Hitachi ปิดฉากปรับโครงสร้าง 17 ปี เตรียมขายธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า เข้าสู่ยุคเทค
Hitachi ปิดฉากปรับโครงสร้าง 17 ปี เตรียมขายธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า หลังหันโฟกัสสู่ธุรกิจเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างรายได้ระยะยาว
วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 00.49 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า Hitachiเตรียมขายธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (white goods) ให้กับ Nojima ซึ่งถือเป็นก้าวสุดท้ายของการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ หลังเผชิญวิกฤตขาดทุนมหาศาลเมื่อกว่าทศวรรษที่ผ่านมา
หลังจากรายงานผลขาดทุนสุทธิราว 8,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณสิ้นสุดมีนาคม 2552 กลุ่มบริษัทที่เคยทำธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปจนถึงเครื่องดูดฝุ่น ได้เริ่มปรับทิศทางไปสู่ธุรกิจแบบ B2B เช่น บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบโครงข่ายไฟฟ้า และระบบราง เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น
ในการคัดเลือกธุรกิจที่จะรักษาไว้หรือขายออก Hitachiให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มดิจิทัลหลักของบริษัทอย่าง Lumada เป็นศูนย์กลาง
บริษัทได้เดินหน้าซื้อกิจการขนาดใหญ่ต่อเนื่อง โดยเข้าซื้อธุรกิจโครงข่ายไฟฟ้าของ ABB จากสวิตเซอร์แลนด์ในปี 2020 เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว พร้อมพัฒนาโซลูชันที่ใช้ AI ตรวจจับและแก้ไขปัญหาอุปกรณ์ล่วงหน้าก่อนเกิดความเสียหาย
ต่อมาในปีถัดมา Hitachiเข้าซื้อ GlobalLogic จากสหรัฐฯ ซึ่งมีวิศวกรกว่า 30,000 คน ช่วยเสริมศักยภาพการพัฒนาเทคโนโลยี และเร่งการสร้างระบบสำคัญสำหรับ Lumada
ควบคู่กันนั้น Hitachiยังทยอยขายธุรกิจที่ไม่สามารถสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยได้ปลดขายบริษัทย่อยสำคัญในอดีต เช่น Hitachi Metals, Hitachi Cable และ Hitachi Chemical รวมถึงล่าสุดได้ขายหุ้นในกิจการร่วมทุนเครื่องปรับอากาศให้กับ Bosch ของเยอรมนี
แม้จะมีเสียงคัดค้านภายในบางส่วนต่อการขายธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากมองว่าช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์และดึงดูดบุคลากร แต่ธุรกิจดังกล่าวมีลักษณะรายได้แบบขายครั้งเดียวไม่ใช่รายได้ต่อเนื่อง อีกทั้งยังต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรงจากผู้ผลิตจีน
ก่อนหน้านี้ในปี 2564 Hitachiได้ขายธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างประเทศให้กับ Arcelik ของตุรกี เหลือเพียงการดำเนินงานในญี่ปุ่นผ่านบริษัทลูกHitachi Global Life Solutions ซึ่งยังคงจำหน่ายตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น และเครื่องใช้ในครัว แต่ไม่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ
รายได้ของ Hitachi Global Life Solutions ลดลง 3% เหลือ 263,400 ล้านเยนในช่วง 9 เดือนสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2568 ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าตัดจำหน่าย (EBITA) เพิ่มขึ้น 3.5% อยู่ที่ 18,300 ล้านเยน แต่มีอัตรากำไรเพียง 6.9% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม Hitachi ที่ 12.1%
สำหรับHitachi ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าถือเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายของการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ แม้เคยอยู่ภายใต้การดูแลของ Toshiaki Tokunaga แต่ก็ไม่สามารถยกระดับความสามารถในการทำกำไรได้
หลังปรับพอร์ตธุรกิจให้กระชับขึ้น Hitachiสามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
แม้รายได้รวมของกลุ่มในปีงบประมาณสิ้นสุดมีนาคม 2568 จะอยู่ที่ราว 10 ล้านล้านเยน ใกล้เคียงกับปี 2552 แต่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 971,600 ล้านเยน จากเดิม 127,100 ล้านเยน
นอกจากนี้บริษัทยังสร้างกระแสเงินสดอิสระหลัก (core free cash flow) ได้ถึง 780,500 ล้านเยน ทำให้มีศักยภาพในการลงทุนและเข้าซื้อกิจการใหม่ในอนาคต
อ้างอิง : asia.nikkei.com