ความในใจ เบนซ์ เรซซิ่ง เหตุผลของการบอกเลิก แพท ณปภา พ่อแม่ลูกยังไงก็ตัดกันไม่ขาด
The Bangkok Insight
อัพเดต 18 ธ.ค. 2566 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2566 เวลา 05.45 น. • The Bangkok Insightความในใจที่ไม่เคยบอกใคร เบนซ์ เรซซิ่ง เหตุผลของการบอกเลิก แพท ณปภา ยอมรับเราสามคนก็ตัดกันไม่ขาดด้วยความเป็นพ่อแม่ลูก
เมื่อ เบนซ์ เรซซิ่ง ได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ได้เปิดเรื่องราวในชีวิตพร้อมเผยความรักแบบทุกซอกทุกมุมในใจเพราะอุ่นใจที่ได้มานั่งคุยมานั่งเล่าที่นี่เป็นที่แรก กับความในใจที่ไม่เคยบอกใครเหตุผลของการเลิกกับแพท พร้อมยอมรับเราสามคนก็ตัดกันไม่ขาดด้วยความเป็นพ่อแม่ลูก
- วู้ดดี้ วุฒิธร ถึงกับช็อก อดีตพระเอกโผล่เซอร์ไพรส์ คนนี้เคยสารภาพรัก ก่อนทำใจสลาย
- หลุดโฟกัส ‘ทิศเหนือ’ เจี๊ยบ กาญจนาพร เห็นรอยปริศนาที่พื้นบ้านลูกชาย หลังปลิดชีพตัวเอง
- ใหม่ ดาวิกา แก้ผ้าที่สุดในชีวิต แบกซีทรูเหล็ก 8 กิโลกลางอากาศหนาว ทนได้เพื่อความสวย
ตอนที่พวกเราเห็นข้อความอันนี้ก็ค่อนข้างจะตกใจที่ คุณเบนซ์ เองมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เคยพูด ไม่เคยบอก แม้แต่ คุณแพท เองก็ยังไม่เคยรู้ ?
"ใช่ครับ ที่เลือกที่จะบอกในวันนี้ก็เพราะว่าผมคิดว่าในวันนี้เหตุการณ์และปัญหาทั้งหมดมันจบสิ้นลงแลล้วทุกอย่างมันคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีก็เลยอยากจะกลับมาย้อนถึงในวันนั้นที่เราตัดสินใจที่จะถอยออกมาในความสัมพันธ์"
ณ วันนั้นมันคือช่วงไหนหลังจากที่เราถอยออกมาจากความสัมพันธ์ ?
"หลังจากที่ผมเข้าไปอยู่ในเรือนจำช่วงศาลชั้นต้นที่ 1 ปี 3 เดือนแล้วก็ได้ประกันตัวออกมาคือมันเป็นเหมือนช่วงเวลาสุญญากาศในระหว่างสู้อุทธรณ์ว่าเราจะต้องเข้าไปข้างในอีกไหมหรือว่าเราจะจบคดีในชั้นนี้ มันทำให้เราคิดทบทวนหลายสิ่งหลายอย่างอย่างมากมาย"
สถานการณ์ของ คุณแพท กับ คุณเบนซ์ ในตอนนั้นคืออะไรที่เราเข้าไป 1 ปีกับ 3 เดือนแล้วออกมาตอนนั้นชีวิตคู่อยู่ในสถานะไหน ?
"ตอนที่เข้าไปรอบแรกครับ ทางคุณแพทถ้าว่างเขาก็จะมาเยี่ยมตลอด แต่ก็ไม่ได้ให้พาน้องมาครับ เขาก็มาเยี่ยมมาอะไรความสัมพันธ์ก็ค่อนข้างปกติครับ จนพอออกมาแล้วด้วยความที่มันห่างหายกันไปนาน เขาก็พยายามจะคุยกับเราว่าโอเค … หลังจากนี้สถานะเราจะเป็นอย่างไรต่อไป เราจะเป็นสามีภรรยาหรือเราจะเป็นเพียงพ่อแม่ลูกหลาย ๆ ทางมาก็กดดัน แต่จริง ๆ แล้วผมก็ยังมีโจทย์ในใจว่าในคดีผมมันก็ยังไม่จบสิ้นผมก็ยังไม่สามารถที่จะรับปากอะไรได้ ผมจะไปลงทุนทำธุรกิจอะไรผมก็ยังไม่สามารถที่จะทำได้ มันมีปัญหาหลาย ๆ อย่างเข้ามาจนสุดท้ายแล้วผมรู้แล้วว่าปัญหาช่วงที่เราเข้าไปติดรอบแรกทำให้เราอยู่ยากหรือทุกข์ใจ ก็คือปัญหาเรื่องของทางครอบครัวทางภรรยาและลูกผมก็เลยมานั่งคิดทบทวนให้เยอะว่า ในวันนี้มันยังไม่จบสิ้นเราจะเลือกอย่างไรต่อว่าจะเป็นสามีภรรยาหรือเป็นพ่อแม่ลูก"
อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความรู้สึกรักหรือไม่รักแล้วด้วย แต่มันคือในวันนั้นกล้าพูดเลยใช่ไหมว่าเรารัก ?
"ใช่ครับ"
แต่ตัดสินใจที่จะถอยออกมาจากความสัมพันธ์เพราะว่า ?
"จนสุดท้ายแล้วผมคิดว่าผมเองยังมีโอกาสที่จะต้องกลับไปอยู่ในเรือนจำอยู่ ถ้าหากว่าคำพิพากษามาว่าผมแพ้เพราะต้องศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตัดสินไปแล้ว 8 ปี ผมมี 8 ปีอยู่ในมืออยู่แล้วว่าถ้าเราแพ้เราจะต้องเข้าไปติดผมก็เลยคิดว่าถ้าหากผมจะต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำจริง ๆ ผมไม่รู้ว่าผมจะต้องติดกี่ปี ผมไม่อยากจะให้เข้าติดไปกับผมด้วย คือถ้าเราเข้าไปติดข้างในเขาก็ต้องมานั่งทุกข์ว่าเราจะอยู่ได้ไหม เราจะกินได้ไหม เราจะนอนได้ไหมเขาก็จะเป็นทุกข์ไปกับเราด้วย และอีกอย่างหนึ่งก็คือผมต้องการให้เขาได้เดินหน้าต่อไป คือผมไม่สามารถที่จะการันตีได้ว่าผมต้องอยู่ข้างใน 1 ปี 5 ปี 10 ปี ถ้าเกิดว่าเขาสามารถรอได้จริง แต่ว่าผมเองอยากให้เขาได้ก้าวเดินต่อไปเพราะในช่วงเวลาที่ผมอยู่ข้างใน ผมไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ใด ๆ ได้เลยไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ของพ่อ และหน้าที่ของสามี ถ้าเกิดวันนั้นเรายังคงสถานะการเป็นสามีภรรยากันอยู่ แล้วช่วงเวลาหนึ่งมันห่างหายกันไปผมไม่สามารถเข้าไปเติมเต็มเข้าไปดูแลให้ความสุขเข้าได้ แล้วถ้ากลายเป็นเขาไปมีข่าวว่าเขาไปคุยกับใครทางสังคมก็ต้องโจมตีเขาว่าผมอยู่ในเรือนจำทำไมคุณไปคุยกับคนอื่นเพราะฉะนั้นผมตัดสินใจว่าผมขอถอยออกมา แล้วให้เขาได้เดินหน้าต่อไป เพื่อที่จะได้มีความสุขเข้ามาเติมเต็มเขาในระหว่างที่ผมไม่อยู่"
อันนี้คือเราคิดแบบนี้เอง โดยที่เราไม่ได้คุยกับเขาหรือบอกกับเขาเลย ?
"ใช่ครับ ผมไม่เคยบอกใครเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมามันผ่านเหตุการณ์อะไรมามากมาย ทำให้สถานการณ์ตอนนี้เปลี่ยนแปลงไป แต่สุดท้ายแล้วเราสามคนก็ตัดกันไม่ขาดด้วยความเป็นพ่อแม่ลูก ผมว่าก็คงจะไม่ได้แตกต่างอะไรกันเพียงแต่ว่าตอนนี้เราก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของเราแล้วถึงเวลาเราก็มาเป็นพ่อแม่ลูกเติมเวลาเติมเต็มให้กันแบบนี้"
ทุกวันนี้เราน่าจะสัมผัสได้ว่าทั้งคู่ทั้งคุณเบนซ์และคุณแพทเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน ?
"ใช่ครับ"
อ่านข่าวเพิ่มเติม