระดับมาตรฐานผลไม้ไทยสู่สากล วางระบบ Big Data แก้ปัญหาราคาตกต่ำแบบเบ็ดเสร็จ

VoiceTV

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 134 - 135 และผ่านระบบประชุมทางไกล Zoom Meeting ซึ่งที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าโครงการช่วยเหลือเกษตรกรและพิจารณามาตรการบริหารจัดการผลไม้ในฤดูกาลปี 2569 อย่างเข้มข้น เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตและรักษาเสถียรภาพราคาผลไม้ไทยให้เกิดความยั่งยืน อีกทั้งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบมาตรการเชิงรุกเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฤดูกาลผลไม้ปี 2569 ได้แก่ เห็นชอบอนุมัติหลักการโครงการฟื้นฟูสวนลำไยสำหรับต้นที่มีอายุเกิน 25 ปี ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 45,000 ครัวเรือน เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตควบคู่ไปกับมาตรการไม่เผาในพื้นที่เกษตรเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 โดยมอบหมายกรมส่งเสริมการเกษตรเร่งนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้เห็นชอบการนำมะพร้าวน้ำหอมเข้าสู่ระบบบริหารจัดการของ Fruit Board อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาเสถียรภาพสินค้ามะพร้าวน้ำหอมครบวงจร เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานย่อยพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์รายภาคซึ่งจะนำร่องในภาคตะวันตก เพื่อให้ข้อมูลการผลิตและการตลาดมีความเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับสถานการณ์การผลิตผลไม้ ปี 2569 ที่ประชุมได้รับทราบภาพรวมผลผลิตทุเรียนในปีนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยราคาเกรดคุณภาพยังอยู่ในเกณฑ์ดี และขอให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังช่วงผลผลิตออกมากหลังวันที่ 20 พฤษภาคม เป็นต้นไป ส่วนมังคุดในภาคตะวันออก พบว่า ผลผลิตลดลงร้อยละ 32 เนื่องจากพื้นที่ปลูกลดลง โดยที่ประชุมได้วาง 5 มาตรการหลักในการรักษาเสถียรภาพราคา ได้แก่ การควบคุมคุณภาพมาตรฐาน GAP การกระตุ้นการตลาดทั้งในและต่างประเทศ การส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่า เช่น การพัฒนาน้ำมะพร้าวสีชมพูขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เพื่อเจาะตลาดจีน การใช้มาตรการทางกฎหมายคุมเข้มผู้ประกอบการและปัญหาล้งนอมินี และการพัฒนาฐานข้อมูล Big Data ผ่านระบบ Simple Fruit เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์รายวัน รวมถึงรับทราบความก้าวหน้างานวิจัยการยืดอายุการเก็บรักษาลำไยส่งออกไปจีนด้วยการใช้กรดเกลือร่วมกับซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งช่วยรักษาคุณภาพผลผลิตได้นานถึง 21 วัน

นอกจากนี้ นายจเด็ศ กล่าวเพิ่มเติมถึง การเตรียมความพร้อมในพื้นที่ภาคใต้และภาคเหนือ ว่า แม้ผลผลิตในภาคใต้จะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 58 แต่คาดว่าทุเรียนอาจประสบภาวะขาดแคลนเล็กน้อยจึงต้องเน้นการคุมคุณภาพท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวน ส่วนภาคเหนือได้เตรียมแผนบริหารจัดการผลผลิตลำไยส่วนเกินกว่า 2 หมื่นตันในพื้นที่ลำพูน เชียงใหม่ และเชียงราย ไว้รองรับแล้ว พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการเปิดโควตานำเข้าลำไยแห้งตามข้อตกลง WTO ปี 2570 - 2572 ตามที่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์เสนอต่อที่ประชุม เพื่อบริหารจัดการตลาดอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการปราบปรามผลไม้ด้อยคุณภาพอย่างจริงจัง โดยได้รับรายงานการผนึกกำลังกับหน่วยงานความมั่นคงตรวจสอบโรงคัดบรรจุในจังหวัดจันทบุรี และสั่งระงับการจำหน่ายทุเรียนอ่อนที่ตรวจพบทันที พร้อมทั้งเร่งสำรวจความเสียหายจากวาตภัยในพื้นที่สวนผลไม้เพื่อเยียวยาเกษตรกรตามระเบียบภัยพิบัติโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการบริหารจัดการผลไม้ไทยทั้งระบบในฤดูกาลนี้ด้วย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...