เกมจำลองวิถีเซียน
ข้อมูลเบื้องต้น
เรื่องย่อ
จ้าวหยาน เด็กหนุ่มชาวจีนจากศตวรรษที่ 21 ที่เกิดดวงซวยทะลุมิติมายัง “มหาทวีปเซี่ย” ในร่างของเด็กหนุ่มชื่อเดียว จ้าวหยานเด็กหนุ่มธรรมดา ๆ จะเอาชีวิตรอดจากโลกใบนี้ได้อย่างไร โชคดีที่เขามีระบบจำลองเซียน แต่เขาดันดวงซวยไปหน่อย ไม่ได้การแล้วเขาต้องคิดหาวิธีใหม่
***เรื่องนี้เป็นแนวสลับเพศโดยตัวเอกจะไม่เปลี่ยนกลับไปเป็นเพศเดิม***
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหา NC ซึ่งบทที่มีเนื้อหา NC นักอ่านท่านใดไม่สะดวกใจจะอ่านสามารถข้ามบทนั้นไปได้เลยไม่กระทบต่อเนื้อหาหลัก
บท NC เป็นแค่บทแสดงอารมณ์ความรู้สึกร้อนแรงของตัวละครเท่านั้น ย้ำอีกครั้งนักอ่านท่านใดไม่สะดวกใจจะอ่านสามารถข้ามบทนั้นไปได้เลยไม่กระทบต่อเนื้อหาหลัก
***นิยายเรื่องนี้ลงไว้ 2 ที่คือ fictionlog และ dek-d***
***ไม่ถูกใจตรงไหนสามารถติชมได้***
ระดับการฝึกตน
ขั้นเสริมกายา 1-9
ขั้นกลั่นปราณ 1-9
ขั้นกลั่นจิต 1-9
ขั้นสร้างฐาน 1-9
ขั้นหลอมแกน 1-9
ขั้นแปลงเทพ 1-9
?????
บทที่ 1 เกมจำลองวิถีเซียน
บทที่ 1 เกมจำลองวิถีเซียน
[ยินดีต้อนรับสู่ผู้เล่นสู่เกมจำลองวิถีเซียน โปรดยืนยันการจำลองรอบที่ 30 ของคุณ]
[ตัวเลือกที่ 1 เริ่มต้นการจำลองด้วยชีวิตเดิมเหมือนรอบที่แล้ว โดยเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ต้น และไม่สามารถรีเซ็ตพรสวรรค์ได้ในทันที แต่จะสามารถเลือกพรสวรรค์ใหม่ได้เมื่อมีชีวิตรอดทุก ๆ 20 ปี]
[ตัวเลือกที่ 2 เริ่มต้นการจำลองด้วยชีวิตใหม่ โดยสามารถรีเซ็ตพรสวรรค์ได้ในทันที]
[คุณเลือกตัวเลือกที่ 2]
[กรุณาเลือกพรสวรรค์ 3 ตัวเลือกจาก 10 ตัวเลือกเพื่อเริ่มต้นการจำลอง]
[1. เทพยาจก(ทอง) - เพิ่มโชคร้ายมหาศาล]
[2. นักมวย(ไม้) - เพิ่มพรสวรรค์ในการต่อสู้มือเปล่าเล็กน้อย]
[3. ขยะประจำตระกูล(เงิน) - ความสามารถของคุณจะอยู่ขั้นต่ำสุด แต่คุณจะเกิดในตระกูลทรงอำนาจ]
[4. ขี้โรค(ไม้) - สุขภาพร่างกายของคุณจะอ่อนแอเป็นอย่างมาก]
[5. รากวิญญาณระดับต่ำ(ไม้) - สุ่มรากวิญญาณระดับต่ำ]
[6. เชี่ยวชาญอักษร(ทองแดง) - ลายมือของคุณจะงดงามมากขึ้น เพิ่มอัตราความสำเร็จการสร้างยันต์เล็กน้อย]
[7. มือกระบี่(ทองแดง) - เพิ่มพรสวรรค์ในกระบี่กลาง]
[8. หยกประจำตระกูล(ทองแดง) - เพิ่มโชคดีเล็กน้อย]
[9. ดาวไม้กวาด(หยก) - เพิ่มโชคร้ายมหาศาล แต่โชคร้ายจะไม่ส่งผลกับคุณ]
[10. ทายาทผู้ฝึกตน(เงิน) - หนึ่งในครอบครัวของคุณจะเป็นผู้ฝึกตน]
[กรุณาเลือก]
[คุณเลือกพรสวรรค์ที่ 7, 8, 10]
[ชื่อ: จ้าวหยาน]
[พรสวรรค์: มือกระบี่(ทองแดง), หยกประจำตระกูล(ทองแดง), ทายาทผู้ฝึกตน(เงิน)]
[คำแนะนำ: รางวัลที่ได้รับจากการจำลองขึ้นอยู่กับอายุ ทรัพย์สิน และความสำเร็จของคุณ]
[หมายเหตุ: รางวัลจะได้รับก็ต่อเมื่อมีอายุ 5 ปีขึ้นไป]
[หมายเหตุ: การตายในโลกจำลองไม่ได้ทำให้คุณตายในโลกแห่งความเป็นจริง]
[เมื่ออายุ 0 ปี คุณได้ถือกำเนิดในโลกแห่งเซียน คุณเกิดในครอบครัวพ่อค้า คุณมีปู่เป็นผู้บำเพ็ญเซียน]
[เมื่ออายุครึ่งเดือน คุณได้รับการทดสอบรากวิญญาณจากปู่ของคุณ ปรากฎว่าคุณมีรากวิญญาณธาตุทองระดับกลาง ครอบครัวของคุณจึงจัดงานฉลองให้คุณ]
[ปู่ของคุณมอบหยกประจำตระกูลให้ โชคดีของคุณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย]
[อายุ 1 ปี คุณได้ฉายแววอัจฉริยะจากการที่สามารถพูดได้ ครอบครัวของคุณจึงจัดหาอาจารย์มีชื่อมาสอนวิชาแก่คุณ]
[อายุ 2 ปี คุณสามารถอ่านเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว อาจารย์ของคุณไม่มีอะไรจะสอนอีกแล้ว]
[อายุ 4 ปี เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นเนื่องจากคุณปู่ของคุณได้ไปล่วงเกินผู้ฝึกตนฝ่ายมาร ทำให้คุณถูกฆ่าล้างครอบครัว คุณเสียชีวิตจากการโจมตีนั้น]
[คุณตาย]
[อายุ: 4 ปี]
[คุณมีชีวิตรอดไม่ถึง 5 ปีทำให้ไม่ได้รับรางวัล]
[คุณสามารถเข้าระบบจำลองวิถีเซียนได้อีกครั้งใน 12 ชั่วยาม(24ชั่วโมง)]
[คุณได้ทำการจำลองวิถีเซียนเป็นจำนวน 30 ครั้ง ระบบจึงขอมอบรางวัลสมนาคุณให้: บัตรเชิญเข้าสู่เกมจำลองวิถีเซียนแบบจ่าหน้า]
[บัตรเชิญเข้าสู่เกมจำลองวิถีเซียนแบบจ่าหน้า: เชิญผู้เล่นอื่นแบบเจาะจง 1 คนเข้าสู่เกมจำลองวิถีเซียน ผู้เล่นสามารถได้รับรางวัลครึ่งหนึ่งของผู้ถูกเชิญ]
“เฮ้อ…ฉันตายอีกแล้ว” จ้าวหยานนวดขมับด้วยความปวดหัว เขากัดฟันบ่น “เกมบ้านี้จะให้คนเล่นยังไงวะ ฉันเล่นไป 30 รอบตาย ตั้ง 1 เดือนแล้ว ฉันยังไม่ได้รางวัลอะไรเลย”
“ก็ยังดีที่มีรางวัลปลอบใจ”
จ้าวหยานพลิกดูบัตรเชิญสีดำมีลวดลายสีทองที่ขอบบัตร บนบัตรมีอักษรเขียนว่า “เกมจำลองวิถีเซียน” พร้อมกับช่องว่างไว้เขียนชื่อคนที่ต้องการจะเชิญ
จ้าวหยานคือมนุษย์ธรรมดาจากโลก เขาทะลุมิติมาในมหาทวีปเซี่ย
ในช่วงแรกที่เขามายังโลกนี้ เขารู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ
ใครบ้างละจะไม่รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เดินเหินบนอากาศ ขี่กระบี่บินสู่ท้องนภา มือหนึ่งควงสาวงาม มือหนึ่งควงกระบี่ปราบมาร ใช้ชีวิตอมตะอย่างอิสระเสรี นอกจากนี้ใกล้ ๆ เมืองที่เขาอยู่นั้นเองก็มีสำนักผู้ฝึกตนที่มีชื่อตั้งอยู่
แต่ฝันของจ้าวหยานก็ต้องสลาย เมื่อเขาพบว่าเขานั้นไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกตน สิ่งเดียวที่เขามีตอนนี้คือหน้าตา บ้านและร้านหนังสือที่พ่อแม่ของเขาทิ้งไว้
บ้าเอ้ย!!
ไม่ใช่ว่าคนทะลุมิติมาต้องเต็มไปด้วยสูตรโกงเหรอ?
นิยายแม่*หลอกลวงคน
เขาทำได้แค่มีชีวิตต่อไปทั้งน้ำตา โชคยังดีที่เขามีบ้าน และร้านหนังสืออยู่ เขาไม่รู้จะทำยังไงเลยถ้าทะลุมิติมาเป็นขอทาน
กิจการร้านหนังสือของเขาก็ค่อนข้างดีทำให้เขาใช้ชีวิตได้ไม่ลำบากมากนักสามารถมีเนื้อบนโต๊ะอาหารได้อย่างน้อยวันละมื้อ ชีวิตที่น่าเบื่อของเขาดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั้งเมื่อเดือนก่อน
เกมจำลองวิถีเซียน!
ตามที่ชื่อของมันบอก มันสามารถจำลองชีวิตของเซียนได้ เมื่อเริ่มเกมจ้าวหยานจะถูกส่งเข้าไปในโลกของเกม มันเหมือนกับการเล่นเกม VR ที่รับรู้ความรู้สึกแบบ 100% แถมยังได้ของรางวัลเมื่อเล่นเกมจบอีกด้วย
ตราบเท่าที่เขาเอาชีวิตรอดได้นานกว่า 5 ละนะ
แต่ปัญหาก็คือเกมบ้านี้ยากชิบ***!!!
นอกจากนี้เขายังคิดว่าเขาดวงซวยอีกด้วย
เขาเกมโอเวอร์ตั้ง 30 กว่าครั้ง ยากเกินไปไหม?
จ้าวหยานฝันไว้ว่าหลังจากที่เขาเปิดสูตรโกงได้แล้ว ในที่สุดเขาก็จะได้ผจญภัยในโลกของเซียน เขาฝันถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เขาจะทำ สาวงามที่จะโอบซ้ายโอบขวา
แต่แทนที่เขาจะได้เสพสุขชีวิตเซียน เขาดันได้เสพความตายแทนเสียนี่
เขามองไปออกยังถนนที่เขาไม่คุ้นเคย เกวียนขี่สวนกันไปมา ตึกรามบ้านช่องโบราณที่แสนแปลกตา จ้าวหยานรู้สึกคิดถึงโลกที่เขาจากมา แต่โชคดีที่ในโลกเก่าเขาเป็นเด็กกำพร้าเลยไม่มีคนให้เป็นห่วง หรือคนที่เสียใจเวลาเขาหายไป
“เฮ้ ได้ยินข่าวลือรึยัง”
“ข่าวลืออะไร?”
“ก็ข่าวลือเกี่ยวกับท่านหญิงเฉินเจียแห่งสำนักกระบี่วิญญาณ ได้ข่าวว่านางเป็นยอดอัจฉริยะในรอบร้อยปี ฝีมือการฝึกตนรุดหน้ารวดเร็วมาก”
“อ้อ ได้ยินมาเหมือนกัน ได้ข่าวว่าตอนนี้นางเป็นผู้ฝึกตนขั้นกลั่นปราณ ระดับ 9 แล้ว”
“ช่างน่าอิจฉาจริง ๆ คนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาเกือบ 50 ปีทั้งกว่าจะถึงขั้นนี้ได้ แต่นางกลับทำได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี”
“ดูท่าแล้วตำแหน่งผู้อาวุโส ไม่ก็เจ้าสำนักกระบี่อัสนีจะหนีไม่พ้นนางแล้วละนะ”
จ้าวหยานมองดูกลุ่มคน 3-4 คนที่กำลังพูดคุยกัน คนพวกนี้แตกต่างจากเหล่าคนธรรมดาที่สัญจรไปมา แม้ว่าเสื้อผ้าของพวกเขาจะไม่ได้แตกต่างจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมานัก แต่หากสังเกตดี ๆ แล้วจะพบว่าเสื้อผ้าที่ดูธรรมดาของพวกเขาถูกตัดเย็บขึ้นมาอย่างประณีต อีกทั้งคนพวกนี้ยังสะพายกระบี่ หรือไม่ก็ห้อยดาบไว้ อาวุธที่พวกเขาพกมาแผ่รังสีสังหารออกมา
และสิ่งที่เด่นชัดที่สุดที่แยกคนเหล่าออกจากคนธรรมดาก็คือลักษณะท่าทางของพวกเขาที่มีลักษณะองอาจ สูงส่ง และกดดัน พวกเขาคือผู้ฝึกตน
จ้าวหยานมองไปรอบ ๆ เขาสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ผู้ฝึกตนบนถนนมีมากกว่าปกติ อีกทั้งเครื่องแต่งกายของพวกเขายังหลากหลายคละกันเป็นอย่างมาก
แม้เมืองเซียวเหอของเขาจะอยู่ติดกับสำนักกระบี่วิญญาณอันโด่งดัง แต่เมืองของเขาก็เป็นเพียงเมืองชายแดนของอาณาจักรฉู่ โดยมากแล้วผู้ฝึกตนในเมืองจะเป็นคนของสำนักกระบี่วิญญาณซะเป็นส่วนใหญ่ การที่ผู้ฝึกตนต่างสำนักจำนวนมากปรากฎตัวในเมืองนั้น ย่อมเป็นเรื่องที่ผิดปกติ
‘เกิดอะไรขึ้น? ทำไมผู้ฝึกตนถึงโผล่มากันเยอะแยะขนาดนี้?’
จ้าวหยานพยายามเค้นสมองนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในอาทิตย์นี้
พรรคมารรวมตัวกันที่ชายแดน? ก็ไม่น่าใช่เพราะเขาติดตามข่าวที่เกี่ยวพันกับความปลอดภัยของเขาตลอด
ดินแดนลับแลปรากฏ? อาจจะเป็นไปได้ เพราะดินแดนลับแลมักจะเต็มไปด้วยสมบัติทำให้ดึงดูดผู้ฝึกตนเป็นจำนวนมาก
จนในที่สุดจ้าวหยานก็นึกออก วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด 311 ปีของสำนักกระบี่วิญญาณ
‘งานวันเกิดงั้น? น่าจะเป็นงานเปิดตัวของเฉินเจียมากกว่า’
สำหรับผู้ฝึกตนที่มีชีวิตอยู่ได้เป็นร้อย ๆ ปีอายุก็เป็นเพียงแค่ตัวเลข งานวันเกิดครั้งนี้จึงเหมือนเป็นงานเปิดตัวผู้สืบทอด หรือลูกศิษย์สายตรงเสียมากกว่า พูดง่าย ๆ คืองานที่มีไว้อวดลูกศิษย์
‘มันก็น่าอวดจริง ๆ’
เฉินเจีย บุตรสาวของเจ้าเมืองเซียวเหอ เฉินอู่ เธอเกิดมาพร้อมพรสวรรค์มหาศาล เธอเกิดมาพร้อมกับรากวิญญาณสายฟ้าระดับสูงซึ่งเข้ากันได้ดีกับวิชากระบี่เทพอัสนี
วิชากระบี่เทพอัสนีหนึ่งเป็นวิชาหลักของสำนักกระบี่วิญญาณ เป็นวิชากระบี่ที่ทรงพลังที่สุดในสำนัก และฝึกฝนยากที่สุด แต่ถึงกระนั้นเฉินเจียในวัย 12 ปีกลับสำเร็จวิชานี้ได้ถึงระดับขั้นกลางแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์อันเหนือล้ำคนในรุ่นเดียวกัน
เมื่อจ้าวหยานคิดถึงเฉินเจีย เขาก็นึกถึงบัตรเชิญขึ้นมา
ในเมื่อเขาดวงซวยมากนักก็คงต้องเกาะส่วนบุญของเหล่าบุตรแห่งสวรรค์หน่อยแล้ว
เขาเขียนชื่อของเฉินเจียลงในบัตรเชิญ โดยปกติแล้วบัตรเชิญจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อรู้ชื่อ และหน้าตาของเป้าหมาย โชคดีที่จ้าวหยานเคยเห็นเฉินเจียมาแล้ว ถึงแม้จะเป็นการมองจากระยะไกล ๆ
เมื่อเขาเขียนชื่อของเฉินเจียลงบนบัตรเชิญเสร็จ บัตรเชิญก็กลายนกตัวหนึ่ง นกตัวนั้นมีขนสีดำทั้งตัว มีขนสีทองบนหัวคล้ายมงกุฎ
นกตัวนั้นเริ่มบินออกไป มันบินผ่านฝูงชน แต่กลับไม่มีผู้ใดสังเกต หรือมองเห็นมันเลยซักคน
ในห้องนอนห้องหนึ่งมีหญิงสาวหน้าตางดงามนั่งสมาธิอยู่
เฉินเจียนั่งหลับตาฝึกฝนในห้องนอนของเธอ เตรียมร่วมงานวันเกิดของเจ้าสำนักที่กำลังจะมาถึงในเร็ววัน ระหว่างที่กำลังฝึกจู่ ๆ เธอก็สัมผัสถึงบางอย่างที่เกาะอยู่บนไหล่ของเธอ
เฉินเจียลืมตาขึ้นมามองดู เธอเห็นนกสีดำที่มีขนสีทองเรียงกันบนหัวเหมือนมงกุฎเกาะอยู่บนไหล่ของเธอ เธอประหลาดใจเป็นอย่างมากเพราะก่อนที่มันจะเกาะไหล่ของเธอ เธอไม่สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันได้เลย
เฉินเจียมองไปที่นกที่เกาะไหล่ของเธออยู่ เธอใช้ปราณของเธอตรวจสอบมัน แต่กลับไม่พบอะไรผิดปกติจากการตรวจสอบทั้งหมด สรุปได้ว่ามันก็แค่นกธรรมดา ๆ ที่มีลายแปลก แต่ไม่มีทางที่นกธรรมดาตัวหนึ่งจะเล็ดรอดค่ายกลและกำแพงเวทย์ของสำนักมาจนถึงตัวของเธอได้โดยที่เธอสัมผัสถึงมันไม่ได้เลย
เฉินเจียเอื้อมมือไปสัมผัสมัน จู่ ๆ ร่างกลายของนกตัวนั้นก็บิดเบี้ยวกลายเป็นบัตรเชิญสีดำขอบทอง เธอพลิกบัตรเชิญดูก่อนจะอ่านจ่าหน้าบัตรเชิญ
“เกมจำลองวิถีเซียน”
เมื่อพูดจบบัตรเชิญก็สลายไปกลายเป็นตัวหนังสือก็ปรากฎขึ้นกลางอากาศ
[คุณอยากรู้ความหมายของวิถีเซียนหรือไม่]
[ใช่]
[ไม่]
เฉินเจียมองสิ่งประหลาดตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
ให้เธอเลือกอย่างงั้นเหรอ?
ความหมายของวิถีเซียน?
ไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยเฉินเจียกดที่ [ไม่] เพราะเธอรู้สึกแปลก ๆ กับเจ้าสิ่งนี้ มันอาจเป็นการพบพานโชคลาภก็ได้ แต่โชคลาภที่ไหนโผล่มาน่าสงสัยแบบนี้กัน
ทันทีที่เฉินเจียเลือกเสร็จ จู่ ๆ ภาพตรงหน้าของเธอก็ดับวูปลงราวกับหล่นลงในห้วงมืด เธอพยายามฝืนทน พยายามลืมตา และควบคุมสติ แต่ก็ไม่สำเร็จ
เชี่*
แล้วจะให้ข้าเลือกทำไม?
บทที่ 2 เฉินเจียเริ่มเกม
บทที่ 2 เฉินเจียเริ่มเกม
เฉินเจียที่ตกลงสู่ห้วงความมืดก็ได้ปรากฏตัวในพื้นที่โล่งสีขาว ข้อความมากมายปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ
[ยินดีต้อนรับสู่ผู้เล่นสู่เกมจำลองวิถีเซียน โปรดยืนยันการเล่นรอบที่ 1 ของคุณ]
[ตัวเลือกที่ 1 เริ่มต้นการจำลองด้วยชีวิตเดิมเหมือนรอบที่แล้ว โดยเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ต้น และไม่สามารถรีเซ็ตพรสวรรค์ได้ในทันที แต่จะสามารถเลือกพรสวรรค์ใหม่ได้เมื่อมีชีวิตรอดทุก ๆ 20 ปี]
[เนื่องจากเป็นการเล่นรอบแรกจึงไม่สามารถเลือกตัวเลือกที่ 1 ได้]
[ตัวเลือกที่ 2 เริ่มต้นการจำลองด้วยชีวิตใหม่ โดยสามารถรีเซ็ตพรสวรรค์ได้ในทันที]
เฉินเจียอ่านข้อความที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ เธอพยายามทำความเข้าใจ แต่จากเท่าที่อ่านดูแล้วเหมือนเธอมีแค่ทางเลือกเดียว
ใจจริงแล้วเฉินเจียไม่อยากจะเลือกอะไรที่ดูน่าสงสัยแบบนี้เลย แต่หากไม่เลือกเธอก็อาจจะติดอยู่ที่นี่ตลอดไปก็เป็นได้
[คุณเลือกตัวเลือกที่ 2]
[กรุณาเลือกพรสวรรค์ 3 ตัวเลือกจาก 10 ตัวเลือกเพื่อเริ่มต้นการจำลอง]
[1. อาภรณ์สวรรค์(หยก) – เกิดมาพร้อมอาวุธเวทย์ชนิดผ้า]
[2. ไร้ใจ(ทองแดง) – คุณจะไม่แยแสต่อผู้อื่น เพิ่มความต้านทานการโจมตีทางจิตเล็กน้อย]
[3. มิตรแห่งอสูร(เงิน) - เพิ่มความเป็นมิตรแก่สัตว์อสูร]
[4. ขี้โรค(ไม้) - สุขภาพร่างกายของคุณจะอ่อนแอเป็นอย่างมาก]
[5. รากวิญญาณระดับกลาง(ทองแดง) - สุ่มรากวิญญาณระดับกลาง]
[6. เชี่ยวชาญอักษร(ทองแดง) - ลายมือของคุณจะงดงามมากขึ้น เพิ่มอัตราความสำเร็จการสร้างยันต์เล็กน้อย]
[7. จ้าวกระบี่(ทอง) - เพิ่มพรสวรรค์ในกระบี่สูง]
[8. ผู้พินิจดาว(หยก) – มีโอกาสที่จะมองเห็นนิมิต เพิ่มความแม่นยำแก่เวทย์ทำนายอย่างมาก]
[9. อวตารมาร(หยก) - เพิ่มความเข้ากันได้กับวิชามารมหาศาล เพิ่มความเร็วในการฝึกวิชามารมหาศาล เพิ่มประสิทธิภาพของวิชามารมหาศาล]
[10. สมบัติผู้ฝึกตน(เงิน) – ได้รับสมบัติของผู้ฝึกตนอย่างแน่นอน 1 ครั้ง]
[กรุณาเลือก]
เฉินเจียมองดูพรสวรรค์ที่ปรากฏขึ้น พรสวรรค์ที่แสดงออกนั้นบอกทั้งชื่อ ระดับของพรสวรรค์ และความสามารถทำให้เธอเข้าใจได้ง่าย ๆ ว่าพรสวรรค์เหล่านั้นทำอะไรได้บ้าง
แต่ปัญหาก็คือเธอควรเลือกอะไรดี
อย่างแรกเลยเธอตัดทิ้งไปเลยคือพรสวรรค์ที่ 9 เธอไม่คิดจะเข้าสู่วิถีมารไม่ว่าพรสวรรค์นี้มันจะดีแค่ไหนก็เถอะ
อีกอันที่ตัดคือพรสวรรค์ที่ 4 ร่างกายถือเป็นพื้นฐานของการฝึกตน ถ้าร่างกายอ่อนแอจะถึงได้ยังไงกัน แถมต่อให้ฝึกได้ความสำเร็จก็ไม่น่าสูง
อันต่อไปที่ตัดคือพรสวรรค์ที่ 2 แม้เธอจะมีภาพลักษณะเย็นชาไม่สนใจโลก แต่ก็ใช่ว่าเธอจะเป็นคนไม่แยแสอะไรเลย และเธอก็ไม่อยากเป็นคนแบบนั้น
ส่วนพรสวรรค์ที่ 6 ประโยชน์ที่ได้รับจากการเลือกพรสวรรค์นี้มันดูน้อยไปหน่อย
และสุดท้ายคือพรสวรรค์ที่ 5 เธอมีรากวิญญาณสายฟ้าระดับสูงอยู่แล้วไม่รู้จะไปเลือกรากวิญญาณระดับกลางทำไม
ที่นี้ก็มาถึงสิ่งที่เธอสนใจ เฉินเจียพิจารณาพรสวรรค์ที่เหลือ
พรสวรรค์ที่ 1 เกิดมาพร้อมอาวุธเวทย์ก็น่าสนใจถึงเธอจะไม่รู้ว่าอาวุธเวทย์นั้นตะหน้าตาเป็นอย่างไร แต่อาวุธเวทย์ที่เกิดมาพร้อมกับผู้ใช้จะสามารถเติบโตไปพร้อมกับผู้ใช้ได้
พรสวรรค์ที่ 3 ถ้าไปสายผู้ฝึกอสูรก็ไม่เลว เธอคิดว่าคงข้ามไปก่อน เพราะเธอชอบสู้ด้วยตัวเองมากกว่า
พรสวรรค์ที่ 7 นี้น่าสนใจมาก ๆ โดยเฉพาะเธอที่เป็นผู้ฝึกกระบี่อยู่ก่อนแล้ว
พรสวรรค์ที่ 8 อันนี้ต้องเลือกอย่างแน่นอน พลังในการมองเห็นอนาคต พลังในการมองเห็นโชคชะตา ไม่ว่าจะผู้ฝึกตนที่ทรงพลังแค่ไหนก็ไม่มีทางครอบครองพลังนี้ได้ง่าย ๆ
ส่วนสุดท้ายพรสวรรค์ที่ 10 เธอชั่งใจอยู่นานว่าจะเลือกดีไหม
[คุณเลือกพรสวรรค์ที่ 1, 7, 8]
[ชื่อ: เฉินเจีย]
[พรสวรรค์: อาภรณ์สวรรค์(หยก), จ้าวกระบี่(ทอง), ผู้พินิจดาว(หยก)]
[คำแนะนำ: รางวัลที่ได้รับจากการจำลองขึ้นอยู่กับอายุ ทรัพย์สิน และความสำเร็จของคุณ]
[หมายเหตุ: รางวัลจะได้รับก็ต่อเมื่อมีอายุ 5 ปีขึ้นไป]
[หมายเหตุ: การตายในโลกจำลองไม่ได้ทำให้คุณตายในโลกแห่งความเป็นจริง]
[เริ่มเกมได้]
จ้าวหยานที่ตอนนี้อยู่ในโหมดผู้ชมรู้สึกอยากจะเอาหัวโขกกำแพง สิ่งเขาสุ่มได้กับสิ่งที่เฉินเจียสุ่มได้นี่มันต่างกันราวฟ้ากับเหว
ตอนเขาสุ่มได้ไม่เห็มมีอะไรดีอย่างนี้เลย ขนาดพรสวรรค์ระดับหยกที่เขาสุ่มได้ยังเป็นอะไรที่ส่งผลร้ายกับเขาเลย แล้วดูเธอสุ่มได้สินี้มันบุตรแห่งสวรรค์ เหล่าตัวเอกของโลกชัด ๆ
ในเมื่อเขาเล่นเกมให้ได้รางวัลเองไม่ได้ก็ขอเป็นปลิงเกาะรางวัลคนอื่นแล้วกัน
[อายุ 0 ปี คุณเกิดมาเป็นทารกหญิง ครอบครัวธรรมดา มีสุขภาพแข็งแรงและเกิดมาพร้อมผ้าคลุมวิเศษสีเงิน ข่าวการเกิดของอันแปลกประหลาดของคุณแพร่กระจายออก]
[อายุ 1 ปี คุณฉายแววอัจฉริยะด้วยการพูดได้อย่างคล่องแคล่ว]
[อายุ 2 ปี คุณสามารถพูด อ่าน เขียน และเดินได้อย่างคล่องแคล่ว]
[อายุ 4 ปี สำนักฝึกตนใกล้ ๆ เมืองของคุณได้ยินข่าวลือของคุณจึงส่งศิษย์ในสำนักมาตรวจสอบ]
[ตรวจสอบแล้วคุณมีรากวิญญาณธาตุไฟระดับกลางบวกกับผ้าคลุมวิเศษที่ติดตัวคุณแต่กำเนิด สำนักจึงมีความประสงค์รับตัวคุณเป็นศิษย์สายใน]
เฉินเจียมองดูชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท่วมหน้าตาใจดีตรงหน้าที่กำลังตรวจสอบรากวิญญาณของเธออยู่
“รากวิญญาณเพลิงระดับกลาง พรสวรรค์ไม่เลวเลยฝึกซักหน่อยก็คงเป็นศิษย์สายในได้” ชายคนนั้นพูดพร้อมยิ้มให้
เป็นเวลา 4 ปีแล้วตั้งแต่เฉินเจียเกิดมาในโลกนี้ เธอคิดว่าด้วยความรู้ที่และรากวิญญาณที่เธอมีการฝึกคงจะเป็นเรื่องง่าย ๆ
แต่กลายเป็นว่าตอนที่เธอตรวจสอบรากวิญญาณ เฉินเจียพบรากวิญญาณของเธอเปลี่ยนไปแทนที่เธอจะมีรากวิญญาณสายฟ้าระดับสูงกลับกลายเป็นว่าเธอมีรากวิญญาณเพลิงระดับกลางแทน
แถมวิชาที่เคยฝึกฝนมากลับไม่สามารถฝึกได้ ไม่ใช่ว่าเฉินเจียลืมวิชาพวกนั้น เธอยังจำวิชาพวกนั้นได้แม่น แต่กลับไม่อาจฝึกได้
ตอนที่เฉินเจียรู้ว่าอาจจะไม่สามารถฝึกตนได้ เธอสิ้นหวังมาก ในโลกของเทพเซียนชีวิตของปุถุชนคนธรรมดาก็ไม่ต่างจากมดปลวกที่จะโดนขยี้ หรือ ตายเมื่อไหร่ก็ได้
แม้ว่าจะมีข้อความที่บอกว่า “การตายในโลกจำลองไม่ได้ทำให้คุณตายในโลกแห่งความเป็นจริง” แต่จะให้เชื่อใจสิ่งที่ลักพาตนมาก็คงไม่ใช่
แต่โชคยังดีที่เธอเกิดมาพร้อมอาวุธเวทย์ และรากวิญญาณระดับกลางด้วยคุณสมบัติระดับนี้ไม่ว่าไปสำนักใดก็น่าฝากตัวเป็นศิษย์ได้ง่าย ๆ
และการมาถึงผู้ฝึกตนวัยกลางคนก็ทำให้รู้ว่าเธอคิดถูก
[อายุ 4 ปี คุณได้กราบลาพ่อแม่ของคุณ เพื่อเข้าร่วมกับสำนักวิญญาณบูรพา]
[อายุ 5 ปี คุณได้เข้ามาเป็นศิษย์สายนอกของสำนัก]
[อายุ 8 ปี ด้วยพรสวรรค์ที่คุณมี คุณฝึกตนจนไปถึงขั้นเสริมกายา ระดับ 9]
[อายุ 10 ปี คุณใช้เวลาทั้งหมด 2 ปีในการทะลวงด่าน]
[คุณทะลวงด่านสำเร็จ คุณกลายเป็นผู้ฝึกตนขั้นกลั่นปราณ ทำให้คุณถูกรับเข้าไปเป็นศิษย์สายใน]
เฉินเจียมองตึกรูปทรงแปดเหลี่ยม 4 ชั้นที่อยู่ตรงหน้าของตน ตึกทรงแปดเหลี่ยมสร้างจากไม้ ตึกนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของค่ายกลและกำแพงเวทย์ทำให้เห็นถึงการป้องกันที่แน่นหนา ตึกนี้คือหอตำราของศิษย์สายในสำนักวิญญาณบูรพา
เธอมาที่นี้เพื่อยืมตำรา เนื่องจากศิษย์สายนอก และศิษย์สายในฝึกวิชาแตกต่างกัน โดยศิษย์นอกจะมีวิชาฟรีให้ฝึกแค่ 2 วิชาคือปราณตะวัน และเพลงกระบี่ 3 จังหวะ
หากต้องการจะฝึกเพิ่มต้องจ่ายหินวิญญาณเพิ่ม ต่างจากศิษย์สายในที่สามารถฝึกได้ทุกวิชาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ขณะที่เฉินจียกำลังเดินเข้าหอตำรา จู่ ๆ ก็มีนิมิตแล่นเข้ามาในหัวของเธอ
เธอเห็นภาพของชายคนหนึ่งสวมชุดศิษย์สายในกำลังเดินเลือกวิชาในหอตำรา เขาหยิบหนังสือดูไปเรื่อย ๆ จนเขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาเขาพลิกไปพลิกมาดูแผ่นหยกแผ่นหนึ่งก็ตกลงมาจากหนังสือเล่มนั้นจากนั้นนิมิตก็จบลง
‘เกิดอะไรขึ้น? ภาพหลอน?’
เธอตกใจกับสิ่งที่เห็น เธอลองทำตามศิษย์คนนั้นที่เห็นในนิมิตดูก็พบเข้ากับแผ่นหยกที่ว่าจริง ๆ
“มันคือภาพอนาคต”
เธอเข้าใจได้ในทันทีว่ามันคือผลของพรสวรรค์ผู้พินิจดาวของเธอ
เฉินเจียรีบแอบเก็บแผ่นหยกแล้วทำทีเป็นเลือกหนังสือตำรามาซักเล่มก่อนจะรีบกลับที่พัก เมื่อถึงที่พักเธอส่งกระแสจิตเข้าไปสำรวจแผ่นหยก
ปรากฎว่ามันคือวิชาสุริยันแรกเริ่ม วิชาดั่งเดิมที่เป็นต้นแบบของเกือบทุกวิชาในสำนัก
[อายุ 12 ปี คุณฝึกวิชาสุริยันแรกเริ่มบวกกับรากวิญญาณเพลิงขั้นกลางที่เข้ากันได้กับวิชาที่ฝึก การฝึกตนของคุณรุจหน้าเป็นอย่างมาก]
[อายุ 14 ปี คุณฝึกตนไปถึงขั้นกลั่นปราณ ระดับ 9]
[อายุ 15 ปี คุณทะลวงด่านสำเร็จ กลายเป็นผู้ฝึกตนขั้นกลั่นจิต พรสวรรค์ของเข้าไปแตะตาเหล่าผู้อาวุโสของสำนัก]
[คุณเลือกกราบผู้อาวุโสหญิง หมิงจู แห่งเขาภูขจี ผู้ที่เชี่ยวชาญวิชาทำนายมากที่สุด]
[อายุ 16 ปี พรสวรรค์ในด้านการทำนายของคุณเริ่มเบ่งบาน คำทำนายของคุณมีความแม่นยำถึง 60 เปอร์เซ็นต์]
[คุณกลายเป็นที่รักของเหล่าอาจารย์ และลูกศิษย์คนอื่น ๆ จากการที่คุณช่วยพวกเขาทำนายดวงชะตาทำให้พวกเขาพบเจอโชคดี หลีกเลี่ยงโชคร้าย]
[อายุ 20 ปี คุณพบกับคอขวด การฝึกตนของคุณติดอยู่ที่ขั้นกลั่นจิต ระดับ 5 คุณพยามยามทะลวงคอขวด แต่ไม่สำเร็จ]
[อายุ 24 ปี คุณพยายามทะลวงคอขวดอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สำเร็จ คุณได้รับบาดเจ็บภายในการฝึกตนของคุณตกลงหนึ่งระดับ]
“แค่ก…” เฉินเจียกระอักเลือดออกมา สีหน้าของเธอขาวซีด เธอรู้สึกเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บภายใน “ดูท่าข้าจะรีบร้อนเกินไปสินะ ข้าลืมไปเสียสนิทว่านี้ไม่ใช่ร่างเดิมของข้า”
แต่เรื่องนี้จะโทษเธอก็ไม่ได้ เพราะเธอใช้ชีวิตในโลกใบนี้มานานแล้ว ความทรงจำบางอย่างในโลกเดิมก็เริ่มเลือนหายไป เธอคิดว่าถ้าเธอทรงพลังขึ้น เธออาจจะกลับไปยังโลกเดิมได้
“เฮ้อ” เฉินเจียถอนหายใจออกมา เธอปรับความคิดของตัวเอง เธออยากกลับบ้าน แต่รีบร้อนไปก็ใช่ว่าจะได้เรื่อง
“ข้าจะกลับไปให้ได้”
บทที่ 3 ความตายและรางวัล
บทที่ 3 ความตายและรางวัล
[อายุ 27 ปี คุณทะลวงคอขวดสำเร็จ การฝึกตนของคุณต่อจากนี้เป็นไปอย่างราบรื่น]
[อายุ 28 ปี คุณฝึกตนไปถึงขั้นกลั่นจิต ระดับ 9 คุณเตรียมการที่จะทะลวงขั้น แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นพรรคมารออกอาละวาด คุณในฐานะศิษย์ผู้อาวุโสจึงหลีกเลี่ยงหน้าที่การปราบมารครั้งนี้ไม่ได้]
[อายุ 29 ปี คุณใช้วิชาทำนาย พบว่าชะตาของคุณยังไม่ถึงฆาต คุณจึงเข้าร่วมการปราบมารครั้งนี้ได้อย่างสบายใจ]
[อายุ 30 ปี คุณใช้วิชาทำนายหาแหล่งกบดานของพรรคมารสำเร็จ สร้างผลงานและชื่อเสียงให้ตัวคุณเป็นอย่างมาก]
[อายุ 31 ปี ขณะที่ทำภารกิจอยู่กับศิษย์ร่วมสำนักของคุณ กลุ่มของคุณถูกพรรคมารสุ่มโจมตี แต่สามารถหนีรอดไปได้ด้วยวิชาทำนาย]
[กลุ่มของคุณถูกพรรคมารสุ่มโจมตีอีกครั้ง แต่ก็สามารถหนีรอดไปได้ด้วยวิชาทำนาย]
[กลุ่มของคุณถูกพรรคมารสุ่มโจมตีเป็นครั้งที่ 3 เสียศิษย์ร่วมสำนักไป 3 คน แต่ก็ยังสามารถหนีรอดไปได้ด้วยวิชาทำนาย]
[คุณใช้วิชาทำนายการซุ่มโจมตีของพรรคมาร และเตรียมแผนรับมือ]
[การโจมตีสวนพรรคมารที่สุ่มโจมตีสำเร็จ คุณกำจัดพรรคมารที่มาซุ่มโจมตีครั้งนี้ได้เกือบทั้งหมด]
[คุณพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แต่ด้วยเหตุบางอย่างข้อความส่งไปไม่ถึง]
[พรรคมารเห็นถึงความสำคัญและความอันตรายของคุณ พรรคมารเริ่มตั้งให้คุณเป็นเป้าหมายล่าสังหารอันดับหนึ่ง และส่งผู้อาวุโสมาคุมการล่าครั้งนี้โดยเฉพาะ]
[อายุ 32 ปี คุณพยายามจะหาทางกลับสำนัก แต่ก็ถูกพรรคมารซุ่มโจมตีอีกครั้ง เสียศิษย์ร่วมสำนักไป 6 คน และบีบบังคับให้คุณต้องถอยร่นและต้องใช้ทางอ้อมทำให้การเดินทางของคุณยาวนานยิ่งขึ้น]
[ระหว่างเดินทางคุณถูกพรรคมารปูพรมค้นหา อีกทั้งในการค้นหาครั้งนี้ยังมีผู้อาวุโสพรรคมารมาคุมด้วยตนเอง]
[อายุ 33 ปี คุณรู้ว่าหมดทางหนีแล้วจึงเตรียมสละตัวเองเพื่อให้ศิษย์ร่วมสำนักอีก 11 คนหลบหนี คุณเตรียมเผชิญหน้ากับพรรคมารด้วยตัวคนเดียว]
เฉินเจียที่แยกตัวออกจากศิษย์ร่วมสำนักที่เหลือ เธอเตรียมตัวใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อให้ศิษย์พี่น้องหลบหนีกลับไปสำนัก เธอหวังว่าพวกเขาจะกลับไปแล้วขอความช่วยเหลือจากสำนักแล้วกลับมาช่วยเธอให้ทัน
ถึงนี่จะเป็นคำขอที่สวยหรูเกินจริงไปหน่อยก็เถอะ
ขณะที่เฉินเจียเหยียบกระบี่บินลัดเลาะไปตามป่า ลูกศรสีดำก็พุ่งเข้าหาเธอทุกทิศทาง เฉินเจียไม่ตื่นตระหนก เธอใช้ผ้าคลุมสีเงินอาวุธเวทย์ที่ติดตัวเธอมาแต่เกิดสะบัดปัดป้องลูกศรทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นก็เริ่มบินต่อไป เฉินเจียมองผ้าคลุมสีเงินที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิด
เธอเรียกมันว่า “ปีกเงิน” มันคืออาวุธเวทย์ที่คอยช่วยชีวิตเธอมาตลอด มันคือผ้าวิเศษที่เธอสามารถปรับรูปร่างของมันได้ดั่งใจว่าจะแปลงเป็นดาบใช้โจมตี โล่ใช้ป้องกัน หรือแปลงเป็นมือในการใช้คว้าจับ
ขณะที่เธอกำลังคิดถึงอดีตอยู่นั้น กระบี่เล่มหนึ่งพุ่งเข้าหาเธออย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ
‘หลบไม่พ้นแน่’
“ปีกเงินป้องกันเต็มรูปแบบ!!!”
สิ้นเสียงร้องของเฉินเจีย ปีกเงินก็แปลงสภาพเป็นโล่ป้องกันกระบี่นั้นเต็มกำลัง แม้จะเป็นการป้องกันเต็มรูปแบบ แต่ก็ไม่อาจป้องกันได้ ปีกเงินขาดออก วิถีกระบี่ถูกเบี่ยงออก
“อ๊า…” เฉินเจียร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เธอกระเด็นตกจากกระบี่บิน
กระบี่นี้เดิมแล้วเล็งไปที่หัวใจของเธอ แต่จากการป้องกันของปีกเงิน มันถูกเบี่ยงออกไปโดนแขนของเธอ แขนของเธอขาดสะบั้น
“โอ้…ไม่น่าเชื่อผู้ฝึกตนขั้นกลั่นจิตรับการโจมตีของข้าได้” เสียงเยียบเย็นของชายคนหนึ่งดังขึ้น ชายชราในชุดม่วงลอยลงมาตรงหน้าเฉินเจีย
เฉินเจียกอดเศษของปีกเงินไว้ในอ้อมอกแล้วแหงนหน้ามองชายชราคนนั้น
“ผู้อาวุโส…ผู้น้อยจักต้องตายเป็นแน่ข้าขออะไรอย่างหนึ่งได้หรือไม่?” เฉินเจียปากขอร้อง
เธอสงสัยบางอย่างมาซักพักแล้วแต่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยให้ตรวจสอบ
“อะไรรึ” ชายชราคนนั้นมองเฉินเจียด้วยท่าทางสนใจ คนใกล้ตายส่วนใหญ่ที่เขาพบล้วนแล้วแต่ร้องขอชีวิตทั้งนั้น แต่ดรุณีนางนี้กับขอแค่ถามคำถามหนึ่ง
“ท่านรู้การเคลื่อนไหวของข้าได้อย่างไร?”
“โอ้…เรื่องนั้นง่ายมาก” ชายชราคนนั้นยิ้มเย็น “หนอนบ่อนไส้”
“ฮะฮะ… ฮ่า ก็กะไว้แล้ว” เฉินเจียยิ้มออกมา
“ข้าทำตามคำขอของเจ้าแล้วที่นี้ก็ตายซะ” เมื่อชายชราพูดจบกระบี่ก็พุ่งเสียบกลางอกของเฉินเจีย
แต่แทนที่เฉินเจียจะตายในทันที เธอฝืนทนความเจ็บปวดกระโดดเข้าไปกอดรัดชายชราคนนั้นไว้
“คิดจะทำอะไรหนะ” ชายชราคนนั้นปล่อยให้เฉินเจียเกาะโดยไม่ขัดขืน
“ตายคนเดียวมันเหงาเกินไป มาลงนรกด้วยกันเถอะ!!!” พูดจบเฉินเจียก็โคจรปราณในร่างกาย ชายชราผู้นั้นพยายามจะสะบัดตัวเฉินเจียออก แต่สายเกินไปแล้ว
‘วิชาสุริยันแรกเริ่ม ท่าไม้ตายตะวันดับ’
ร่างของเฉินเจียที่ฝึกวิชาสุริยันแรกเริ่มก็ระเบิดออกมากลายเป็นลูกไฟขนาดยักษ์แผดเผาทำลายทุกอย่างในรัศมีหนึ่งลี้ (500 เมตร)
[คุณตาย]
[อายุ 33 ปี]
[ความสำเร็จ “สังหารผู้อาวุโสพรรคมาร”]
[กำลังคำนวณรางวัล]
[คำนวณเสร็จสิ้น]
[คุณมีโอกาสเลือก 2 รางวัล โปรดเลือกรางวัล]
[1. ปราณบริสุทธิ์ ขั้นกลั่นจิต ระดับ 1]
[2. อาวุธเวทย์ “ปีกเงิน”]
[3. รากวิญญาณเพลิงขั้นกลาง]
[4. ตำราวิชาสุริยันแรกเริ่ม]
[5. หินวิญญาณระดับกลาง 500 ก้อน]
เฉินเจียมองข้อความตรงหน้าด้วยสีหน้าตกตะลึก เธอคิดว่าเธอจะตายไปแล้วเสียอีก ดูท่าข้อความที่บอกไว้ตอนต้นจะเป็นความจริง
เธอมองดูรางวัลที่สามารถเลือก เฉินเจียเลือกที่จะตัดหินวิญญาณระดับกลางทิ้งออกไปก่อนเลย ในโลกจริงเธอไม่ได้ขาดแคลนหินวิญญาณ ตัวเลือกหินวิญญาณจึงมีค่ากับเธอน้อยที่สุด
อีกอันที่ตัดคือรากวิญญาณเพลิงขั้นกลาง เธอมีรากวิญญาณสายฟ้าขั้นสูงอยู่แล้ว ถึงการมีรากวิญญาณเพิ่มจะช่วยเพิ่มความสามารถของเธอก็ตาม แต่นี้เป็นเพียงรากวิญญาณขั้นกลางเท่านั้น
เธอเลือกไว้ในใจแล้วหนึ่งตัวเลือกนั่นคือ ปีกเงิน ปีกเงินเป็นสิ่งที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิดในโลกนั้น เธอรักและผูกพันธ์กับมันเป็นอย่างมาก แถมตัวมันเองก็เป็นอาวุธเวทย์ที่เติบโตได้ ความสามารถก็ไม่ธรรมดามีประโยชน์รอบด้าน
ที่เธอหนักใจที่สุดก็คือ 2 ตัวเลือกที่เหลือ ปราณบริสุทธิ์มีประโยชน์กับการฝึกของเธอจากปริมาณที่ได้รับน่าจะทำให้ระดับของเธอขึ้นไปได้อย่างน้อย 1 ระดับ
ส่วนวิชาสุริยันแรกเริ่มก็เป็นวิชาที่ยอดเยี่ยม แม้เธอจะฝึกไม่ได้เพราะไม่มีรากวิญญาณเพลิง แต่ใครจะรู้ละรางวัลในรอบหน้าเธออาจจะได้รากวิญญาณเพลิงขั้นสูงก็ได้
หลังจากชั่งใจอยู่นาน เฉินเจียก็เลือกรางวัล
[คุณเลือกรางวัล 1, 2]
[คุณสามารถเข้าระบบจำลองวิถีเซียนได้อีกครั้งใน 12 ชั่วยาม(24ชั่วโมง)]
…
เฉินเจียรู้สึกตัวอีกครั้ง เธอหันไปรอบ ๆ เห็นห้องในสำนักที่คุ้นเคย เธอมองกล่องสีขาวผูกด้วยริบบิ้นสีแดงที่ลอยอยู่ตรงหน้าเธอ
เธอเปิดกล่องดูแล้วพบกับลูกแก้วสีรุ้ง และผ้าคลุมสีเงินที่คุ้นเคย เมื่อนำของทั้งสองชิ้นออกมาจากกล่อง กล่องก็อันตธารหายไป
เฉินเจียหยิบพวกมันขึ้นมาดูและตรวจสอบพวกมันและพบว่าพวกมันเป็นของจริง
ลูกแก้วสีรุ้งคือปราณบริสุทธิ์ และผ้าคลุมสีเงินก็คือ “ปีกเงิน”ที่เธอเคยใช้
“มันไม่ใช่ความฝัน” เธอพึมพำออกมา
เฉินเจียทำการดูดซับปราณบริสุทธิ์จากลูกแก้ว ในขั้นตอนการดูดซับนั้น พลังของเธอเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมากจนสร้างความสนใจให้แก่สิ่งรอบข้าง
“มีคนกำลังเลื่อนระดับ!!!”
“ใครกัน?”
เหล่าลูกศิษย์สำนักกระบี่วิญญาณ และคนจากสำนักอื่นที่มาเยี่ยมต่าง ๆ ตกใจ และเมื่อพวกเขาค้นหาแหล่งที่มาก็ตกใจมากขึ้นไปอีก
“ศิษย์พี่เฉินเจีย/ศิษย์น้องเฉินเจียกำลังเลื่อนระดับ!!!” เหล่าลูกศิษย์สำนักกระบี่วิญญาณอุทานออกมาพร้อมมองไปที่ที่พำนักของเฉินเจียด้วยแววตาชื่นชม และอิจฉา
ในขณะที่ผู้มาเยือนจากสำนักอื่นต่างวิตกกังวล ศักยภาพของเฉินเจียทำให้พวกเขาหวาดหวั่นถึงอนาคตข้างหน้า
หากความเร็วในการฝึกตนของนางยังเป็นแบบนี้ในอีก 30 หรือ 20 ปี ขั้วอำนาจได้มีการสลับเปลี่ยนเป็นแน่
อย่าได้เห็นว่าเหล่าพรรคธรรมะนั้นมีภาพลักษณ์เป็นมิตรร่วมมือสมานฉันท์กัน พรรคธรรมะเหล่านี้เองก็มีการแก่งแย่งชิงดีกันไม่ต่างจากพวกพรรคมาร เพียงแค่เหล่าพรรคธรรมะไม่ลงมือกันเปิดเผยก็เท่านั้น
…
“ว้าว…สมกับเป็นตัวเอกจริง ๆ โชคดีชะมัด โดยเฉพาะรากวิญญาณขั้นกลาง”
โดยปกติแล้วเมื่อเริ่มทุกสิ่งทุกอย่างของผู้เล่นจะสุ่ม ยกเว้นชื่อ และเพศ ดังนั้นจึงมีโอกาศที่จะสุ่มได้รากวิญญาณขั้นต่ำ หรือสุ่มไม่ได้รากวิญญาณเลย
การเลือกพรสวรรค์รากวิญญาณก็ถือเป็นการการันตีว่าจะมีรากวิญญาณอย่างแน่นอน
รากวิญญาณถือเป็นพื้นฐานของการฝึกตน ถ้าไม่มีมันก็ไม่สามารถฝึกตนได้
จ้าวหยานกำลังรับชมชีวิตของเฉินเจียเหมือนกับดูหนังเรื่องหนึ่งอยู่
เขารู้สึกว่าถ้ามีป๊อบคอร์นกับโค้กให้กินตอนดูนี่เพอร์เฟคเลย ถึงช่วงแรกของหนังจะเอื่อย ๆ ไปหน่อยก็เถอะ
เมื่อชีวิตจำลองของเฉินเจียจบลง ข้อความก็เด้งขึ้นตรงหน้าจ้าวหยาน
[ในฐานะผู้มอบบัตรเชิญ คุณจะได้รับรางวัลครึ่งหนึ่งของผู้ถูกเชิญ]
[คุณมีโอกาสเลือก 2 รางวัล โปรดเลือกรางวัล]
[1. ปราณบริสุทธิ์ ขั้นกลั่นปราณ ระดับ 4]
[2. เศษเสี้ยวอาวุธเวทย์ “ปีกเงิน”]
[3. รากวิญญาณเพลิงขั้นต่ำ]
[4. ตำราวิชาสุริยันแรกเริ่ม(ไม่สมบูรณ์)]
[5. หินวิญญาณระดับกลาง 250 ก้อน]
[6. อัพเกรดรางวัล 1 อย่าง]
…
จ้าวหยานมองดูรางวัลที่เขาได้รับ เขากำลังคิดถึงสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้ เขาควรจะเลือก 2 รางวัลแบบครึ่งหนึ่ง หรือเลือกหนึ่งรางวัลแบบสมบูรณ์ดี
คิดไปคิดมาเขาเลือก 2 รางวัลดีกว่า เพราะถ้าเขาเลือก 1 รางวัลแบบสมบูรณ์เขาก็เลือกได้เพียงแค่ตัวเลือก 1 หรือไม่ก็ 3
เขาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์อันตรายที่ต้องเร่งรีบเพิ่มพูนพลังจนต้องเลือกรางวัลที่ 1 แถมถ้าเขาเลือกรางวัลที่ 3 เขาก็ต้องเข้าร่วมกับสำนักเพื่อให้มีโอกาสฝึก เขาเองก็ไม่อยากเข้าร่วมกับสำนักซักเท่าไหร่
ดังนั้นจ้าวหยานเลือกรางวัลแบบครึ่งหนึ่งสองอย่างดีกว่า เขาเลือกรางวัลที่ 3 และ 4 สองอย่างนี้จะทำให้เขาเริ่มฝึกตนได้
[คุณเลือก 3, 4]
กล่องสีขาวผูกด้วยริบบิ้นแดงเหมือนกับของเฉินเจียก็ลอยอยู่ตรงหน้าเขา
“เกมส่งรางวัลแบบนี้เหรอ?”
จ้าวหยานมองอย่างสงสัย เขาไม่รู้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รางวัล
เขาอาจจะเริ่มการฝึกตนช้ากว่าคนอื่น 10 ปี แต่ด้วยเกมจำลองวิถีเซียนที่เขามี
จ้าวหยานมั่นใจว่าเขาจะตามเหล่าอัจฉริยะทัน ไม่สิ – ด้วยจำนวนบัตรเชิญที่เขาจะได้รับเพิ่มเขามั่นใจได้เลยว่าเขาจะเหนือกว่าเหล่าอัจฉริยะแน่นอน
…