คิดว่าแฟชั่นวีคปี 2026 นักแสดง GL และ BL ชาวไทยเข้ามามีบทบาทมากขึ้นหรือไม่?
LSA Thailand
อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 16.04 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 03.58 น. • Lifestyle Asia ThailandLSA Says: ถ้ามองแฟชั่นวีคผ่านเลนส์เดิมเราอาจยังเผลอคิดว่าฟรอนต์โรว์ระดับโลกเป็นเกมแฟชั่นของโลกฮอลลีวู้ด ซูเปอร์โมเดล และคนดังจากฝั่งเกาหลีเป็นหลัก แต่ข้อมูลของฤดูกาลล่าสุดกำลังบอกอีกเรื่องหนึ่งอย่างชัดเจนนั่นคือ นักแสดงไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่เติบโตมาจากจักรวาล BL และ GL ที่ไม่ได้เป็นเพียง “แขกคนสำคัญ” อีกต่อไป พวกเขากลายเป็นแรงขับเคลื่อนตัวเลขการมองเห็น การมีส่วนร่วม และมูลค่าทางสื่อของแบรนด์หรูในระดับที่เปลี่ยนสมการของแฟชั่นวีคไปแล้วจริงๆ
หลักฐานที่ชัดที่สุดสืบเนื่องมาจากฤดูกาล Spring/Summer 2026 ซึ่งในภาพรวมของแฟชั่นวีคและในกลุ่มท็อปอินฟลูเอนเซอร์ในระหว่างเมืองนิวยอร์ก, ลอนดอน, มิลาน และปารีสมีนักแสดงไทยถึง 6 คน เพิ่มจาก 4 คนในฤดูกาลก่อนหน้า ขณะเดียวกัน Dior ซึ่งเป็นโชว์อันดับหนึ่งของซีซั่น สร้าง EMV ได้ 90.5 ล้านดอลลาร์ โดยเกือบครึ่งหนึ่งมาจากนักแสดงไทยสองคนคือ “ออม กรณ์นภัส” สร้างมูลค่า 23.4 ล้านดอลลาร์ หรือ 25% ของทั้งหมด และ “หลิงหลิง ศิริลักษณ์” สร้างไปได้ 21.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 23% ของทั้งหมด และตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นการยืนยันว่าแบรนด์หรูระดับโลกกำลังพึ่งพาแรงส่งของไทยอย่างจริงจัง
สิ่งที่น่าสนใจถูกส่งมายังฤดูกาลล่าสุดอย่าง Fall/Winter 2026 ซึ่งอิทธิพลนี้ไม่ได้เกิดจากชื่อเสียงกว้างๆ แบบเซเลบทั่วไปเท่านั้น แต่มาจากโครงสร้างแฟนด้อมของ BL และ GL ที่ต่างจากระบบดารากระแสหลัก แฟนๆ พวกเขาไม่ได้ตามแค่ผลงาน แต่ตาม “ความสัมพันธ์ระหว่างตัวตน-ตัวละคร-ภาพลักษณ์” อย่างละเอียด เมื่อศิลปินคนหนึ่งไปนั่งฟรอนต์โรว์หรือโพสต์จากโชว์หนึ่งครั้ง แฟนด้อมจะช่วยขยายแรงกระเพื่อมต่อทันทีผ่านโพสต์ รีแคป แฮชแท็ก แฟนอาร์ต คลิปตัด และการตีความลุคแบบเรียลไทม์ ทำให้แบรนด์ไม่ได้แค่ได้ reach จากตัวศิลปิน แต่ได้ “ระบบกระจายสื่อแบบแฟนด้อม” แถมมาด้วย ซึ่งชี้ชัดว่าอิมแพคโดยตรงจากฐานแฟนคลับเป็นหนึ่งในชั้นสำคัญของ ROI และ Voice Echo ของนักแสดงไทยหลายคนสูงผิดสัดส่วนเมื่อเทียบกับมาตรวัดอินฟลูเอนเซอร์ นี่คือเหตุผลว่าทำไมอิทธิพลของนักแสดง GL ถึงโดดเด่นมากในแฟชั่นวีก 2026 ฝั่ง GL มีข้อได้เปรียบตรงที่ฐานแฟนคลับมักติดตามทั้ง “คู่” และ “สไตล์” ไปพร้อมกัน จึงแปลงตัวละครให้กลายเป็นมู้ดแฟชั่นได้เร็วมากพร้อมพิสูจน์อีกว่าการปรากฏตัวของพวกเขาช่วยตอกย้ำ “Thai Power” บนเวทีแฟชั่นโลกอย่างจริงจัง
ฝั่ง BL ก็มีน้ำหนักไม่แพ้กันเพียงแต่รูปแบบอิทธิพลต่างออกไป นักแสดง BL ไทยมีจุดแข็งเรื่อง “male luxury translation” หรือความสามารถในการทำให้เสื้อผ้าผู้ชายดูมีระดับมากขึ้นทั้งเข้าถึงได้และมีความแฟนตาซีในเวลาเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น “เก่ง หฤษฎิ์” และ “น้ำปิง นภัสกร” ที่เข้าร่วมชมโชว์ Moschino คอลเลกชั่น Fall/Winter 2026 ซึ่งยืนยันว่าอิทธิพลของนักแสดง BL ไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่บ้านแฟชั่นกระแสหลัก แต่แพร่หลายไปถึงแบรนด์ที่มีภาษาการออกแบบเฉพาะตัวมากขึ้นด้วย
อีกประเด็นที่ต้องพูดถึงคืออุตสาหกรรมแฟชั่นไม่ได้เลือกนักแสดง BL และGL ไทยเพราะกำลังดังอย่างเดียว แต่เลือกเพราะพวกเขาอยู่ตรงจุดตัดที่แบรนด์ต้องการที่สุดในเวลานี้ นั่นคือเป็นบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโลกแฟชั่นกับโลกบันเทิงได้พร้อมกัน ผู้ชมไม่ได้สนใจดีไซเนอร์ดิบๆ เท่ากับสนใจว่า“ใครนั่งแถวหน้า ใครใส่อะไร และแบรนด์กำลังอยู่ในบทสนทนาทางวัฒนธรรมแบบไหน” นี่ทำให้นักแสดงไทยจากซีรีส์ BL และ GL มีความสำคัญมาก เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นแค่ผู้สวมใส่เสื้อผ้า แต่เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมย่อยที่ผู้ชมอินอยู่ก่อนแล้ว เมื่อแบรนด์ดึงคนกลุ่มนี้เข้าไปนั่งฟรอนต์โรว์เท่ากับดึงแฟนด้อมทั้งระบบเข้าไปอยู่ในวงสนทนาแฟชั่นด้วย
และถ้ามองลึกลงไปอีก จะเห็นว่าอิทธิพลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เติบโตมาบนคลื่นที่สื่อแฟชั่นเรียกว่า T-Wave ที่อุตสาหกรรมบันเทิงไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และซีรีส์ BL เป็นหนึ่งในแรงขับสำคัญ โดยคาดว่าตลาด BL ไทยจะมีมูลค่าเกิน 4.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% ต่อปี ฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแรงเช่นนี้ทำให้แบรนด์หรูไม่ได้มองนักแสดงไทยเป็นแค่ตัวแทนประเทศ แต่เป็นประตูเข้าสู่เศรษฐกิจของความสนใจที่กำลังขยายตัวจริงในภูมิภาคและระดับโลก
สิ่งที่เปลี่ยนไปในปี 2026 จึงไม่ใช่แค่จำนวนคนไทยที่ถูกเชิญไปแฟชั่นวีค แต่คือ “สถานะ” ของพวกเขาในระบบแฟชั่น เมื่อก่อนคนดังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกใช้เป็นแรงขยายในท้องถิ่น แต่ตอนนี้นักแสดง BL หรือ GL ไทยบางคนกลายเป็นท็อปอินฟลูเอนเซอร์ของแบรนด์ในระดับเรตโกลบอลไปแล้ว กลไกนี้ทำให้แฟชั่นวีคไม่ใช่เวทีที่แบรนด์เพียงแค่โชว์เสื้อผ้า แต่เป็นเวทีที่แบรนด์ต้องคิดแบบธุรกิจแนวเอนเตอร์เทนเมนต์ว่าจะเชื่อมตัวเองเข้ากับแฟนด้อมไหน เรื่องเล่าแบบไหน และบุคลิกแบบไหนที่จะพาคอลเลกชั่นไปไกลกว่าพื้นที่รันเวย์
นั่นทำให้คำถามสำคัญของปีนี้ไม่ใช่ว่า “นักแสดง BL และ GL ชาวไทยมีอิทธิพลต่อแฟชั่นวีคไหม” เพราะข้อมูลตอบไปแล้วว่ามี แต่คือ “อิทธิพลนั้นกำลังเปลี่ยนธรรมชาติของแฟชั่นวีคอย่างไร?” คำตอบคือมันกำลังทำให้แฟชั่นวีคเคลื่อนจากระบบการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การตลาดของแบรนด์ลักชัวรีจากการใช้คนดังหรือคนรูปแบบเดิม ไปสู่ระบบพลังของความรักและความผูกพันของกลุ่มแฟนคลับที่มีต่อศิลปินที่วัดผลได้จริง นักแสดงไทยไม่ได้แค่เติมสีสันให้ฟรอนต์โรว์ แต่ทำให้แบรนด์เห็นว่าแฟชั่นในยุคนี้ต้องถูกขับเคลื่อนด้วยความสัมพันธ์ ความอิน และการเล่าเรื่องข้ามแพลตฟอร์มมากกว่าชื่อเสียงแบบเดี่ยวๆ
สุดท้ายถ้าจะสรุปบทบาทของนักแสดง GL และ BL ชาวไทยในแฟชั่นวีคปี 2026 แบบตรงที่สุด พวกเขาไม่ได้เป็นแค่แขกรับเชิญจากเอเชียอีกต่อไป แต่กำลังเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่กำหนดว่าโชว์ไหนจะถูกพูดถึงมากแค่ไหน แบรนด์ไหนจะได้แรงขยายต่อมากเท่าไร และบทสนทนาเรื่องแฟชั่นจะเคลื่อนออกจากวงในไปสู่คนดูวงกว้างอย่างไร ถ้ายุคก่อนแฟชั่นวีคถูกขับด้วยพลังของชื่อเสียง วันนี้มันกำลังถูกขับด้วยพลังของชุมชน และนักแสดง BL และ GL ชาวไทยคือศูนย์กลางสำคัญของสมการนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.