โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ไต้หวัน จับตาประชุม “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” หวั่นจีนดันปมเกาะกลางโต๊ะเจรจา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ไต้หวัน จับตาประชุม "ทรัมป์-สี จิ้นผิง" หวั่นจีนดันปมเกาะกลางโต๊ะเจรจา ขณะที่จีนยังเพิ่มแรงกดดันทางทหารและประกาศไม่ยอมรับแนวคิดเอกราชไต้หวันเด็ดขาด

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.27 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ไต้หวันแสดงความเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์กับสหรัฐยังคงมีเสถียรภาพ แต่หวังว่าจะไม่มีเรื่องไม่คาดคิดเกี่ยวกับไต้หวันเกิดขึ้นระหว่างการพบกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในสัปดาห์นี้

ทรัมป์มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งระหว่างวันพุธถึงวันศุกร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับสี จิ้นผิง ซึ่งประเด็นไต้หวันที่จีนอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีน ถูกคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการหารือ

จีนไม่เคยตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังเพื่อรวมไต้หวันเข้ากับจีนแผ่นดินใหญ่ และเมื่อเดือนที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศจีนระบุว่า ไต้หวันคือ ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธข้ออ้างอธิปไตยของจีนมาโดยตลอด

สหรัฐมีพันธกรณีตามกฎหมายในการสนับสนุนศักยภาพการป้องกันตนเองของไต้หวัน ขณะที่ Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ความมั่นคงในช่องแคบไต้หวันเป็นสิ่งจำเป็น

Lin Chia-lung รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่รัฐสภาในกรุงไทเปว่า รัฐบาลกำลังติดตามการพบกันระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง อย่างใกล้ชิด โดยไต้หวันยังคงสื่อสารกับสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่านแถลงการณ์สาธารณะและช่องทางที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมย้ำว่า ไต้หวันมีความเชื่อมั่นต่อพัฒนาการที่มั่นคงของความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่าย และกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลสหรัฐยืนยันหลายครั้งแล้วว่า นโยบายต่อไต้หวันจะไม่เปลี่ยนแปลง

ต่อมา ระหว่างตอบคำถามสมาชิกสภานิติบัญญัติ เขาระบุว่า สหรัฐมีจุดยืนชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นที่ต้องการหารือกับจีน เช่น การค้าและปัญหาเฟนทานิล แต่จีนยังคงยกประเด็นไต้หวันขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

“แน่นอนว่า เราหวังว่าการประชุมทรัมป์-สี จิ้นผิง จะไม่ก่อให้เกิดเรื่องไม่คาดคิดเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน”Lin กล่าว

ขณะเดียวกันประเด็นงบประมาณด้านกลาโหมของไต้หวันก็กลายเป็นอีกปัจจัยที่สร้างความกังวล

ก่อนหน้านี้ รัฐสภาไต้หวันที่ฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก ได้อนุมัติงบประมาณพิเศษด้านกลาโหมในวงเงินต่ำกว่าที่รัฐบาลร้องขอ พร้อมตัดงบสำหรับโครงการพัฒนาระบบป้องกันประเทศภายในประเทศ เช่น ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศและโดรน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐรายหนึ่งเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า วอชิงตันรู้สึกผิดหวังที่ไต้หวันอนุมัติงบกลาโหมต่ำกว่าระดับที่สหรัฐมองว่าจำเป็น

Lin กล่าวว่า เขาหวังว่ารัฐสภาจะดำเนินมาตรการแก้ไข เพื่อให้งบประมาณด้านกลาโหมสามารถสนับสนุนนโยบายความมั่นคงของไต้หวันได้อย่างเต็มที่ โดยย้ำว่า การรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันเป็นเป้าหมายร่วมกันของไต้หวันและประเทศพันธมิตร

“อย่างไรก็ตาม สันติภาพต้องอาศัยความแข็งแกร่ง เราต้องแสดงศักยภาพในการป้องกันตนเอง เพื่อยับยั้งการรุกราน” เขากล่าว

ด้าน นายกรัฐมนตรี Cho Jung-tai กล่าวในอีกเวทีหนึ่งว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างแน่นอนเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาคมระหว่างประเทศต่อแนวนโยบายด้านกลาโหมของไต้หวัน และการที่งบประมาณด้านความมั่นคงถูกตัดลดและกระจัดกระจายเช่นนี้ ถือเป็นผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงและการป้องกันประเทศ

ในช่วงก่อนการเดินทางเยือนจีนของทรัมป์ จีนยังคงเดินหน้ากิจกรรมทางทหารรอบไต้หวันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดลาดตระเวนเตรียมพร้อมรบร่วมอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมจีนระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลและชอบธรรมอย่างยิ่ง

พร้อมย้ำว่า “แนวคิดเอกราชไต้หวัน คือรากเหง้าของความไม่สงบในช่องแคบไต้หวัน และจีนจะไม่มีวันยอมรับหรือเพิกเฉยต่อเรื่องนี้เด็ดขาด”

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...