โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ชัยวัฒน์’ แฉหลักฐานแน่น! น.ส.3ก. รุกป่า ‘เขาปากเตรียม’ คณะกรรมการตรวจสอบ ระบุชัดออกโดยมิชอบ

เดลินิวส์

อัพเดต 3 เมษายน 2569 เวลา 21.35 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ชัยวัฒน์” ขยี้ปูมหลัง “น.ส.3ก.”รุกป่าเขาปากเตรียม เมืองระนอง เปิดหลักฐานมัดแน่น ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการ ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ระบุชัด ออกเอกสารโดยมิชอบ ยืนยันสภาพพื้นที่ลักษณะเป็นภูเขา ลาดชันสูงเกินกว่า 35 % มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมเต็มพื้นที่ เสนอแนะแล้วให้เพิกถอน ตามมาตรา61พร้อมให้ยื่นศาลปกครองขอคุ้มครอง และเร่งเอาผิดทางอาญา กลุ่มผู้บุกรุกป่า ตัดต้นไม้ใหญ่ทั้งหมด

ภายหลังจากเดลีโฟกัส เกาะติดประเด็นการบุกรุกพื้นที่ป่าและออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3ก.โดยมิชอบ บนเขาปากเตรียม ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ เชื่อทำเป็นขบวนการใหญ่ไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง เพราะ “กลุ่มนายทุน” ทยอยตัดไม้ใหญ่บนเขาทำลายสภาพผืนป่า อีกทั้งยังใช่เล่ห์ “ระวางทิพย์” บีบชาวบ้านเพื่อฮุบเอาที่ดินเพิ่มเติม ล่าสุดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯไฟเขียวลุยเอาผิด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 69 ทีมข่าวเฉพาะกิจส่วนกลาง เปิดเผยว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานฯ ซึ่งมีโอกาสได้ลงไปสำรวจสภาพพื้นที่จริงมาก่อนหน้านี้ ได้ลำดับเหตุการณ์กรณีการออก น.ส.3ก. ทับซ้อนพื้นที่ป่า และการตัดไม้ซุงจำนวนมาก บนเขาปากเตรียม ท้องที่บ้านเหนือ หมู่ 2อ.สุขสำราญว่า เรื่องดังกล่าวได้รับร้องเรียนจากในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.68 เกี่ยวกับการบุกรุกผืนป่าและตัดไม้จึงได้ดำเนินการตรวจสอบรวบรวมเก็บข้อมูลต่างๆ จากนั้นนำข้อมูทั้งหมดมาประมวลลำดับเหตุการณ์ได้ว่า อุทยานแห่งชาติแหลมสน อ.สุขสำราญ ได้ประกาศ วันที่ 19 ส.ค. 2526 ส่วนการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. ในบริเวณดังกล่าว เกิดขึ้นระหว่าง ปี 2532 - 2533 จำนวน 105 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1000 - 2000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ที่มีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ และสูงชันความสูงเฉลี่ยเกินร้อยละ 35%

กระทั่งมีเหตุการณ์เกิดขึ้น วันที่ 18 เม.ย. 2565หลังหน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ รน.2(ราชกรูด) ได้รับแจ้งประสานจากอําเภอสุข สําราญ ว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้บริเวณบ้านเหนือ ซอยอ่าวจาก หมู่ที่ 2 ต.กําพวน อ.สุขสําราญ จึงได้สนธิกำลังพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พบรถแบ็คโฮ 1 คัน กําลังดําเนินการปรับพื้นที่เป็นเส้นถนน กว้างประมาณ 5 เมตร ระยะทางยาวประมาณ 1,015 เมตร คํานวณเนื้อที่ได้ประมาณ 3-3-75 ไร่ เบื้องต้นผลการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่อยู่ในพื้นที่ป่าไม้ อยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ แต่พื้นที่ตรวจสอบอยู่บนเนินเขายังมีสภาพป่ารกทึบ

ต่อมามีผู้มาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่และแจ้งว่า ตนเองเป็นผู้รับมอบอํานาจดูแลพื้นที่ดังกล่าวจากเจ้าของที่ดิน อ้างพื้นที่ดังกล่าวมีเอกสารสิทธิที่ดิน น.ส.3ก. จํานวน 21 ฉบับ พร้อมแสดงหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แต่เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมตรวจสอบพิจารณาแล้วเห็นว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าว ยังมีสภาพเป็นป่า มีความลาดชันค่อนข้างสูง จึงสั่งให้ยุติการดำเนินการต่างๆเอาไว้ก่อน จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ที่ดินระนองตรวจสอบพิสูจน์ขอบเขต พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน วันที่ 19 เม.ย.2565

นอกจากนี้ยังได้ถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ร่วมกับหน่วยทหารชุดตรวจสอบและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรณีบุกรุกที่ดินของรัฐ กองทัพภาค 4 (กอ.รมน. ภาค 4) นำโดย พ.อ.ดุสิต เกษรแก้ว พบต้นไม้ที่ถูกโค่นล้มทั้งต้นโดยมิได้บั่นทอน ทั้งสิ้น 58ต้น ปริมาตร 478.36 ลบ.ม. และพบไม้ท่อน จำนวน 77ท่อน ปริมาตร 205.47 ลบ.ม. เจ้าหน้าที่ ได้จับค่าพิกัดจุดที่มีการโค่นล้มไม้ และจุดที่มีการพบไม้ท่อนลงไว้ในบันทึกการตรวจสอบ รายละเอียดปรากฏตามบันทึกตรวจสอบ ลงวันที่ 21เม.ย.2565 พร้อมทั้งได้นำไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ตาม ปจว. ข้อ 2 เวลา19.41 น. ลงวันที่ 22 เม.ย.2565

จากนั้น 12 พ.ค.2565 ผวจ.ระนอง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการออกหนังสือรับรองการทํา ประโยชน์ (น.ส.3 ก.) จํานวน 21 ฉบับ รวมถึงที่เกี่ยวข้องกับบริเวณที่เกิดเหตุ บริเวณบ้านเหนือ หมู่ที่ 2 ต.กําพวน อ.สุขสําราญ คณะทำงานได้มีการเปรียบเทียบพื้นที่ ระวางที่ดิน กับภาพถ่ายทางอากาศ พบพื้นที่ดังกล่าวเกือบทั้งหมด ได้มีการออกเอกสารสิทธิหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก.) เกือบเต็มพื้นที่แล้ว เมื่อพิจารณาภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายดาวเทียมในเบื้องต้นดูย้อนหลังไปตั้งแต่ได้มีการถ่ายบันทึกภาพไว้เป็นครั้งแรก ตั้งแต่ พ.ศ. 2509 เรื่อยมา ปรากฏว่าไม่พบร่องรอยการครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวมาก่อนแต่อย่างใด อีกทั้งยังสอดรับกับคำให้การของพยานบุคคล ที่ให้การยืนยันว่าสภาพพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุ ไม่มีการครอบครองทำประโยชน์มาก่อนแต่อย่างใด สภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นพื้นที่เขาและภูเขา มีความลาดชันสูงเกินกว่า 35 % (19.29องศา) มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมเต็มพื้นที่

กระทั่ง 16 ก.ย.2565คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ รายงานผลการตรวจสอบให้ ผวจ.ระนอง ว่า หนังสือรับรองการทําประโยชน์ น.ส.3ก. ทั้ง 21 ฉบับ รวมถึงบริเวณที่เกิดเหตุ เป็นการออกเอกสารโดยมิชอบ เนื่องจากไม่สอดคล้องกับเอกสาร ตำแหน่งที่ตั้งและพิกัด รวมถึงวิธีการได้มาซึ่งหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงมีมติให้หน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้ 1.ดำเนินการทางปกครอง ตามกฎหมายที่ดิน มาตรา61 ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้พิจารณาคำสั่งทางปกครองที่มิชอบ รวมถึงให้มีคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวพื้นที่เกิดเหตุการการพิพากษา 2. ดำเนินการทางอาญานำตัวผู้กระทำความผิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาลงโทษทางอาญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และ3.ดำเนินการเฝ้าระวังมิให้เกิดการกระทำผิดในพื้นที่

นายชัยวัฒน์ ยังระบุ ด้วยว่า ประเด็นปัญหาการถือครองของบริษัทนิติบุคคลจำนวน 3 บริษัท รวมถึงชาวบ้านอีก 72 ราย ได้มาหลังจากที่มีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เมื่อปี 2532-33 ที่เป็นการออกเอกสารหลังการประกาศเขตอุทยานฯ จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับบุคคลที่มีเอกสารสิทธิด้วย แต่ก็ต้องดูเจตนาในการครอบครองที่ดินด้วยว่ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร แต่เบื้องต้นพบว่ามีการใช้เอกสารสิทธิที่มี เข้าไปเพื่อตัดไม้ออกจากป่า การกระทำของบางกลุ่มตัดไม้จากในพื้นที่ป่ามาสวมสิทธิ์ ถือเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมายโดยไม่เกรงกลัว ที่สำคัญ บริษัทที่ถือครองที่ดินมีความเกี่ยวเนื่องกับ ความพยายามถือครองที่ดินในพื้นที่ จ.ชุมพร ดังนั้นจึงต้องดูเหตุผลที่แท้จริงว่า “กลุ่มบริษัท”ที่ถือครองมีความต้องการในการพัฒนาที่ดินหรือเพียงเพราะต้องการทำลายป่าไม้

ที่สำคัญข้อมูลจากสำนักงานที่ดิน จ.ระนอง ระบุชัดถึงปัญหาการออก น.ส.3ก. โดยมิชอบด้วยกฎหมาย 16 แปลง ผลการตรวจสอบพบว่ า ออกโดยไม่มีหลักฐานแจ้งการครอบครอง ถูกออกไปโดยคาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมาย สาเหตุเนื่องจากที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตภูเขาและมีความลาดชันเกิน 35% ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามตามประกาศกระทรวงมหาดไทยและมติคณะรัฐมนตรีที่ห้ามมิให้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ การดำเนินการได้ส่งเรื่องให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ ตามมาตรา61 กฎหมายที่ดินแล้วตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2567 ส่วนการตรวจสอบ น.ส.3 ก. แปลงอื่นๆนั้น ยังอยู่ในระหว่างออกโดยชอบกฎหมายหรือไม่ แต่ยังมีอุปสรรคไม่มีพิกัดตำแหน่งของเอกสารประกอบที่ชัดเจนจึงไม่สามารถส่งให้สถานีพัฒนาที่ดินเขต 11 ตรวจสอบพื้นที่ภูเขาหรือความลาดชันได้ ตอนนี้ความหวังในการแก้ไขปัญหาอยู่ที่หน่วยงานเกี่ยวข้องจะดำเนินการได้รวดเร็วขนาดไหน เพราะหมายถึงจะได้ช่วยกันรักษาป่าไม้เอาไว้ให้ได้มากที่สุด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...