โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่อง “ไร่หมุนเวียนสบเมยหมื่นไร่”..เผาทุกปีแต่การันตีไม่มีไฟป่า-ไม่ก่อวิกฤตหมอกควัน

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

แม่ฮ่องสอน – ตามพิสูจน์..ไร่หมุนเวียนสบเมยหมื่นไร่ กลางขุนเขาสบเมยเหนือน้ำทะเล 1,000 เมตร พี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยงการันตีไม่มีไฟป่า แม้เผาทุกปีแต่ไม่ก่อวิกฤตหมอกควัน ทั้งยังสร้าง “ป่าหมุนเวียน”ด้วยซ้ำ ขณะที่คนรุ่นใหม่เริ่มปรับเปลี่ยนหันทำวนเกษตรแทน

ท่ามกลางหมอกควันคลุมภาคเหนือ โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ พบมีจุดความร้อนเกิดขึ้นกว่า 1,020 แห่ง แพร่ 1,486 แห่ง และจังหวัดอื่นๆก็มีวิกฤตไม่แพ้กัน ภาพรวมการเกิดไฟป่าในภาคเหนือตอนบนมีมากกว่า 3,874 แห่ง สาเหตุหลักๆมาจากการลักลอบเผาในพื้นที่ป่าไม่เว้นแม้แต่เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า รวมไปถึงเขตอนุรักษ์

ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน กระทบระบบนิเวศป่าและสุขภาพของประชากรโดยรวม ในขณะที่ทางภาคราชการพยายามยกระดับการปฏิบัติการควบคุมไฟป่า มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ออกมาตรการงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด

“ไร่หมุนเวียน” ของชาวกะเหรี่ยงในภาคเหนือตอนบนตกเป็นจำเลยของการเกิดมลภาวะหมอกควันอีกครั้ง เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูเตรียมการเพาะปลูกต้องมีการเผาเศษวัชพืช

อย่างไรก็ตาม ที่บ้านห้วยหาด หมู่ที่ 7 ตำบลแม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตรขึ้นไป อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รวมทั้งพื้นที่กันออกจากเขตอุทยานแห่งชาติแม่เงา และหมู่บ้านนี้เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1a เป็นป่าต้นน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำเงา ชุมชนแห่งนี้ยังคงรักษาวัฒนธรรมชุมชนในการดำรงชีพทำมาหากินอยู่กับป่าและไร่หมุนเวียน ไม่มีการใช้สารเคมี ไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว

นายเอกราช วิมานตระการ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 บ้านห้วยหาด เล่าว่า ชุมชนนี้ตัดความเสี่ยงการเกิดไฟป่าออกไปได้เลย โดยเฉพาะการทำไร่หมุนเวียน มีการทำแนวกันไฟร่วมกันทุกปี มีกฎระเบียบการทำไร่หมุนเวียน ช่วยป้องกันการเกิดไฟป่า มีการจัดการทรัพยากรของชุมชนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ไร้ความขัดแย้ง

บ้านแม่หาดมี 116 ครัวเรือน ประชากร 665 คน พื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยที่ทางอุทยานแห่งชาติแม่เงากันออกให้จำนวน 13,710 ไร่ ในจำนวนนี้ประมาณ 10,000 ไร่ ถูกจัดเป็นพื้นที่ "ไร่หมุนเวียน" ส่วนที่เหลือเป็นที่อยู่อาศัยพื้นที่ป่าอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ป่าของชุมชน พื้นที่ป่าต้นน้ำและพื้นที่ป่าใช้สอย ที่ชุมชนดูแล

ในพื้นที่ไร่หมุนเวียน 10,000 ไร่ถูกแบ่งออกเป็น 6 โซน ชาวบ้านทั้งหมดจะร่วมกันทำไร่หมุนเวียนเพื่อได้ข้าว พืช ผัก ไว้เพื่อการยังชีพ ซึ่งทำตามกำลังของครอบครัวเพื่อผลิตอาหารไว้รับประทานได้ตลอดทั้งปี ในปีที่ผ่านมามีการทำไร่หมุนเวียนอยู่ที่ 700 ไร่ ค่าเฉลี่ยรายครัวเรือนตกอยู่ที่ 4-5 ไร่เท่านั้น

การจัดการไร่หมุนเวียนในปีหนึ่งๆ จะทำการเปิดพื้นที่ตัดต้นไม้ออกเพื่อการเพาะปลูก เมื่อตัดแล้วจะทิ้งไว้ให้แห้งใช้เวลาราว 1 เดือน ก็ถึงเวลาเผา ก่อนเผาชาวบ้านจะช่วยกันทำแนวกันไฟก่อน ใช้เวลาเผาไม่เกิน 3 ชั่วโมงเศษวัชพืชก็จะถูกเผาจนหมด ซึ่งการตากเศษวัชพืชที่ตัดออกให้แห้งลดความชื้นในต้นไม้ที่ตัดออก ถือเป็นเทคนิคสำคัญในการลดหมอกควัน การเผาไร่หมุนเวียนของชาวบ้านห้วยหาดอยู่ในช่วงปลายเดือนมีนาคม เดือนเมษายนก็จะมีฝนตกลงมา เป็นเช่นนี้ทุกปีชาวบ้านเริ่มหยอดเมล็ดทำการเพาะปลูก

ผู้ใหญ่เอกราชเล่าด้วยว่า บ้านห้วยหาดอยู่ในพื้นที่สูงกว่า 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ไม่มีพื้นที่ทำนา ชาวบ้านทำไร่หมุนเวียนร้อยละ 80 ถ้าการทำไร่หมุนเวียนเป็นการทำลายป่าชาวบ้านทำมาหลายชั่วอายุคนปัจจุบันป่าไม้น่าจะหมดไม่เหลือแล้ว แต่ทุกวันนี้สามารถพิสูจน์ได้ว่าป่าก็ยังคงเหมือนเดิม ในพื้นที่ทำกินเราแบ่งออกเป็น 6 โซนทำปีละ 1 โซนเท่านั้น อีก 5 โซนเว้นไว้เป็นป่า หรือเราจะเรียกว่า "ป่าหมุนเวียน" ก็ได้

ปัจจุบันไร่หมุนเวียนลดลง ปีนี้พบว่า คนรุ่นใหม่ซึ่งเขาต้องคิดเรื่องรายได้เพื่อการยังชีพกับโลกสมัยใหม่แต่ก็ยังคิดถึงการอนุรักษ์ไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวแต่หันไปทำวนเกษตร พัฒนาเป็นพื้นที่ปลูกกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าคาติมอร์ จำนวน 600 ไร่ เป็นต้น

นายคณิต ธนูธรรมเจริญ นักวิชาการด้านป่าไม้ ภาคเหนือ กล่าวว่า วิถีของบ้านห้วยหาด กลายเป็นประเด็นสำคัญในช่วงสภาวะโลกร้อนและสถานการณ์หมอกควันไฟป่าในภาคเหนือ การยังชีพตั้งถิ่นฐานและการประกอบอาชีพในเชิงวัฒนธรรมดั้งเดิมมาแต่บรรพบุรุษเป็นความรู้เกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมและชีววิทยา หรือความรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและประเพณีของชุมชน

ถือเป็นความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพเป็นการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน หรือ Bio Cultural Knowledge ดังนั้นบ้านห้วยหาด จึงเป็นหมู่บ้านหนึ่งในภาคเหนือตอนบนที่สามารถแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ได้ด้วยหลักคิดของตนเองเป็นหมู่บ้านที่แก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...