J.P. Morgan เตือนน้ำมันเสี่ยงทะลุ 150 ดอลลาร์ ล่าสุด EU ชี้โลกอาจเจอช็อกพลังงานยาว
J.P. Morgan เคยเตือนว่า ราคาน้ำมันโลกมีโอกาสพุ่งเกิน 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากการหยุดชะงักของอุปทานผ่านช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อไปถึงกลางเดือนพฤษภาคม โดยประเมินว่าระยะใกล้ราคาน้ำมันอาจขยับสู่ช่วง 120-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และในกรณีเลวร้ายอาจทะลุ 150 ดอลลาร์ได้
ล่าสุด ความเสี่ยงดังกล่าวยิ่งชัดขึ้น หลัง Reuters รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านเพิ่มเติม หากอิหร่านไม่ทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ ขณะที่หลายประเทศกำลังเร่งหาทางเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งน้ำมันโลก
ฝั่งยุโรปก็เริ่มส่งสัญญาณกังวลมากขึ้นเช่นกัน โดยคณะกรรมาธิการพลังงานของสหภาพยุโรประบุว่า ยุโรปต้องเตรียมรับมือกับ “ช็อกพลังงานระยะยาว” และกำลังพิจารณาทุกมาตรการ รวมถึงการระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินเพื่อบรรเทาผลกระทบ
นอกจากนี้ OPEC+ ยังมีแนวโน้มจะหารือการเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มเติมในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อส่งสัญญาณรับมือความผันผวนของตลาดน้ำมัน แต่ Reuters ระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจช่วยได้จำกัด หากการขนส่งผ่านฮอร์มุซยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ
ผลกระทบของวิกฤตครั้งนี้เริ่มลามสู่เศรษฐกิจจริงแล้ว โดยปากีสถานประกาศขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างหนักรอบใหม่ หลังต้นทุนนำเข้าน้ำมันพุ่งขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สะท้อนว่าแรงกดดันด้านพลังงานกำลังกระทบเงินเฟ้อและค่าครองชีพในหลายประเทศเร็วขึ้นกว่าที่คาด
ภาพรวมทั้งหมดทำให้คำเตือนของ J.P. Morgan ไม่ได้เป็นเพียงสมมติฐานเชิงตลาดอีกต่อไป แต่กำลังถูกยืนยันด้วยพัฒนาการล่าสุดทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายพลังงาน และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เริ่มเกิดขึ้นจริงทั่วโลก