“สี จิ้นผิง” หารือมกุฎราชกุมารซาอุฯ เรียกร้องเปิดฮอร์มุซ-ยุติความขัดแย้ง
"สี จิ้นผิง" หารือมกุฎราชกุมารซาอุฯ เรียกร้องเปิดฮอร์มุซ-ยุติความขัดแย้ง ท่ามกลางสถานการณ์ฮอร์มุซตึงเครียด กระทบการค้าและพลังงานโลกอย่างหนัก
วันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 10.31 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ออกมาแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเป็นครั้งแรก โดยใช้โอกาสในการหารือทางโทรศัพท์กับมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย Mohammed bin Salman เพื่อเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูการเดินเรือผ่านเส้นทางสำคัญดังกล่าว และยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ผู้นำจีนระบุว่า จีนสนับสนุนการหยุดยิงอย่างทันทีและครอบคลุม พร้อมผลักดันให้ทุกฝ่ายแก้ไขข้อพิพาทผ่านแนวทางการเมืองและการทูต โดยย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซควรเปิดให้มีการสัญจรตามปกติ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งประเทศในภูมิภาคและประชาคมโลก
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียด หลังการปะทะกันในตะวันออกกลางช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้แนวโน้มการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังไม่แน่นอน โดยสหรัฐยังคงใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล ขณะที่อิหร่านยังจำกัดการผ่านช่องแคบให้กับเรือบางประเภท
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับตลาดโลก และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ โดยก่อนหน้านี้จีนพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางราว 40% ของการนำเข้าทั้งหมด
ผลกระทบจากความตึงเครียดยังสะท้อนในภาคการค้า โดยการส่งออกของจีนไปยังตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 7% ของยอดส่งออกทั้งหมด ลดลงถึง 43% ในเดือนมีนาคม
ก่อนหน้านี้ อิหร่านเคยประกาศเปิดช่องแคบอีกครั้งหลังข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน แต่กลับเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว หลังสหรัฐไม่ยกเลิกมาตรการปิดล้อม ทำให้สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
นอกจากนี้ ผู้นำจีนยังส่งสัญญาณสนับสนุนให้ประเทศในตะวันออกกลางกำหนดอนาคตของตนเอง ซึ่งถูกมองว่าเป็นการกระตุ้นให้ลดการพึ่งพาสหรั ในด้านความมั่นคง ท่ามกลางการแข่งขันอิทธิพลของมหาอำนาจในภูมิภาคที่ทวีความเข้มข้นขึ้น
อ้างอิง : bloomberg.com