โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ADVANC สู่ดิจิทัลอินฟรา ลุยทรานส์ฟอร์ม-ยักษ์โลก

ทันหุ้น

อัพเดต 10 พ.ค. เวลา 23.02 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. เวลา 19.30 น.

#ADVANC #ทันหุ้น – ADVANC มุ่งสู่การเป็น Digital Infrastructure ผ่านโครงการลงทุนเชิงกลยุทธ์ 3 แกนหลัก คือ ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์, ธุรกิจ Cloud & AI, ธุรกิจ Virtual Bank พร้อมคงเป้าหมายการเติบโตในปี 2569 รายได้จากการให้บริการหลักไว้ที่ 3-5% และ EBITDA คาดว่าจะเติบโตประมาณ 2-4%

นายไกรวี เกียรติไกรวัลศิริ เจ้าหน้าที่นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า AIS มุ่งสู่การเป็นDigital Infrastructure ของประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่ม Hyperscaler และลูกค้าองค์กรที่เร่งตัวขึ้นจากการทำ Digital Transformation โดยวางงบลงทุนไว้ที่ 8,000 – 10,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี ผ่านโครงการลงทุนเชิงกลยุทธ์ 3 แกนหลัก คือ

1.ธุรกิจ Data Center ได้มีความร่วมมือกับพันธมิตรแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่GSA Data Center เป็นการร่วมทุนระหว่าง GULF, Singtel และ AIS ซึ่ง GSA 01 ได้เริ่มเปิดให้บริการไปแล้วในปีที่ผ่านมา มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 25.6 เมกะวัตต์ และในปัจจุบัน GSA 02 ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 38.1 เมกะวัตต์

อีกกลุ่ม คือ Gulf Edge Data Center (GEDC) ได้เริ่มดำเนินการ GEDC 01 คาดว่าจะมีกำลังการผลิตสูงถึง 100 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนดการเปิดให้บริการในช่วงครึ่งหลังของปี 2570

2.ธุรกิจ Cloud & AI ได้ดำเนินการผ่านกลุ่ม G-AIS ร่วมกับ GULF มีการนำผลิตภัณฑ์จากผู้ให้บริการ Hyperscaler ระดับโลกมาให้บริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรที่หลากหลาย เช่น Oracle, Google และ Microsoft Azure

@เดินหน้า Virtual Bank

3.ธุรกิจ Virtual Bank หรือธนาคารไร้สาขาที่ได้จับมือกับ OR และ KTB ซึ่ง AIS มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่กว่า 52 ล้านราย และมี Alternative Data หรือข้อมูลทางเลือกจากการใช้งานดิจิทัลของลูกค้า ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นโมเดลในการวิเคราะห์เครดิต เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีเอกสารรายได้ทางการเงินที่ชัดเจน

ส่วน KTB มีความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบของธนาคารพาณิชย์ และมีจุดแข็งสำคัญคือแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่มีประวัติการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้ารายย่อยและกลุ่มคนในพื้นที่ห่างไกลอย่างมีประสิทธิภาพ ด้าน OR มีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันและร้านค้าปลีกครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งสามารถสร้าง Use Case ในการใช้จ่ายหรือเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้ในชีวิตประจำวัน

โดยมีเป้าหมายหลักของ Virtual Bank คือการตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน นอกจากนี้ AIS ยังมองเห็นโอกาสในการทำ Synergy ร่วมกับธุรกิจหลัก เช่น การนำบริการทางการเงินมาผูกติดกับการขายโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงอุปกรณ์สื่อสารได้ง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบันโครงการนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมความพร้อมเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล คาดว่าจะสามารถเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในปีนี้

และจะเป็นส่วนสำคัญในการกระจายที่มาของรายได้และยกระดับแพลตฟอร์มของ AIS ในอนาคต โดยระยะแรกบริษัทจะรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการลงทุน ซึ่งได้ถูกนำไปคำนวณรวมอยู่ในเป้าหมายการเติบโตของ EBITDA ในปี 2569 ไว้เรียบร้อยแล้ว คาดการณ์ว่า Virtual Bank จะเริ่มสร้างกำไรหรือถึงจุดคุ้มทุนได้ในปีที่ 4 เป็นต้นไป

@ ไม่แข่งขันด้านราคา

อย่างไรก็ดี AIS ยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลักไว้ที่ 3-5% โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล และตั้งเป้า EBITDA คาดว่าจะเติบโตประมาณ 2-4% ซึ่งสอดคล้องไปกับการเติบโตของรายได้และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวินัย

ในส่วนงบลงทุนกำหนดไว้ที่ 30,000 – 35,000 ล้านบาท (ไม่รวมค่าคลื่นความถี่) เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านคุณภาพโครงข่ายและรองรับการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยไตรมาส 1/2569 ใช้ไปแล้ว 6,800 ล้านบาท ทั้งนี้ AIS จะไม่เน้นการแข่งขันด้านราคาแต่จะมุ่งเน้นการแข่งที่การเพิ่มมูลค่าและนวัตกรรม

โดยการนำเทคโนโลยี AI มาพัฒนาโครงสร้างไอทีพื้นฐาน เพื่อเชื่อมโยงแพลตฟอร์มต่างๆ และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตของรายได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...