"ทักษิณ" พักโทษออกจากเรือนจำ เสื้อแดง – นักการเมืองค่ายเพื่อไทย รอต้อนรับแน่น
มวลชนเสื้อแดง – นักการเมืองค่ายเพื่อไทย คึกคัก! มวลชนคนเสื้อแดงปักหลักแต่เช้ามืด รอต้อนรับ “ทักษิณ” หลังได้พักโทษ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศคนเสื้อแดง และนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมว.สาธารณสุข นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต รมช.มหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯและ รมว.มหาดไทย นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีต รมว.ต่างประเทศ ปักหลักแสดงความยินดีกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการพักโทษออกจากเรือนจำ
โดยมีการปักหลักด้านหน้าเรือนจำคลองเปรม ตั้งแต่เมื่อวาน (10พ.ค.69) ที่บริเวณริมฟุตบาท โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มวลชนหลายคนเดินทางมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ และบางคนเดินทางมาจากหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือ ขณะที่ สส.พรรคเพื่อไทย หลายจังหวัด อำนวยความสะดวกด้วยการเหมารถบัสให้คนเสื้อแดงมาต้อนรับอดีตนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น เวลา 07.40 น.นายทักษิณเดินออกจากเรือนจำโดยสวมเสื้อเชิ๊ตสีขาว ทันทีที่นายทักษิณก้าวข้ามประตูเรือนจำ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวนายทักษิณ ได้เข้าไปโผกอด ก่อนที่นายทักษิณฝ่าวงล้อมคนเสื้อแดงที่รอมอบดอกกุหลาบ
ซึ่งทางทนายและครอบครัวชินวัตร มีการตกลงว่านายทักษิณจะไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน จากนั้นนายทักษิณเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น. และเดินทางขึ้นรถและเดินทางออกจากเรือนจำมุ่งหน้าไปที่สำนักงานคุมประพฤติ กรุงเทพมหานคร 1 เขตบางกอกน้อย กทม. จากนั้นจะเดินทางไปยังบ้านจันทร์ส่องหล้า ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 ซึ่งยื่นเป็นสถานที่คุมประพฤติจนกว่าจะครบกำหนดโทษ
ด้านการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเคร่งครัด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตำรวจEOD หลายร้อยนายเข้ามาดูแลพื้นที่
ในส่วนของคดีที่นายทักษิณต้องรับโทษ มีทั้งหมด 3 คดี ตามคดีพิพากษาต้องรับโทษจำคุกทั้งหมด 8 ปี โดยนายทักษิณเดินทางกลับเข้าประเทศไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ซึ่งทันทีที่ถึงก็เดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย แต่ในช่วงกลางดึกของวันเดียวกันนายทักษิณถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากโรคประจำตัวกำเริบ และพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเรื่อยมา
ต่อมาในวันที่ 31 สิงหาคม 2566 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษเหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม และประชาชน ตามที่นายทักษิณ ได้ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ
ก่อนที่ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 นายทักษิณเดินทางออกจากโรงพยาบาล เพื่อไปคุมประพฤติที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เนื่องจากเข้าเกณฑ์พักโทษ เนื่องจากนักโทษที่มีอายุมากกว่า 70 ปี และมีโรคประจำตัวร้ายแรง ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยเรื่องการรับโทษของนายทักษิณเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ จนที่สุดนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นร้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้ศาลไต่สวนการบังคับโทษ ซึ่งศาลฎีกา ฯ ได้รับเรื่องและดำเนินการไต่สวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์และแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลตำรวจ
และเมื่อวันที่ 9 กันยายน 68 ศาลฎีกาฯ สั่งให้นำตัวนายทักษิณกลับไปจำคุกเป็นเวลา 1 ปี โดยไม่นับรวมช่วงเวลาที่พักรักษาตัวบนชั้น 14 จึงทำให้นายทักษิณต้องกลับเข้าสู่เรือนจำคลองเปรมอีกครั้งจนถึงวันนี้นายทักษิณได้รับโทษมาแล้ว 8 เดือน หรือ 2 ใน 3 ของจำนวนโทษที่ได้รับ จึงเข้าหลักเกณฑ์การพักโทษ
ซึ่งคณะกรรมการพักโทษ กระทรวงยุติธรรม มีมติอนุมัติพักโทษ นายทักษิณ รอบที่2 โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องสวมกำไลอีเอ็ม (EM) ตลอดระยะเวลาพักโทษ จนกว่าจะพ้นโทษ และเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ และจะต้องมีการรายงานตัว และห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจนถึงวันที่ 9 กันยายน 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ทักษิณ” พักโทษออกจากเรือนจำ เสื้อแดง – นักการเมืองค่ายเพื่อไทย รอต้อนรับแน่น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net