โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เกมจำลองวิถีเซียน

นิยาย Dek-D

อัพเดต 29 พ.ย. 2566 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2566 เวลา 11.00 น. • moonwater825
หนุ่มธรรมดาจากโลกทะลุมิติพร้อมสูตรโกงที่ใช้เองไม่ค่อยจะได้เรื่องเลยให้คนอื่นยืมใช้

ข้อมูลเบื้องต้น

เรื่องย่อ

จ้าวหยาน เด็กหนุ่มชาวจีนจากศตวรรษที่ 21 ที่เกิดดวงซวยทะลุมิติมายัง “มหาทวีปเซี่ย” ในร่างของเด็กหนุ่มชื่อเดียว จ้าวหยานเด็กหนุ่มธรรมดา ๆ จะเอาชีวิตรอดจากโลกใบนี้ได้อย่างไร โชคดีที่เขามีระบบจำลองเซียน แต่เขาดันดวงซวยไปหน่อย ไม่ได้การแล้วเขาต้องคิดหาวิธีใหม่

***เรื่องนี้เป็นแนวสลับเพศโดยตัวเอกจะไม่เปลี่ยนกลับไปเป็นเพศเดิม***

นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหา NC ซึ่งบทที่มีเนื้อหา NC นักอ่านท่านใดไม่สะดวกใจจะอ่านสามารถข้ามบทนั้นไปได้เลยไม่กระทบต่อเนื้อหาหลัก

บท NC เป็นแค่บทแสดงอารมณ์ความรู้สึกร้อนแรงของตัวละครเท่านั้น ย้ำอีกครั้งนักอ่านท่านใดไม่สะดวกใจจะอ่านสามารถข้ามบทนั้นไปได้เลยไม่กระทบต่อเนื้อหาหลัก

***นิยายเรื่องนี้ลงไว้ 2 ที่คือ fictionlog และ dek-d***

***ไม่ถูกใจตรงไหนสามารถติชมได้***

ระดับการฝึกตน

ขั้นเสริมกายา 1-9

ขั้นกลั่นปราณ 1-9

ขั้นกลั่นจิต 1-9

ขั้นสร้างฐาน 1-9

ขั้นหลอมแกน 1-9

ขั้นแปลงเทพ 1-9

?????

บทที่ 1 เกมจำลองวิถีเซียน

บทที่ 1 เกมจำลองวิถีเซียน

[ยินดีต้อนรับสู่ผู้เล่นสู่เกมจำลองวิถีเซียน โปรดยืนยันการจำลองรอบที่ 30 ของคุณ]

[ตัวเลือกที่ 1 เริ่มต้นการจำลองด้วยชีวิตเดิมเหมือนรอบที่แล้ว โดยเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ต้น และไม่สามารถรีเซ็ตพรสวรรค์ได้ในทันที แต่จะสามารถเลือกพรสวรรค์ใหม่ได้เมื่อมีชีวิตรอดทุก ๆ 20 ปี]

[ตัวเลือกที่ 2 เริ่มต้นการจำลองด้วยชีวิตใหม่ โดยสามารถรีเซ็ตพรสวรรค์ได้ในทันที]

[คุณเลือกตัวเลือกที่ 2]

[กรุณาเลือกพรสวรรค์ 3 ตัวเลือกจาก 10 ตัวเลือกเพื่อเริ่มต้นการจำลอง]

[1. เทพยาจก(ทอง) - เพิ่มโชคร้ายมหาศาล]

[2. นักมวย(ไม้) - เพิ่มพรสวรรค์ในการต่อสู้มือเปล่าเล็กน้อย]

[3. ขยะประจำตระกูล(เงิน) - ความสามารถของคุณจะอยู่ขั้นต่ำสุด แต่คุณจะเกิดในตระกูลทรงอำนาจ]

[4. ขี้โรค(ไม้) - สุขภาพร่างกายของคุณจะอ่อนแอเป็นอย่างมาก]

[5. รากวิญญาณระดับต่ำ(ไม้) - สุ่มรากวิญญาณระดับต่ำ]

[6. เชี่ยวชาญอักษร(ทองแดง) - ลายมือของคุณจะงดงามมากขึ้น เพิ่มอัตราความสำเร็จการสร้างยันต์เล็กน้อย]

[7. มือกระบี่(ทองแดง) - เพิ่มพรสวรรค์ในกระบี่กลาง]

[8. หยกประจำตระกูล(ทองแดง) - เพิ่มโชคดีเล็กน้อย]

[9. ดาวไม้กวาด(หยก) - เพิ่มโชคร้ายมหาศาล แต่โชคร้ายจะไม่ส่งผลกับคุณ]

[10. ทายาทผู้ฝึกตน(เงิน) - หนึ่งในครอบครัวของคุณจะเป็นผู้ฝึกตน]

[กรุณาเลือก]

[คุณเลือกพรสวรรค์ที่ 7, 8, 10]

[ชื่อ: จ้าวหยาน]

[พรสวรรค์: มือกระบี่(ทองแดง), หยกประจำตระกูล(ทองแดง), ทายาทผู้ฝึกตน(เงิน)]

[คำแนะนำ: รางวัลที่ได้รับจากการจำลองขึ้นอยู่กับอายุ ทรัพย์สิน และความสำเร็จของคุณ]

[หมายเหตุ: รางวัลจะได้รับก็ต่อเมื่อมีอายุ 5 ปีขึ้นไป]

[หมายเหตุ: การตายในโลกจำลองไม่ได้ทำให้คุณตายในโลกแห่งความเป็นจริง]

[เมื่ออายุ 0 ปี คุณได้ถือกำเนิดในโลกแห่งเซียน คุณเกิดในครอบครัวพ่อค้า คุณมีปู่เป็นผู้บำเพ็ญเซียน]

[เมื่ออายุครึ่งเดือน คุณได้รับการทดสอบรากวิญญาณจากปู่ของคุณ ปรากฎว่าคุณมีรากวิญญาณธาตุทองระดับกลาง ครอบครัวของคุณจึงจัดงานฉลองให้คุณ]

[ปู่ของคุณมอบหยกประจำตระกูลให้ โชคดีของคุณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย]

[อายุ 1 ปี คุณได้ฉายแววอัจฉริยะจากการที่สามารถพูดได้ ครอบครัวของคุณจึงจัดหาอาจารย์มีชื่อมาสอนวิชาแก่คุณ]

[อายุ 2 ปี คุณสามารถอ่านเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว อาจารย์ของคุณไม่มีอะไรจะสอนอีกแล้ว]

[อายุ 4 ปี เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นเนื่องจากคุณปู่ของคุณได้ไปล่วงเกินผู้ฝึกตนฝ่ายมาร ทำให้คุณถูกฆ่าล้างครอบครัว คุณเสียชีวิตจากการโจมตีนั้น]

[คุณตาย]

[อายุ: 4 ปี]

[คุณมีชีวิตรอดไม่ถึง 5 ปีทำให้ไม่ได้รับรางวัล]

[คุณสามารถเข้าระบบจำลองวิถีเซียนได้อีกครั้งใน 12 ชั่วยาม(24ชั่วโมง)]

[คุณได้ทำการจำลองวิถีเซียนเป็นจำนวน 30 ครั้ง ระบบจึงขอมอบรางวัลสมนาคุณให้: บัตรเชิญเข้าสู่เกมจำลองวิถีเซียนแบบจ่าหน้า]

[บัตรเชิญเข้าสู่เกมจำลองวิถีเซียนแบบจ่าหน้า: เชิญผู้เล่นอื่นแบบเจาะจง 1 คนเข้าสู่เกมจำลองวิถีเซียน ผู้เล่นสามารถได้รับรางวัลครึ่งหนึ่งของผู้ถูกเชิญ]

“เฮ้อ…ฉันตายอีกแล้ว” จ้าวหยานนวดขมับด้วยความปวดหัว เขากัดฟันบ่น “เกมบ้านี้จะให้คนเล่นยังไงวะ ฉันเล่นไป 30 รอบตาย ตั้ง 1 เดือนแล้ว ฉันยังไม่ได้รางวัลอะไรเลย”

“ก็ยังดีที่มีรางวัลปลอบใจ”

จ้าวหยานพลิกดูบัตรเชิญสีดำมีลวดลายสีทองที่ขอบบัตร บนบัตรมีอักษรเขียนว่า “เกมจำลองวิถีเซียน” พร้อมกับช่องว่างไว้เขียนชื่อคนที่ต้องการจะเชิญ

จ้าวหยานคือมนุษย์ธรรมดาจากโลก เขาทะลุมิติมาในมหาทวีปเซี่ย

ในช่วงแรกที่เขามายังโลกนี้ เขารู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ

ใครบ้างละจะไม่รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เดินเหินบนอากาศ ขี่กระบี่บินสู่ท้องนภา มือหนึ่งควงสาวงาม มือหนึ่งควงกระบี่ปราบมาร ใช้ชีวิตอมตะอย่างอิสระเสรี นอกจากนี้ใกล้ ๆ เมืองที่เขาอยู่นั้นเองก็มีสำนักผู้ฝึกตนที่มีชื่อตั้งอยู่

แต่ฝันของจ้าวหยานก็ต้องสลาย เมื่อเขาพบว่าเขานั้นไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกตน สิ่งเดียวที่เขามีตอนนี้คือหน้าตา บ้านและร้านหนังสือที่พ่อแม่ของเขาทิ้งไว้

บ้าเอ้ย!!

ไม่ใช่ว่าคนทะลุมิติมาต้องเต็มไปด้วยสูตรโกงเหรอ?

นิยายแม่*หลอกลวงคน

เขาทำได้แค่มีชีวิตต่อไปทั้งน้ำตา โชคยังดีที่เขามีบ้าน และร้านหนังสืออยู่ เขาไม่รู้จะทำยังไงเลยถ้าทะลุมิติมาเป็นขอทาน

กิจการร้านหนังสือของเขาก็ค่อนข้างดีทำให้เขาใช้ชีวิตได้ไม่ลำบากมากนักสามารถมีเนื้อบนโต๊ะอาหารได้อย่างน้อยวันละมื้อ ชีวิตที่น่าเบื่อของเขาดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั้งเมื่อเดือนก่อน

เกมจำลองวิถีเซียน!

ตามที่ชื่อของมันบอก มันสามารถจำลองชีวิตของเซียนได้ เมื่อเริ่มเกมจ้าวหยานจะถูกส่งเข้าไปในโลกของเกม มันเหมือนกับการเล่นเกม VR ที่รับรู้ความรู้สึกแบบ 100% แถมยังได้ของรางวัลเมื่อเล่นเกมจบอีกด้วย

ตราบเท่าที่เขาเอาชีวิตรอดได้นานกว่า 5 ละนะ

แต่ปัญหาก็คือเกมบ้านี้ยากชิบ***!!!

นอกจากนี้เขายังคิดว่าเขาดวงซวยอีกด้วย

เขาเกมโอเวอร์ตั้ง 30 กว่าครั้ง ยากเกินไปไหม?

จ้าวหยานฝันไว้ว่าหลังจากที่เขาเปิดสูตรโกงได้แล้ว ในที่สุดเขาก็จะได้ผจญภัยในโลกของเซียน เขาฝันถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เขาจะทำ สาวงามที่จะโอบซ้ายโอบขวา

แต่แทนที่เขาจะได้เสพสุขชีวิตเซียน เขาดันได้เสพความตายแทนเสียนี่

เขามองไปออกยังถนนที่เขาไม่คุ้นเคย เกวียนขี่สวนกันไปมา ตึกรามบ้านช่องโบราณที่แสนแปลกตา จ้าวหยานรู้สึกคิดถึงโลกที่เขาจากมา แต่โชคดีที่ในโลกเก่าเขาเป็นเด็กกำพร้าเลยไม่มีคนให้เป็นห่วง หรือคนที่เสียใจเวลาเขาหายไป

“เฮ้ ได้ยินข่าวลือรึยัง”

“ข่าวลืออะไร?”

“ก็ข่าวลือเกี่ยวกับท่านหญิงเฉินเจียแห่งสำนักกระบี่วิญญาณ ได้ข่าวว่านางเป็นยอดอัจฉริยะในรอบร้อยปี ฝีมือการฝึกตนรุดหน้ารวดเร็วมาก”

“อ้อ ได้ยินมาเหมือนกัน ได้ข่าวว่าตอนนี้นางเป็นผู้ฝึกตนขั้นกลั่นปราณ ระดับ 9 แล้ว”

“ช่างน่าอิจฉาจริง ๆ คนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาเกือบ 50 ปีทั้งกว่าจะถึงขั้นนี้ได้ แต่นางกลับทำได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี”

“ดูท่าแล้วตำแหน่งผู้อาวุโส ไม่ก็เจ้าสำนักกระบี่อัสนีจะหนีไม่พ้นนางแล้วละนะ”

จ้าวหยานมองดูกลุ่มคน 3-4 คนที่กำลังพูดคุยกัน คนพวกนี้แตกต่างจากเหล่าคนธรรมดาที่สัญจรไปมา แม้ว่าเสื้อผ้าของพวกเขาจะไม่ได้แตกต่างจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมานัก แต่หากสังเกตดี ๆ แล้วจะพบว่าเสื้อผ้าที่ดูธรรมดาของพวกเขาถูกตัดเย็บขึ้นมาอย่างประณีต อีกทั้งคนพวกนี้ยังสะพายกระบี่ หรือไม่ก็ห้อยดาบไว้ อาวุธที่พวกเขาพกมาแผ่รังสีสังหารออกมา

และสิ่งที่เด่นชัดที่สุดที่แยกคนเหล่าออกจากคนธรรมดาก็คือลักษณะท่าทางของพวกเขาที่มีลักษณะองอาจ สูงส่ง และกดดัน พวกเขาคือผู้ฝึกตน

จ้าวหยานมองไปรอบ ๆ เขาสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ผู้ฝึกตนบนถนนมีมากกว่าปกติ อีกทั้งเครื่องแต่งกายของพวกเขายังหลากหลายคละกันเป็นอย่างมาก

แม้เมืองเซียวเหอของเขาจะอยู่ติดกับสำนักกระบี่วิญญาณอันโด่งดัง แต่เมืองของเขาก็เป็นเพียงเมืองชายแดนของอาณาจักรฉู่ โดยมากแล้วผู้ฝึกตนในเมืองจะเป็นคนของสำนักกระบี่วิญญาณซะเป็นส่วนใหญ่ การที่ผู้ฝึกตนต่างสำนักจำนวนมากปรากฎตัวในเมืองนั้น ย่อมเป็นเรื่องที่ผิดปกติ

‘เกิดอะไรขึ้น? ทำไมผู้ฝึกตนถึงโผล่มากันเยอะแยะขนาดนี้?’

จ้าวหยานพยายามเค้นสมองนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในอาทิตย์นี้

พรรคมารรวมตัวกันที่ชายแดน? ก็ไม่น่าใช่เพราะเขาติดตามข่าวที่เกี่ยวพันกับความปลอดภัยของเขาตลอด

ดินแดนลับแลปรากฏ? อาจจะเป็นไปได้ เพราะดินแดนลับแลมักจะเต็มไปด้วยสมบัติทำให้ดึงดูดผู้ฝึกตนเป็นจำนวนมาก

จนในที่สุดจ้าวหยานก็นึกออก วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด 311 ปีของสำนักกระบี่วิญญาณ

‘งานวันเกิดงั้น? น่าจะเป็นงานเปิดตัวของเฉินเจียมากกว่า’

สำหรับผู้ฝึกตนที่มีชีวิตอยู่ได้เป็นร้อย ๆ ปีอายุก็เป็นเพียงแค่ตัวเลข งานวันเกิดครั้งนี้จึงเหมือนเป็นงานเปิดตัวผู้สืบทอด หรือลูกศิษย์สายตรงเสียมากกว่า พูดง่าย ๆ คืองานที่มีไว้อวดลูกศิษย์

‘มันก็น่าอวดจริง ๆ’

เฉินเจีย บุตรสาวของเจ้าเมืองเซียวเหอ เฉินอู่ เธอเกิดมาพร้อมพรสวรรค์มหาศาล เธอเกิดมาพร้อมกับรากวิญญาณสายฟ้าระดับสูงซึ่งเข้ากันได้ดีกับวิชากระบี่เทพอัสนี

วิชากระบี่เทพอัสนีหนึ่งเป็นวิชาหลักของสำนักกระบี่วิญญาณ เป็นวิชากระบี่ที่ทรงพลังที่สุดในสำนัก และฝึกฝนยากที่สุด แต่ถึงกระนั้นเฉินเจียในวัย 12 ปีกลับสำเร็จวิชานี้ได้ถึงระดับขั้นกลางแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์อันเหนือล้ำคนในรุ่นเดียวกัน

เมื่อจ้าวหยานคิดถึงเฉินเจีย เขาก็นึกถึงบัตรเชิญขึ้นมา

ในเมื่อเขาดวงซวยมากนักก็คงต้องเกาะส่วนบุญของเหล่าบุตรแห่งสวรรค์หน่อยแล้ว

เขาเขียนชื่อของเฉินเจียลงในบัตรเชิญ โดยปกติแล้วบัตรเชิญจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อรู้ชื่อ และหน้าตาของเป้าหมาย โชคดีที่จ้าวหยานเคยเห็นเฉินเจียมาแล้ว ถึงแม้จะเป็นการมองจากระยะไกล ๆ

เมื่อเขาเขียนชื่อของเฉินเจียลงบนบัตรเชิญเสร็จ บัตรเชิญก็กลายนกตัวหนึ่ง นกตัวนั้นมีขนสีดำทั้งตัว มีขนสีทองบนหัวคล้ายมงกุฎ

นกตัวนั้นเริ่มบินออกไป มันบินผ่านฝูงชน แต่กลับไม่มีผู้ใดสังเกต หรือมองเห็นมันเลยซักคน

ในห้องนอนห้องหนึ่งมีหญิงสาวหน้าตางดงามนั่งสมาธิอยู่

เฉินเจียนั่งหลับตาฝึกฝนในห้องนอนของเธอ เตรียมร่วมงานวันเกิดของเจ้าสำนักที่กำลังจะมาถึงในเร็ววัน ระหว่างที่กำลังฝึกจู่ ๆ เธอก็สัมผัสถึงบางอย่างที่เกาะอยู่บนไหล่ของเธอ

เฉินเจียลืมตาขึ้นมามองดู เธอเห็นนกสีดำที่มีขนสีทองเรียงกันบนหัวเหมือนมงกุฎเกาะอยู่บนไหล่ของเธอ เธอประหลาดใจเป็นอย่างมากเพราะก่อนที่มันจะเกาะไหล่ของเธอ เธอไม่สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันได้เลย

เฉินเจียมองไปที่นกที่เกาะไหล่ของเธออยู่ เธอใช้ปราณของเธอตรวจสอบมัน แต่กลับไม่พบอะไรผิดปกติจากการตรวจสอบทั้งหมด สรุปได้ว่ามันก็แค่นกธรรมดา ๆ ที่มีลายแปลก แต่ไม่มีทางที่นกธรรมดาตัวหนึ่งจะเล็ดรอดค่ายกลและกำแพงเวทย์ของสำนักมาจนถึงตัวของเธอได้โดยที่เธอสัมผัสถึงมันไม่ได้เลย

เฉินเจียเอื้อมมือไปสัมผัสมัน จู่ ๆ ร่างกลายของนกตัวนั้นก็บิดเบี้ยวกลายเป็นบัตรเชิญสีดำขอบทอง เธอพลิกบัตรเชิญดูก่อนจะอ่านจ่าหน้าบัตรเชิญ

“เกมจำลองวิถีเซียน”

เมื่อพูดจบบัตรเชิญก็สลายไปกลายเป็นตัวหนังสือก็ปรากฎขึ้นกลางอากาศ

[คุณอยากรู้ความหมายของวิถีเซียนหรือไม่]

[ใช่]

[ไม่]

เฉินเจียมองสิ่งประหลาดตรงหน้าอย่างระมัดระวัง

ให้เธอเลือกอย่างงั้นเหรอ?

ความหมายของวิถีเซียน?

ไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยเฉินเจียกดที่ [ไม่] เพราะเธอรู้สึกแปลก ๆ กับเจ้าสิ่งนี้ มันอาจเป็นการพบพานโชคลาภก็ได้ แต่โชคลาภที่ไหนโผล่มาน่าสงสัยแบบนี้กัน

ทันทีที่เฉินเจียเลือกเสร็จ จู่ ๆ ภาพตรงหน้าของเธอก็ดับวูปลงราวกับหล่นลงในห้วงมืด เธอพยายามฝืนทน พยายามลืมตา และควบคุมสติ แต่ก็ไม่สำเร็จ

เชี่*

แล้วจะให้ข้าเลือกทำไม?

บทที่ 2 เฉินเจียเริ่มเกม

บทที่ 2 เฉินเจียเริ่มเกม

เฉินเจียที่ตกลงสู่ห้วงความมืดก็ได้ปรากฏตัวในพื้นที่โล่งสีขาว ข้อความมากมายปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ

[ยินดีต้อนรับสู่ผู้เล่นสู่เกมจำลองวิถีเซียน โปรดยืนยันการเล่นรอบที่ 1 ของคุณ]

[ตัวเลือกที่ 1 เริ่มต้นการจำลองด้วยชีวิตเดิมเหมือนรอบที่แล้ว โดยเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ต้น และไม่สามารถรีเซ็ตพรสวรรค์ได้ในทันที แต่จะสามารถเลือกพรสวรรค์ใหม่ได้เมื่อมีชีวิตรอดทุก ๆ 20 ปี]

[เนื่องจากเป็นการเล่นรอบแรกจึงไม่สามารถเลือกตัวเลือกที่ 1 ได้]

[ตัวเลือกที่ 2 เริ่มต้นการจำลองด้วยชีวิตใหม่ โดยสามารถรีเซ็ตพรสวรรค์ได้ในทันที]

เฉินเจียอ่านข้อความที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ เธอพยายามทำความเข้าใจ แต่จากเท่าที่อ่านดูแล้วเหมือนเธอมีแค่ทางเลือกเดียว

ใจจริงแล้วเฉินเจียไม่อยากจะเลือกอะไรที่ดูน่าสงสัยแบบนี้เลย แต่หากไม่เลือกเธอก็อาจจะติดอยู่ที่นี่ตลอดไปก็เป็นได้

[คุณเลือกตัวเลือกที่ 2]

[กรุณาเลือกพรสวรรค์ 3 ตัวเลือกจาก 10 ตัวเลือกเพื่อเริ่มต้นการจำลอง]

[1. อาภรณ์สวรรค์(หยก) – เกิดมาพร้อมอาวุธเวทย์ชนิดผ้า]

[2. ไร้ใจ(ทองแดง) – คุณจะไม่แยแสต่อผู้อื่น เพิ่มความต้านทานการโจมตีทางจิตเล็กน้อย]

[3. มิตรแห่งอสูร(เงิน) - เพิ่มความเป็นมิตรแก่สัตว์อสูร]

[4. ขี้โรค(ไม้) - สุขภาพร่างกายของคุณจะอ่อนแอเป็นอย่างมาก]

[5. รากวิญญาณระดับกลาง(ทองแดง) - สุ่มรากวิญญาณระดับกลาง]

[6. เชี่ยวชาญอักษร(ทองแดง) - ลายมือของคุณจะงดงามมากขึ้น เพิ่มอัตราความสำเร็จการสร้างยันต์เล็กน้อย]

[7. จ้าวกระบี่(ทอง) - เพิ่มพรสวรรค์ในกระบี่สูง]

[8. ผู้พินิจดาว(หยก) – มีโอกาสที่จะมองเห็นนิมิต เพิ่มความแม่นยำแก่เวทย์ทำนายอย่างมาก]

[9. อวตารมาร(หยก) - เพิ่มความเข้ากันได้กับวิชามารมหาศาล เพิ่มความเร็วในการฝึกวิชามารมหาศาล เพิ่มประสิทธิภาพของวิชามารมหาศาล]

[10. สมบัติผู้ฝึกตน(เงิน) – ได้รับสมบัติของผู้ฝึกตนอย่างแน่นอน 1 ครั้ง]

[กรุณาเลือก]

เฉินเจียมองดูพรสวรรค์ที่ปรากฏขึ้น พรสวรรค์ที่แสดงออกนั้นบอกทั้งชื่อ ระดับของพรสวรรค์ และความสามารถทำให้เธอเข้าใจได้ง่าย ๆ ว่าพรสวรรค์เหล่านั้นทำอะไรได้บ้าง

แต่ปัญหาก็คือเธอควรเลือกอะไรดี

อย่างแรกเลยเธอตัดทิ้งไปเลยคือพรสวรรค์ที่ 9 เธอไม่คิดจะเข้าสู่วิถีมารไม่ว่าพรสวรรค์นี้มันจะดีแค่ไหนก็เถอะ

อีกอันที่ตัดคือพรสวรรค์ที่ 4 ร่างกายถือเป็นพื้นฐานของการฝึกตน ถ้าร่างกายอ่อนแอจะถึงได้ยังไงกัน แถมต่อให้ฝึกได้ความสำเร็จก็ไม่น่าสูง

อันต่อไปที่ตัดคือพรสวรรค์ที่ 2 แม้เธอจะมีภาพลักษณะเย็นชาไม่สนใจโลก แต่ก็ใช่ว่าเธอจะเป็นคนไม่แยแสอะไรเลย และเธอก็ไม่อยากเป็นคนแบบนั้น

ส่วนพรสวรรค์ที่ 6 ประโยชน์ที่ได้รับจากการเลือกพรสวรรค์นี้มันดูน้อยไปหน่อย

และสุดท้ายคือพรสวรรค์ที่ 5 เธอมีรากวิญญาณสายฟ้าระดับสูงอยู่แล้วไม่รู้จะไปเลือกรากวิญญาณระดับกลางทำไม

ที่นี้ก็มาถึงสิ่งที่เธอสนใจ เฉินเจียพิจารณาพรสวรรค์ที่เหลือ

พรสวรรค์ที่ 1 เกิดมาพร้อมอาวุธเวทย์ก็น่าสนใจถึงเธอจะไม่รู้ว่าอาวุธเวทย์นั้นตะหน้าตาเป็นอย่างไร แต่อาวุธเวทย์ที่เกิดมาพร้อมกับผู้ใช้จะสามารถเติบโตไปพร้อมกับผู้ใช้ได้

พรสวรรค์ที่ 3 ถ้าไปสายผู้ฝึกอสูรก็ไม่เลว เธอคิดว่าคงข้ามไปก่อน เพราะเธอชอบสู้ด้วยตัวเองมากกว่า

พรสวรรค์ที่ 7 นี้น่าสนใจมาก ๆ โดยเฉพาะเธอที่เป็นผู้ฝึกกระบี่อยู่ก่อนแล้ว

พรสวรรค์ที่ 8 อันนี้ต้องเลือกอย่างแน่นอน พลังในการมองเห็นอนาคต พลังในการมองเห็นโชคชะตา ไม่ว่าจะผู้ฝึกตนที่ทรงพลังแค่ไหนก็ไม่มีทางครอบครองพลังนี้ได้ง่าย ๆ

ส่วนสุดท้ายพรสวรรค์ที่ 10 เธอชั่งใจอยู่นานว่าจะเลือกดีไหม

[คุณเลือกพรสวรรค์ที่ 1, 7, 8]

[ชื่อ: เฉินเจีย]

[พรสวรรค์: อาภรณ์สวรรค์(หยก), จ้าวกระบี่(ทอง), ผู้พินิจดาว(หยก)]

[คำแนะนำ: รางวัลที่ได้รับจากการจำลองขึ้นอยู่กับอายุ ทรัพย์สิน และความสำเร็จของคุณ]

[หมายเหตุ: รางวัลจะได้รับก็ต่อเมื่อมีอายุ 5 ปีขึ้นไป]

[หมายเหตุ: การตายในโลกจำลองไม่ได้ทำให้คุณตายในโลกแห่งความเป็นจริง]

[เริ่มเกมได้]

จ้าวหยานที่ตอนนี้อยู่ในโหมดผู้ชมรู้สึกอยากจะเอาหัวโขกกำแพง สิ่งเขาสุ่มได้กับสิ่งที่เฉินเจียสุ่มได้นี่มันต่างกันราวฟ้ากับเหว

ตอนเขาสุ่มได้ไม่เห็มมีอะไรดีอย่างนี้เลย ขนาดพรสวรรค์ระดับหยกที่เขาสุ่มได้ยังเป็นอะไรที่ส่งผลร้ายกับเขาเลย แล้วดูเธอสุ่มได้สินี้มันบุตรแห่งสวรรค์ เหล่าตัวเอกของโลกชัด ๆ

ในเมื่อเขาเล่นเกมให้ได้รางวัลเองไม่ได้ก็ขอเป็นปลิงเกาะรางวัลคนอื่นแล้วกัน

[อายุ 0 ปี คุณเกิดมาเป็นทารกหญิง ครอบครัวธรรมดา มีสุขภาพแข็งแรงและเกิดมาพร้อมผ้าคลุมวิเศษสีเงิน ข่าวการเกิดของอันแปลกประหลาดของคุณแพร่กระจายออก]

[อายุ 1 ปี คุณฉายแววอัจฉริยะด้วยการพูดได้อย่างคล่องแคล่ว]

[อายุ 2 ปี คุณสามารถพูด อ่าน เขียน และเดินได้อย่างคล่องแคล่ว]

[อายุ 4 ปี สำนักฝึกตนใกล้ ๆ เมืองของคุณได้ยินข่าวลือของคุณจึงส่งศิษย์ในสำนักมาตรวจสอบ]

[ตรวจสอบแล้วคุณมีรากวิญญาณธาตุไฟระดับกลางบวกกับผ้าคลุมวิเศษที่ติดตัวคุณแต่กำเนิด สำนักจึงมีความประสงค์รับตัวคุณเป็นศิษย์สายใน]

เฉินเจียมองดูชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท่วมหน้าตาใจดีตรงหน้าที่กำลังตรวจสอบรากวิญญาณของเธออยู่

“รากวิญญาณเพลิงระดับกลาง พรสวรรค์ไม่เลวเลยฝึกซักหน่อยก็คงเป็นศิษย์สายในได้” ชายคนนั้นพูดพร้อมยิ้มให้

เป็นเวลา 4 ปีแล้วตั้งแต่เฉินเจียเกิดมาในโลกนี้ เธอคิดว่าด้วยความรู้ที่และรากวิญญาณที่เธอมีการฝึกคงจะเป็นเรื่องง่าย ๆ

แต่กลายเป็นว่าตอนที่เธอตรวจสอบรากวิญญาณ เฉินเจียพบรากวิญญาณของเธอเปลี่ยนไปแทนที่เธอจะมีรากวิญญาณสายฟ้าระดับสูงกลับกลายเป็นว่าเธอมีรากวิญญาณเพลิงระดับกลางแทน

แถมวิชาที่เคยฝึกฝนมากลับไม่สามารถฝึกได้ ไม่ใช่ว่าเฉินเจียลืมวิชาพวกนั้น เธอยังจำวิชาพวกนั้นได้แม่น แต่กลับไม่อาจฝึกได้

ตอนที่เฉินเจียรู้ว่าอาจจะไม่สามารถฝึกตนได้ เธอสิ้นหวังมาก ในโลกของเทพเซียนชีวิตของปุถุชนคนธรรมดาก็ไม่ต่างจากมดปลวกที่จะโดนขยี้ หรือ ตายเมื่อไหร่ก็ได้

แม้ว่าจะมีข้อความที่บอกว่า “การตายในโลกจำลองไม่ได้ทำให้คุณตายในโลกแห่งความเป็นจริง” แต่จะให้เชื่อใจสิ่งที่ลักพาตนมาก็คงไม่ใช่

แต่โชคยังดีที่เธอเกิดมาพร้อมอาวุธเวทย์ และรากวิญญาณระดับกลางด้วยคุณสมบัติระดับนี้ไม่ว่าไปสำนักใดก็น่าฝากตัวเป็นศิษย์ได้ง่าย ๆ

และการมาถึงผู้ฝึกตนวัยกลางคนก็ทำให้รู้ว่าเธอคิดถูก

[อายุ 4 ปี คุณได้กราบลาพ่อแม่ของคุณ เพื่อเข้าร่วมกับสำนักวิญญาณบูรพา]

[อายุ 5 ปี คุณได้เข้ามาเป็นศิษย์สายนอกของสำนัก]

[อายุ 8 ปี ด้วยพรสวรรค์ที่คุณมี คุณฝึกตนจนไปถึงขั้นเสริมกายา ระดับ 9]

[อายุ 10 ปี คุณใช้เวลาทั้งหมด 2 ปีในการทะลวงด่าน]

[คุณทะลวงด่านสำเร็จ คุณกลายเป็นผู้ฝึกตนขั้นกลั่นปราณ ทำให้คุณถูกรับเข้าไปเป็นศิษย์สายใน]

เฉินเจียมองตึกรูปทรงแปดเหลี่ยม 4 ชั้นที่อยู่ตรงหน้าของตน ตึกทรงแปดเหลี่ยมสร้างจากไม้ ตึกนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของค่ายกลและกำแพงเวทย์ทำให้เห็นถึงการป้องกันที่แน่นหนา ตึกนี้คือหอตำราของศิษย์สายในสำนักวิญญาณบูรพา

เธอมาที่นี้เพื่อยืมตำรา เนื่องจากศิษย์สายนอก และศิษย์สายในฝึกวิชาแตกต่างกัน โดยศิษย์นอกจะมีวิชาฟรีให้ฝึกแค่ 2 วิชาคือปราณตะวัน และเพลงกระบี่ 3 จังหวะ

หากต้องการจะฝึกเพิ่มต้องจ่ายหินวิญญาณเพิ่ม ต่างจากศิษย์สายในที่สามารถฝึกได้ทุกวิชาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ขณะที่เฉินจียกำลังเดินเข้าหอตำรา จู่ ๆ ก็มีนิมิตแล่นเข้ามาในหัวของเธอ

เธอเห็นภาพของชายคนหนึ่งสวมชุดศิษย์สายในกำลังเดินเลือกวิชาในหอตำรา เขาหยิบหนังสือดูไปเรื่อย ๆ จนเขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาเขาพลิกไปพลิกมาดูแผ่นหยกแผ่นหนึ่งก็ตกลงมาจากหนังสือเล่มนั้นจากนั้นนิมิตก็จบลง

‘เกิดอะไรขึ้น? ภาพหลอน?’

เธอตกใจกับสิ่งที่เห็น เธอลองทำตามศิษย์คนนั้นที่เห็นในนิมิตดูก็พบเข้ากับแผ่นหยกที่ว่าจริง ๆ

“มันคือภาพอนาคต”

เธอเข้าใจได้ในทันทีว่ามันคือผลของพรสวรรค์ผู้พินิจดาวของเธอ

เฉินเจียรีบแอบเก็บแผ่นหยกแล้วทำทีเป็นเลือกหนังสือตำรามาซักเล่มก่อนจะรีบกลับที่พัก เมื่อถึงที่พักเธอส่งกระแสจิตเข้าไปสำรวจแผ่นหยก

ปรากฎว่ามันคือวิชาสุริยันแรกเริ่ม วิชาดั่งเดิมที่เป็นต้นแบบของเกือบทุกวิชาในสำนัก

[อายุ 12 ปี คุณฝึกวิชาสุริยันแรกเริ่มบวกกับรากวิญญาณเพลิงขั้นกลางที่เข้ากันได้กับวิชาที่ฝึก การฝึกตนของคุณรุจหน้าเป็นอย่างมาก]

[อายุ 14 ปี คุณฝึกตนไปถึงขั้นกลั่นปราณ ระดับ 9]

[อายุ 15 ปี คุณทะลวงด่านสำเร็จ กลายเป็นผู้ฝึกตนขั้นกลั่นจิต พรสวรรค์ของเข้าไปแตะตาเหล่าผู้อาวุโสของสำนัก]

[คุณเลือกกราบผู้อาวุโสหญิง หมิงจู แห่งเขาภูขจี ผู้ที่เชี่ยวชาญวิชาทำนายมากที่สุด]

[อายุ 16 ปี พรสวรรค์ในด้านการทำนายของคุณเริ่มเบ่งบาน คำทำนายของคุณมีความแม่นยำถึง 60 เปอร์เซ็นต์]

[คุณกลายเป็นที่รักของเหล่าอาจารย์ และลูกศิษย์คนอื่น ๆ จากการที่คุณช่วยพวกเขาทำนายดวงชะตาทำให้พวกเขาพบเจอโชคดี หลีกเลี่ยงโชคร้าย]

[อายุ 20 ปี คุณพบกับคอขวด การฝึกตนของคุณติดอยู่ที่ขั้นกลั่นจิต ระดับ 5 คุณพยามยามทะลวงคอขวด แต่ไม่สำเร็จ]

[อายุ 24 ปี คุณพยายามทะลวงคอขวดอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สำเร็จ คุณได้รับบาดเจ็บภายในการฝึกตนของคุณตกลงหนึ่งระดับ]

“แค่ก…” เฉินเจียกระอักเลือดออกมา สีหน้าของเธอขาวซีด เธอรู้สึกเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บภายใน “ดูท่าข้าจะรีบร้อนเกินไปสินะ ข้าลืมไปเสียสนิทว่านี้ไม่ใช่ร่างเดิมของข้า”

แต่เรื่องนี้จะโทษเธอก็ไม่ได้ เพราะเธอใช้ชีวิตในโลกใบนี้มานานแล้ว ความทรงจำบางอย่างในโลกเดิมก็เริ่มเลือนหายไป เธอคิดว่าถ้าเธอทรงพลังขึ้น เธออาจจะกลับไปยังโลกเดิมได้

“เฮ้อ” เฉินเจียถอนหายใจออกมา เธอปรับความคิดของตัวเอง เธออยากกลับบ้าน แต่รีบร้อนไปก็ใช่ว่าจะได้เรื่อง

“ข้าจะกลับไปให้ได้”

บทที่ 3 ความตายและรางวัล

บทที่ 3 ความตายและรางวัล

[อายุ 27 ปี คุณทะลวงคอขวดสำเร็จ การฝึกตนของคุณต่อจากนี้เป็นไปอย่างราบรื่น]

[อายุ 28 ปี คุณฝึกตนไปถึงขั้นกลั่นจิต ระดับ 9 คุณเตรียมการที่จะทะลวงขั้น แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นพรรคมารออกอาละวาด คุณในฐานะศิษย์ผู้อาวุโสจึงหลีกเลี่ยงหน้าที่การปราบมารครั้งนี้ไม่ได้]

[อายุ 29 ปี คุณใช้วิชาทำนาย พบว่าชะตาของคุณยังไม่ถึงฆาต คุณจึงเข้าร่วมการปราบมารครั้งนี้ได้อย่างสบายใจ]

[อายุ 30 ปี คุณใช้วิชาทำนายหาแหล่งกบดานของพรรคมารสำเร็จ สร้างผลงานและชื่อเสียงให้ตัวคุณเป็นอย่างมาก]

[อายุ 31 ปี ขณะที่ทำภารกิจอยู่กับศิษย์ร่วมสำนักของคุณ กลุ่มของคุณถูกพรรคมารสุ่มโจมตี แต่สามารถหนีรอดไปได้ด้วยวิชาทำนาย]

[กลุ่มของคุณถูกพรรคมารสุ่มโจมตีอีกครั้ง แต่ก็สามารถหนีรอดไปได้ด้วยวิชาทำนาย]

[กลุ่มของคุณถูกพรรคมารสุ่มโจมตีเป็นครั้งที่ 3 เสียศิษย์ร่วมสำนักไป 3 คน แต่ก็ยังสามารถหนีรอดไปได้ด้วยวิชาทำนาย]

[คุณใช้วิชาทำนายการซุ่มโจมตีของพรรคมาร และเตรียมแผนรับมือ]

[การโจมตีสวนพรรคมารที่สุ่มโจมตีสำเร็จ คุณกำจัดพรรคมารที่มาซุ่มโจมตีครั้งนี้ได้เกือบทั้งหมด]

[คุณพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แต่ด้วยเหตุบางอย่างข้อความส่งไปไม่ถึง]

[พรรคมารเห็นถึงความสำคัญและความอันตรายของคุณ พรรคมารเริ่มตั้งให้คุณเป็นเป้าหมายล่าสังหารอันดับหนึ่ง และส่งผู้อาวุโสมาคุมการล่าครั้งนี้โดยเฉพาะ]

[อายุ 32 ปี คุณพยายามจะหาทางกลับสำนัก แต่ก็ถูกพรรคมารซุ่มโจมตีอีกครั้ง เสียศิษย์ร่วมสำนักไป 6 คน และบีบบังคับให้คุณต้องถอยร่นและต้องใช้ทางอ้อมทำให้การเดินทางของคุณยาวนานยิ่งขึ้น]

[ระหว่างเดินทางคุณถูกพรรคมารปูพรมค้นหา อีกทั้งในการค้นหาครั้งนี้ยังมีผู้อาวุโสพรรคมารมาคุมด้วยตนเอง]

[อายุ 33 ปี คุณรู้ว่าหมดทางหนีแล้วจึงเตรียมสละตัวเองเพื่อให้ศิษย์ร่วมสำนักอีก 11 คนหลบหนี คุณเตรียมเผชิญหน้ากับพรรคมารด้วยตัวคนเดียว]

เฉินเจียที่แยกตัวออกจากศิษย์ร่วมสำนักที่เหลือ เธอเตรียมตัวใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อให้ศิษย์พี่น้องหลบหนีกลับไปสำนัก เธอหวังว่าพวกเขาจะกลับไปแล้วขอความช่วยเหลือจากสำนักแล้วกลับมาช่วยเธอให้ทัน

ถึงนี่จะเป็นคำขอที่สวยหรูเกินจริงไปหน่อยก็เถอะ

ขณะที่เฉินเจียเหยียบกระบี่บินลัดเลาะไปตามป่า ลูกศรสีดำก็พุ่งเข้าหาเธอทุกทิศทาง เฉินเจียไม่ตื่นตระหนก เธอใช้ผ้าคลุมสีเงินอาวุธเวทย์ที่ติดตัวเธอมาแต่เกิดสะบัดปัดป้องลูกศรทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย

จากนั้นก็เริ่มบินต่อไป เฉินเจียมองผ้าคลุมสีเงินที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิด

เธอเรียกมันว่า “ปีกเงิน” มันคืออาวุธเวทย์ที่คอยช่วยชีวิตเธอมาตลอด มันคือผ้าวิเศษที่เธอสามารถปรับรูปร่างของมันได้ดั่งใจว่าจะแปลงเป็นดาบใช้โจมตี โล่ใช้ป้องกัน หรือแปลงเป็นมือในการใช้คว้าจับ

ขณะที่เธอกำลังคิดถึงอดีตอยู่นั้น กระบี่เล่มหนึ่งพุ่งเข้าหาเธออย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ

‘หลบไม่พ้นแน่’

“ปีกเงินป้องกันเต็มรูปแบบ!!!”

สิ้นเสียงร้องของเฉินเจีย ปีกเงินก็แปลงสภาพเป็นโล่ป้องกันกระบี่นั้นเต็มกำลัง แม้จะเป็นการป้องกันเต็มรูปแบบ แต่ก็ไม่อาจป้องกันได้ ปีกเงินขาดออก วิถีกระบี่ถูกเบี่ยงออก

“อ๊า…” เฉินเจียร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เธอกระเด็นตกจากกระบี่บิน

กระบี่นี้เดิมแล้วเล็งไปที่หัวใจของเธอ แต่จากการป้องกันของปีกเงิน มันถูกเบี่ยงออกไปโดนแขนของเธอ แขนของเธอขาดสะบั้น

“โอ้…ไม่น่าเชื่อผู้ฝึกตนขั้นกลั่นจิตรับการโจมตีของข้าได้” เสียงเยียบเย็นของชายคนหนึ่งดังขึ้น ชายชราในชุดม่วงลอยลงมาตรงหน้าเฉินเจีย

เฉินเจียกอดเศษของปีกเงินไว้ในอ้อมอกแล้วแหงนหน้ามองชายชราคนนั้น

“ผู้อาวุโส…ผู้น้อยจักต้องตายเป็นแน่ข้าขออะไรอย่างหนึ่งได้หรือไม่?” เฉินเจียปากขอร้อง

เธอสงสัยบางอย่างมาซักพักแล้วแต่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยให้ตรวจสอบ

“อะไรรึ” ชายชราคนนั้นมองเฉินเจียด้วยท่าทางสนใจ คนใกล้ตายส่วนใหญ่ที่เขาพบล้วนแล้วแต่ร้องขอชีวิตทั้งนั้น แต่ดรุณีนางนี้กับขอแค่ถามคำถามหนึ่ง

“ท่านรู้การเคลื่อนไหวของข้าได้อย่างไร?”

“โอ้…เรื่องนั้นง่ายมาก” ชายชราคนนั้นยิ้มเย็น “หนอนบ่อนไส้”

“ฮะฮะ… ฮ่า ก็กะไว้แล้ว” เฉินเจียยิ้มออกมา

“ข้าทำตามคำขอของเจ้าแล้วที่นี้ก็ตายซะ” เมื่อชายชราพูดจบกระบี่ก็พุ่งเสียบกลางอกของเฉินเจีย

แต่แทนที่เฉินเจียจะตายในทันที เธอฝืนทนความเจ็บปวดกระโดดเข้าไปกอดรัดชายชราคนนั้นไว้

“คิดจะทำอะไรหนะ” ชายชราคนนั้นปล่อยให้เฉินเจียเกาะโดยไม่ขัดขืน

“ตายคนเดียวมันเหงาเกินไป มาลงนรกด้วยกันเถอะ!!!” พูดจบเฉินเจียก็โคจรปราณในร่างกาย ชายชราผู้นั้นพยายามจะสะบัดตัวเฉินเจียออก แต่สายเกินไปแล้ว

‘วิชาสุริยันแรกเริ่ม ท่าไม้ตายตะวันดับ’

ร่างของเฉินเจียที่ฝึกวิชาสุริยันแรกเริ่มก็ระเบิดออกมากลายเป็นลูกไฟขนาดยักษ์แผดเผาทำลายทุกอย่างในรัศมีหนึ่งลี้ (500 เมตร)

[คุณตาย]

[อายุ 33 ปี]

[ความสำเร็จ “สังหารผู้อาวุโสพรรคมาร”]

[กำลังคำนวณรางวัล]

[คำนวณเสร็จสิ้น]

[คุณมีโอกาสเลือก 2 รางวัล โปรดเลือกรางวัล]

[1. ปราณบริสุทธิ์ ขั้นกลั่นจิต ระดับ 1]

[2. อาวุธเวทย์ “ปีกเงิน”]

[3. รากวิญญาณเพลิงขั้นกลาง]

[4. ตำราวิชาสุริยันแรกเริ่ม]

[5. หินวิญญาณระดับกลาง 500 ก้อน]

เฉินเจียมองข้อความตรงหน้าด้วยสีหน้าตกตะลึก เธอคิดว่าเธอจะตายไปแล้วเสียอีก ดูท่าข้อความที่บอกไว้ตอนต้นจะเป็นความจริง

เธอมองดูรางวัลที่สามารถเลือก เฉินเจียเลือกที่จะตัดหินวิญญาณระดับกลางทิ้งออกไปก่อนเลย ในโลกจริงเธอไม่ได้ขาดแคลนหินวิญญาณ ตัวเลือกหินวิญญาณจึงมีค่ากับเธอน้อยที่สุด

อีกอันที่ตัดคือรากวิญญาณเพลิงขั้นกลาง เธอมีรากวิญญาณสายฟ้าขั้นสูงอยู่แล้ว ถึงการมีรากวิญญาณเพิ่มจะช่วยเพิ่มความสามารถของเธอก็ตาม แต่นี้เป็นเพียงรากวิญญาณขั้นกลางเท่านั้น

เธอเลือกไว้ในใจแล้วหนึ่งตัวเลือกนั่นคือ ปีกเงิน ปีกเงินเป็นสิ่งที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิดในโลกนั้น เธอรักและผูกพันธ์กับมันเป็นอย่างมาก แถมตัวมันเองก็เป็นอาวุธเวทย์ที่เติบโตได้ ความสามารถก็ไม่ธรรมดามีประโยชน์รอบด้าน

ที่เธอหนักใจที่สุดก็คือ 2 ตัวเลือกที่เหลือ ปราณบริสุทธิ์มีประโยชน์กับการฝึกของเธอจากปริมาณที่ได้รับน่าจะทำให้ระดับของเธอขึ้นไปได้อย่างน้อย 1 ระดับ

ส่วนวิชาสุริยันแรกเริ่มก็เป็นวิชาที่ยอดเยี่ยม แม้เธอจะฝึกไม่ได้เพราะไม่มีรากวิญญาณเพลิง แต่ใครจะรู้ละรางวัลในรอบหน้าเธออาจจะได้รากวิญญาณเพลิงขั้นสูงก็ได้

หลังจากชั่งใจอยู่นาน เฉินเจียก็เลือกรางวัล

[คุณเลือกรางวัล 1, 2]

[คุณสามารถเข้าระบบจำลองวิถีเซียนได้อีกครั้งใน 12 ชั่วยาม(24ชั่วโมง)]

เฉินเจียรู้สึกตัวอีกครั้ง เธอหันไปรอบ ๆ เห็นห้องในสำนักที่คุ้นเคย เธอมองกล่องสีขาวผูกด้วยริบบิ้นสีแดงที่ลอยอยู่ตรงหน้าเธอ

เธอเปิดกล่องดูแล้วพบกับลูกแก้วสีรุ้ง และผ้าคลุมสีเงินที่คุ้นเคย เมื่อนำของทั้งสองชิ้นออกมาจากกล่อง กล่องก็อันตธารหายไป

เฉินเจียหยิบพวกมันขึ้นมาดูและตรวจสอบพวกมันและพบว่าพวกมันเป็นของจริง

ลูกแก้วสีรุ้งคือปราณบริสุทธิ์ และผ้าคลุมสีเงินก็คือ “ปีกเงิน”ที่เธอเคยใช้

“มันไม่ใช่ความฝัน” เธอพึมพำออกมา

เฉินเจียทำการดูดซับปราณบริสุทธิ์จากลูกแก้ว ในขั้นตอนการดูดซับนั้น พลังของเธอเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมากจนสร้างความสนใจให้แก่สิ่งรอบข้าง

“มีคนกำลังเลื่อนระดับ!!!”

“ใครกัน?”

เหล่าลูกศิษย์สำนักกระบี่วิญญาณ และคนจากสำนักอื่นที่มาเยี่ยมต่าง ๆ ตกใจ และเมื่อพวกเขาค้นหาแหล่งที่มาก็ตกใจมากขึ้นไปอีก

“ศิษย์พี่เฉินเจีย/ศิษย์น้องเฉินเจียกำลังเลื่อนระดับ!!!” เหล่าลูกศิษย์สำนักกระบี่วิญญาณอุทานออกมาพร้อมมองไปที่ที่พำนักของเฉินเจียด้วยแววตาชื่นชม และอิจฉา

ในขณะที่ผู้มาเยือนจากสำนักอื่นต่างวิตกกังวล ศักยภาพของเฉินเจียทำให้พวกเขาหวาดหวั่นถึงอนาคตข้างหน้า

หากความเร็วในการฝึกตนของนางยังเป็นแบบนี้ในอีก 30 หรือ 20 ปี ขั้วอำนาจได้มีการสลับเปลี่ยนเป็นแน่

อย่าได้เห็นว่าเหล่าพรรคธรรมะนั้นมีภาพลักษณ์เป็นมิตรร่วมมือสมานฉันท์กัน พรรคธรรมะเหล่านี้เองก็มีการแก่งแย่งชิงดีกันไม่ต่างจากพวกพรรคมาร เพียงแค่เหล่าพรรคธรรมะไม่ลงมือกันเปิดเผยก็เท่านั้น

“ว้าว…สมกับเป็นตัวเอกจริง ๆ โชคดีชะมัด โดยเฉพาะรากวิญญาณขั้นกลาง”

โดยปกติแล้วเมื่อเริ่มทุกสิ่งทุกอย่างของผู้เล่นจะสุ่ม ยกเว้นชื่อ และเพศ ดังนั้นจึงมีโอกาศที่จะสุ่มได้รากวิญญาณขั้นต่ำ หรือสุ่มไม่ได้รากวิญญาณเลย

การเลือกพรสวรรค์รากวิญญาณก็ถือเป็นการการันตีว่าจะมีรากวิญญาณอย่างแน่นอน

รากวิญญาณถือเป็นพื้นฐานของการฝึกตน ถ้าไม่มีมันก็ไม่สามารถฝึกตนได้

จ้าวหยานกำลังรับชมชีวิตของเฉินเจียเหมือนกับดูหนังเรื่องหนึ่งอยู่

เขารู้สึกว่าถ้ามีป๊อบคอร์นกับโค้กให้กินตอนดูนี่เพอร์เฟคเลย ถึงช่วงแรกของหนังจะเอื่อย ๆ ไปหน่อยก็เถอะ

เมื่อชีวิตจำลองของเฉินเจียจบลง ข้อความก็เด้งขึ้นตรงหน้าจ้าวหยาน

[ในฐานะผู้มอบบัตรเชิญ คุณจะได้รับรางวัลครึ่งหนึ่งของผู้ถูกเชิญ]

[คุณมีโอกาสเลือก 2 รางวัล โปรดเลือกรางวัล]

[1. ปราณบริสุทธิ์ ขั้นกลั่นปราณ ระดับ 4]

[2. เศษเสี้ยวอาวุธเวทย์ “ปีกเงิน”]

[3. รากวิญญาณเพลิงขั้นต่ำ]

[4. ตำราวิชาสุริยันแรกเริ่ม(ไม่สมบูรณ์)]

[5. หินวิญญาณระดับกลาง 250 ก้อน]

[6. อัพเกรดรางวัล 1 อย่าง]

จ้าวหยานมองดูรางวัลที่เขาได้รับ เขากำลังคิดถึงสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้ เขาควรจะเลือก 2 รางวัลแบบครึ่งหนึ่ง หรือเลือกหนึ่งรางวัลแบบสมบูรณ์ดี

คิดไปคิดมาเขาเลือก 2 รางวัลดีกว่า เพราะถ้าเขาเลือก 1 รางวัลแบบสมบูรณ์เขาก็เลือกได้เพียงแค่ตัวเลือก 1 หรือไม่ก็ 3

เขาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์อันตรายที่ต้องเร่งรีบเพิ่มพูนพลังจนต้องเลือกรางวัลที่ 1 แถมถ้าเขาเลือกรางวัลที่ 3 เขาก็ต้องเข้าร่วมกับสำนักเพื่อให้มีโอกาสฝึก เขาเองก็ไม่อยากเข้าร่วมกับสำนักซักเท่าไหร่

ดังนั้นจ้าวหยานเลือกรางวัลแบบครึ่งหนึ่งสองอย่างดีกว่า เขาเลือกรางวัลที่ 3 และ 4 สองอย่างนี้จะทำให้เขาเริ่มฝึกตนได้

[คุณเลือก 3, 4]

กล่องสีขาวผูกด้วยริบบิ้นแดงเหมือนกับของเฉินเจียก็ลอยอยู่ตรงหน้าเขา

“เกมส่งรางวัลแบบนี้เหรอ?”

จ้าวหยานมองอย่างสงสัย เขาไม่รู้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รางวัล

เขาอาจจะเริ่มการฝึกตนช้ากว่าคนอื่น 10 ปี แต่ด้วยเกมจำลองวิถีเซียนที่เขามี

จ้าวหยานมั่นใจว่าเขาจะตามเหล่าอัจฉริยะทัน ไม่สิ – ด้วยจำนวนบัตรเชิญที่เขาจะได้รับเพิ่มเขามั่นใจได้เลยว่าเขาจะเหนือกว่าเหล่าอัจฉริยะแน่นอน

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...