ระบบวิวัฒนาการสัตว์อสูร
ข้อมูลเบื้องต้น
เรื่อง ระบบวิวัฒนาการสัตว์อสูร
神级进化动物杀手团
***ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. EnJoyBook ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
ผู้แต่ง : 九把火 ผู้แปล : ทีมงาน Enjoybook
เรื่องย่อ
หลินฮ่าวเกิดใหม่ในโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์นับพัน เนื่องจากเกิดมาตาบอดทำให้ถูกบังคับแต่งงานกับคุณหนูใหญ่ของตระกูลจ้าว เขาจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออย่างน่าสังเวชงั้นหรือ? แต่เมื่ออายุ18ปีระบบวิวัฒนาการสัตว์ระดับเทพเจ้าก็ปรากฏ เพื่อไปอยู่จุดสูงสุดของผู้แข็งแกร่ง เขาต้องทำทุกวิถีทางในการหาเงินมาอัปเกรดสัตว์เลี้ยง ถึงแม้จะต้องเป็นนักฆ่าก็ตาม…
บทที่ 1 แมลงวันกังฟู
Content Warning: Ableism (การดูถูกเหยียดหยามความพิการ)
บทที่ 1 แมลงวันกังฟู
เมืองเมืองเทียนอู่ จวนตระกูลจ้าว
ในยามนี้ ชายหนุ่มในชุดขาวกำลังร่ายรำอยู่ภายในลานบ้านด้านหลังห้องเครื่องของจวน
แมลงวันบ้านบินรอบตัวเขาด้วยความตื่นตระหนก เนื่องจากการเคลื่อนไหวของเขา
หากเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด จะพบว่าดวงตาของชายหนุ่มคนนี้เป็นสีเทา ดูไร้ชีวิตชีวา
แท้จริงแล้วเขาเป็นคนตาบอดนั่นเอง
"ดูสิ วันนี้ลูกเขยใหญ่ตระกูลจ้าววิ่งไล่จับแมลงวันอีกแล้ว"
"จิ๊ ๆ คนตาบอดจับแมลงวันรึ ช่างประหลาดยิ่งนัก"
“เหตุใดพวกเราไม่พนันกันหน่อยเล่าว่าเขาจะทนจับแมลงวันได้สักกี่วันกัน?”
พ่อครัวที่อยู่รอบ ๆ หัวเราะอย่างไม่สะทกสะท้าน
ในโลกใบนี้ซึ่งวรยุทธ์เป็นที่เคารพนับถือ ส่วนปุถุชนยังคงด้อยกว่า แล้วนับประสาอะไรกับคนตาบอด
ขณะที่ทุกคนหัวเราะ ชายหนุ่มก็ยื่นมือออกมาทันที
ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือทักษะการฟังของเขานั้นดีเลิศ
ชายหนุ่มพลันจับแมลงวันตรงหน้าด้วยฝ่ามือ!
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับท่านที่จับแมลงวันได้และเปิดใช้งานระบบวิวัฒนาการสัตว์ระดับเทวะได้สำเร็จ!]
เมื่อได้ยินเสียงสังเคราะห์อิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นภายในใจ เขาก็ตกตะลึง พลันรู้สึกถึงน้ำตาที่รื้นขึ้นมา
ในฐานะผู้ท่องเวลามา หลินฮ่าวย่อมเข้าไปโดยปริยายว่าระบบคือสิ่งใด
ถึงแม้การมาถึงของระบบนี้จะช้าไปสิบแปดปี แต่มันได้ช่วยเขาอย่างมากในสถานการณ์นี้โดยไม่ต้องสงสัย
ทว่าประการแรก เขาต้องจับสัตว์ที่มีชีวิตเพื่อเปิดใช้งานระบบ เขาจึงเลือกบริเวณห้องเครื่องเป็นจุดจับแมลง ซึ่งมีแมลงวันชุกชุมที่สุด
ตลอดสามวันสามคืนที่ผ่านมา เขาจึงจำทนยอมถูกหัวเราะเยาะ …และตอนนี้ ภารกิจของเขาสำเร็จแล้ว!
[ติ๊ง! ท่านจับแมลงวันได้แล้ว ต้องการเก็บมันเป็นสัตว์เลี้ยงหรือไม่?]
หลินเฮ่าโพล่งว่า "ต้องการ"
[ขอแสดงความยินดีกับการรับสัตว์เลี้ยงตัวแรก ท่านสามารถตั้งชื่อมันได้]
"แมลงวันกังฟู"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของหลินเฮ่ากระตุกเล็กน้อย ขณะนึกถึงภาพยนตร์ไซไฟในโลกก่อนของตัวเอง พลันเอ่ยเสียงเบา
[ติ๊ง! ตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงสำเร็จ]
ในเวลาเดียวกัน เสียงระบบก็ดังขึ้น แผงข้อมูลปรากฏขึ้นในใจของหลินเฮ่า
[แมลงวันกังฟู]
[รหัส: 001]
[เจ้าของ: หลินเฮ่า]
[กำลังรบ: 1]
[อายุขัย: 50 วัน]
[ทักษะ: ไม่มี]
[ส่วนที่วิวัฒนาการได้: อวัยวะทั้งหมดในร่างกาย]
……
จากข้อมูลบนแผงระบบ หลินเฮ่าก็เข้าใจการทำงานของระบบวิวัฒนาการสัตว์นี้
สิ่งนี้ส่วนใหญ่ใช้เพื่อเสริมพลังการต่อสู้ของสัตว์เลี้ยง
ฟังชันส์นี้แบ่งออกเป็นสองประเภท
ประเภทแรกคือ 'การเสริมแกร่งทางกายภาพ'
อวัยวะภายในตัวสัตว์เลี้ยงจะแข็งแกร่งขึ้น
โดยมีทั้งหมดสี่ขั้น อันได้แก่ ขั้นเริ่มต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นราชัน
ยิ่งขั้นพลังสูงเท่าไร เงินที่เสียไปจะยิ่งมากเท่านั้น
เช่น ขั้นต้นของการเสริมแกร่งจำต้องใช้ถึงหนึ่งหมื่นตำลึง เมื่อวิวัฒนาการถึงขั้นกลางจะต้องใช้หนึ่งแสนตำลึง
ส่วนประเภทที่สองคือ 'การวิวัฒนาการขั้นสูง'
โดยจะแบ่งออกเป็นเจ็ดระดับใหญ่ ได้ D, C, B, A, S, SS และ SSS
หรือกล่าวง่าย ๆ ก็คือความสามารถของระบบที่สามารถอัปเกรดและวิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงได้
ไก่เพียงหนึ่งตัว เมื่ออัปเกรดถึงระดับ SSS มีความเป็นไปได้สูงที่จะวิวัฒนาการเป็นวิหคเพลิง ซึ่งเป็นสัตว์เทวะระดับตำนานได้!
ทว่าการวิวัฒนาการขั้นสูงนั้นค่อนข้างแพง
ข้อกำหนดในการเลื่อนระดับแต่ละครั้งต้องใช้เงินอย่างน้อยหนึ่งแสนตำลึง
ระดับหลัง ๆ ก็จะค่อย ๆ ราคาเพิ่มสูงขึ้นสิบเท่า
นอกจากนี้ ฟังชันส์แรกอย่าง ‘การเสริมแกร่งทางกายภาพ’ จะต้องบรรลุขั้นราชันเสียก่อนจะวิวัฒนาการขั้นสูงและอัปเกรดตามเงื่อนไขนั้น ๆ ได้
ตัวอย่างเช่น จากระดับ D ไประดับ C
สัตว์เลี้ยงต้องอยู่ในขั้นราชันระดับ D จึงจะวิวัฒนาการเป็นระดับ C ได้
"เข้าใจแล้ว!"
ด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบ หลินเฮ่าพลันรู้สึกปรีดาและตื่นเต้นอย่างมาก
ในอนาคต หากสัตว์เทวะระดับตำนานมีจำนวนมากแข็งแกร่งขึ้น โลกนี้จะมีใครที่ไหนมาต่อสู้กับเขาได้?!
แต่หลินเฮ่าก็ตระหนักถึงปัญหาสำคัญ
นั่นคือตอนนี้เขาไม่มีเงิน ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่สามารถพัฒนาสัตว์เลี้ยงได้
[ติ๊ง! ท่านสร้างพันธสัญญาสัตว์เลี้ยงเป็นครั้งแรก ยินดีด้วยที่ได้รับถุงของขวัญสำหรับผู้เริ่มต้น ท่านต้องการเปิดหรือไม่?]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบ หลินเฮ่าก็พูดโดยไม่ลังเล "เปิด"
[ขอแสดงความยินดีกับท่านที่ได้รับการเสริมแกร่งขั้นราชัน!]
[ขอแสดงความยินดีกับท่านที่ได้รับการวิวัฒนาการของสัตว์เลี้ยง!]
[โปรดเลือกสัตว์เลี้ยงที่ต้องการอัปเกรด]
ทันใดนั้น ภายในจิตสำนึกของหลินเฮ่าก็ฉายม่านแสงสี่เหลี่ยมขนาดเล็กห้าช่องขึ้นมา
สี่เหลี่ยมช่องแรกแสดงภาพแมลงวันสีดำตัวเล็กอยู่ในนั้น
ส่วนช่องว่างอีกสี่ช่องนั้นน่าจะหมายความว่าเขาสามารถจับสัตว์เลี้ยงได้อีกสี่ตัว
หลินเฮ่าเลือกช่องใส่แมลงวัน
[ติ๊ง! เลือกสัตว์เลี้ยงสำเร็จ แมลงวันกังฟูได้รับการอัปเกรดแล้ว!]
เวลาถัดมา หลินเฮ่าก็พบว่าแผงข้อมูลของแมลงวันกังฟูเปลี่ยนไปมาก ทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง ประสาทสัมผัส และสติปัญญาของมันก็ได้รับการพัฒนาอย่างมาก
ตัวอย่างเช่น พลังการต่อสู้เพิ่มขึ้นจาก 1 เป็น 1,000 หน่วย
อย่างไรก็ตาม อายุขัยของมันยังคงอยู่ที่ 50 วัน
สิ่งนี้เห็นได้ชัดว่าการเลื่อนขั้นเพิ่มอายุขัยของสัตว์เลี้ยงไม่ได้
ขั้นตอนต่อไปคือการอัปเกรด
[ติ๊ง! ท่านอัปเกรดระดับสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับแมลงวันกังฟูที่อัปเกรดเป็นระดับ C และได้รับทักษะพิเศษ บาทาเขี้ยวโลหิต!]
จากนั้นหลินเฮ่าก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ารูปแมลงในช่องสี่เหลี่ยมพลันเปลี่ยนแปลงไป
แมลงวันตัวเล็กกลายเป็นแมลงวันที่มีกล้ามเนื้อ หกเท้าของมันแข็งแกร่งและทรงพลังขึ้น กรงเล็บของมันเหมือนใบดาบโลหะที่คมกริบ
ที่สำคัญ อายุขัยเพิ่มขึ้นจาก 50 วันเป็น 500 วัน!
หลินเฮ่าอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึก
ฟังก์ชันขั้นสูงนี้น่าตื่นเต้นมาก!
หลินเฮ่าคลายมือออก
ทว่าแมลงวันตัวน้อยไม่หนีไปไหน กลับนั่งอยู่บนฝ่ามือราวกับกำลังรอคำสั่ง
"หืม? นี่คือ…"
หลินเฮ่ารู้สึกประหลาดใจที่พบว่าการมองเห็นของเขาไม่ดำมืดอีกต่อไป ชายหนุ่มเวลานี้สัมผัสได้ถึงแสงและวัตถุรอบตัว
แต่มุมมองที่เห็นนี้ไม่ได้มาจากดวงตาของเขา แต่มาจากมือของเขา!
นั่นคือจุดที่แมลงวันกังฟูนั่งอยู่
เจ้าแมลงน้อยสามารถเผยสิ่งที่เห็นแก่เขาได้ผ่านมุมมองพระเจ้า*[1]
เมื่อคิดได้แบบนั้น หลินเฮ่าพลันอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมา
เขารู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะระบบวิวัฒนาการสัตว์ระดับเทวะ …เหมือนกับมีไว้สำหรับเขาโดยเฉพาะ!
“น่าเบื่อ เขาจับแมลงวันได้แล้ว เช่นนั้นการเดิมพันของเราคงต้องยกเลิก”
"ไม่น่าเชื่อที่คนตาบอดจะจับแมลงวันได้"
หลินเฮ่าจับแมลงวันได้จริง ๆ แม้พ่อครัวจะประหลาดใจ แต่คำพูดของพวกเขาก็ยังเต็มไปด้วยการล้อเลียน
ในเวลานี้ หลินเฮ่ายังเห็นรูปลักษณ์ของพ่อครัวด้วยสายตาของแมลงวันกังฟู
ชายคนนั้นหัวโต ใบหูกางใหญ่ และหน้ามันเยิ้ม
ภายในจวนตระกูลจ้าว พ่อครัวถือเป็นคนงานระดับล่าง ทว่าคนพวกนี้กลับไม่เคารพลูกเขยตาบอดของตระกูลนี้แต่อย่างใด
เขาเกิดในตระกูลหลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของเมือง ภูมิหลังของเขาดีเยี่ยม แต่เกิดมาตาบอด จึงไม่ได้รับความใส่ใจเท่าที่ควรตั้งแต่เด็ก
ครึ่งปีที่ผ่านมา ภายใต้การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ของตระกูล เขาจึงได้กลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลจ้าว และต้องทนทุกข์ทรมานกับความอัปยศอดสูอย่างมาก
แม้ว่าเขาจะมีภรรยาแสนสวยที่อาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน แต่นางก็ขอให้แยกกันนอนทุกคืน
ความเป็นอยู่นั้นด้อยกว่าคนรับใช้ของตระกูลจ้าวเสียอีก
หลินเฮ่าเพิกเฉยต่อคำเยาะเย้ยของพ่อครัวและเดินจากไป
หึ่ง!
แมลงวันกังฟูบินกลางอากาศและลงมาเกาะบนไหล่ของหลินเฮ่า
"เสี่ยวหลี่"
เมื่อเห็นว่าหลินเฮ่ากำลังจะจากไป พ่อครัวร่างอ้วนก็ขยิบตาให้ชายหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ
คนผู้นั้นพยักหน้าอย่างรู้งาน เดินไปขวางหน้าหลินเฮ่าทันทีด้วยใบหน้าเหยียดหยาม พร้อมกับเหยียดเท้าออกตั้งใจทำให้หลินเฮ่าสะดุดล้ม
หลินเฮ่ามองเห็นได้ชัดเจนจากสายตาของแมลงวันกังฟู
ตั้งแต่เข้ามาเป็นสมาชิกของตระกูลจ้าว ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เขาไม่รู้ว่าไปทำให้ใครขุ่นเคืองใจ เพราะมีคนทำให้ตัวเขาลำบากใจอยู่บ่อย ๆ
โดยเฉพาะพ่อครัวเหล่านี้ที่มีหน้าที่นำอาหารมาให้เขา เนื่องจากอาหารพวกนั้นรสชาติแย่ยิ่งกว่าของคนรับใช้เสียอีก!
[1] มุมมองพระเจ้าหรือมุมมองบุุคคลที่สาม ซึ่งในที่นี้คือการมองเห็นโดยใช้แมลงเป็นสื่อกลางในการมองเห็น
บทที่ 2 ผู้ฝึกสัตว์ชั้นยอด
บทที่ 2 ผู้ฝึกสัตว์ชั้นยอด
‘ถ้าอยากเจ็บตัว ก็เข้ามา’
หลินฮ่าวยกเท้าขวาเหยียบข้อเท้าของอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเย็นชา การเหยียบนี้รุนแรงมาก
ปัก!
ขณะที่เขาเหยียบลงไป ก็มีเสียงกระดูกหักดังขึ้น
ข้อเท้าของผู้ช่วยพ่อครัวหัก เขาล้มลงกับพื้นพร้อมเสียงกรีดร้อง
ในตอนนี้ พ่อครัวร่างอ้วนและคนอื่น ๆ ต่างจ้องมองที่หลินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ
เขามองเห็นหรือ?
เป็นไปไม่ได้!
พวกเขารู้จักลูกเขยใหญ่ของตระกูลจ้าวเป็นอย่างดี
"ว่ากันว่าทักษะการฟังของคนตาบอดยอดเยี่ยมมาก เขาคงได้ยินอะไรบางอย่างและรู้ว่ามีใครบางคนกำลังขวางอยู่ข้างหน้า"
พ่อครัวร่างอ้วนขมวดคิ้ว ซึ่งเป็นการพิสูจน์ความคิดของตัวเอง
“ข้าอยากจะดูว่าเจ้าตาบอดจริงหรือไม่!”
เมื่อเห็นว่าฝ่ายตัวเองมีจำนวนคนมากกว่า เขาจึงเดินไปหาหลินฮ่าวด้วยใบหน้าที่ดุร้าย
เฮ้ย!
เขายกมือขึ้นเตรียมตบหัวของหลินฮ่าว
ฟุบ!
ทันใดนั้น แมลงวันกังฟูก็บินออกจากไหล่ของหลินฮ่าว มันบินเร็วมากราวกับเส้นแสงสีดำ
พริบตาต่อมา นิ้วมือของพ่อครัวร่างอ้วนที่ยกฝ่ามือขึ้นก็ขาดไปสามนิ้วทันที และเลือดก็พุ่งออกมา
"อ๊ะ มือข้า!!"
พ่อครัวร่างอ้วนกรีดร้องราวกับหมูถูกเชือด เขามีเหงื่อออกเต็มใบหน้า ขณะมองนิ้วที่ขาดไปด้วยความหวาดกลัว
ในตอนนี้ คนครัวที่อยู่ด้านหลังต่างตกใจและหวาดกลัว
เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น?
นิ้วของพ่อครัวถูกตัดไปสามนิ้วในพริบตาได้อย่างไร
พวกเขายังไม่เห็นหลินฮ่าวทำอะไรเลย
เหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ทำให้ผู้คนในห้องเครื่องตกตะลึง!
ในเวลานี้ แมลงวันกังฟูบินลงบนไหล่ของหลินฮ่าวอีกครั้ง เลียเลือดที่ปลายเท้าของมันราวกับเพชฌฆาต
หลังจากเสริมความแข็งแกร่งแล้ว มันได้รับทักษะบาทาเขี้ยวโลหิต เท้าของแมลงวันกังฟูนั้นคมราวกับดาบ และพลังการต่อสู้ของมันก็แข็งแกร่งมาก
แค่พ่อครัวธรรมดา ๆ จะจับจังหวะการโจมตีของแมลงวันกังฟูได้อย่างไร? พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนลงมือ
"เร็วมาก!"
เมื่อเห็นพลังของแมลงวันกังฟู หลินฮ่าวก็แทบคลั่ง
แม้แต่แมลงวันก็มีพลังมากขนาดนี้หลังจากได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง ถ้าเป็นสัตว์ร้ายหรือสัตว์อสูรจะไม่เกิดปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่หรอกหรือ?!
“ตอนนี้ข้าจับสัตว์เลี้ยงได้สี่ตัว ดังนั้นข้าต้องรีบหาเงิน”
เมื่อได้รู้ถึงประโยชน์ของระบบแล้ว หลินฮ่าวก็มีความทะเยอทะยานและวางแผนที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้แก่สัตว์เลี้ยงของเขายิ่งขึ้น
แต่ถึงแม้การจับสัตว์จะทำได้ แต่การหาเงินนั้นไม่ง่าย
ดังนั้นวิธีหาเงินให้เร็วที่สุดตอนนี้คือเส้นทางของราชา
ท้ายที่สุด การเสริมแกร่งขั้นเริ่มต้นในระบบยังต้องใช้เงินหนึ่งหมื่นตำลึงทอง ตอนนี้เขาไม่มีเงินและต้องเร่งหาวิธีทำเงินด่วน
ครู่ต่อมา หลินฮ่าวก้าวจากไปอย่างมั่นคง
ท่าทางไม่เร่งรีบของเขาทำให้คนครัวเหล่านั้นตัวสั่นและไม่กล้าวุ่นวายกับเขาอีก
หลินฮ่าวเงยหน้าขึ้นเมื่อก้าวออกจากประตูจวนตระกูลจ้าว
แมลงวันกังฟูก็ยกหัวขึ้น
เพลิดเพลินกับยามพระอาทิตย์ตกเงียบ ๆ
แสงสีส้มส่องกระทบใบหน้า รูม่านตาสีเทาของเขาแสดงถึงความมั่นใจ
ตั้งแต่มายังโลกนี้ หลินฮ่าวไม่เคยรู้สึกมีความสุขเช่นนี้มาก่อน
หลินฮ่าวเดินไปตามถนนที่พลุกพล่าน มองสิ่งรอบข้างอย่างสนใจ
เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เขาไม่ได้เห็นทิวทัศน์ของเมือง ซึ่งคล้ายกับสถาปัตยกรรมโบราณของคนรุ่นก่อน
เมื่อเติบใหญ่ขึ้น หลินฮ่าวก็มีความเข้าใจเกี่ยวกับทวีปนี้มากขึ้น
แผ่นดินใหญ่เรียกว่าทวีปชางฉยง และไม่ได้มีนิกายผู้ฝึกยุทธ์มากมายเหมือนในนวนิยาย
ทั้งผู้ฝึกยุทธ์และผู้ใช้อาคมล้วนเป็นบุคคลสำคัญของโลกนี้!
ต่อไปก็คือการฝึกฝน!
ทักษะการต่อสู้แบ่งออกเป็นสวรรค์ ปฐพี ทมิฬ และทอง
หากผู้ฝึกยุทธ์อยู่ในขั้นเดียวกัน แต่อีกคนมีทักษะระดับสูงกว่าคู่ต่อสู้ เขาจะได้เปรียบในการต่อสู้อย่างมาก
ส่วนการต่อสู้ของผู้ใช้อาคมนั้นทั้งลึกลับและซับซ้อนอย่างมาก และหาซื้อไม่ได้ตามท้องตลาด จึงจำเป็นต้องเข้าร่วมศึกษาที่นิกาย
หลินฮ่าวรู้สึกว่าความสามารถของเขาตอนนี้เหมือนกับผู้ฝึกสัตว์ที่ไม่เป็นที่นิยมนัก
ทว่าในฐานะผู้ฝึกสัตว์ เขาเทียบเท่ากับปรมาจารย์ชั้นนำ
การเสริมแกร่งเพียงครั้งเดียวสามารถทำให้สัตว์ทุกตัวภักดี แม้กระทั่งยกระดับพลังการต่อสู้รอบด้าน ตลอดจนวิวัฒนาการได้ ผู้ฝึกสัตว์คนใดจะทำได้บ้าง?
หลังจากเดินบนถนนไปเรื่อย ๆ ในที่สุด หลินฮ่าวก็หยุดที่หน้าโรงเตี๊ยมที่มีแผ่นป้ายสีดำ
แผ่นป้ายนี้มีสีเข้ม ทั้งยังไม่มีตัวอักษร ซึ่งดูแปลกประหลาดมาก
คนธรรมดาอาจไม่เข้าใจ แต่คนวงในจะรู้กันว่าที่นี่ไม่ใช่โรงเตี๊ยมทั่วไป เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นตัวกลางสำหรับงานลอบสังหาร
หลินฮ่าวรู้ดีว่าเจ้าของที่อยู่เบื้องหลังโรงเตี๊ยมนี้คือ ตระกูลจ้าวกับตระกูลหลิน
ในเมืองเทียนอู่ ตระกูลจ้าวร่ำรวยที่สุด
ตระกูลหลินในฐานะตระกูลผู้ฝึกยุทธ์โบราณ ย่อมมีพลังที่แข็งแกร่งที่สุด
การเปิดโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไม่เพียงปกป้องกลุ่มตระกูลอันทรงพลังจากภายนอกเท่านั้น แต่ยังต้องดำเนินการเพื่อความมั่งคั่งอันยิ่งใหญ่อีกด้วย ทั้งสองตระกูลจึงร่วมมือกัน
เมื่อครึ่งปีก่อน ในฐานะเหยื่อ เขากลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลจ้าว เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล
โรงเตี๊ยมนี้เป็นที่มาความอัปยศอดสูของเขา
"ในเมื่อมันคือจุดเริ่มต้น ก็ขอจบมันที่นี่…"
เมื่อมองไปที่โรงเตี๊ยมข้างหน้า หลินฮ่าวเริ่มพึมพำกับตัวเอง เขาเห็นหมวกฟางวางไว้บนกำแพงจากมุมสายตา
เขาหยิบมันขึ้นมาสวมบนหัว
มีผ้าคลุมสีดำแขวนอยู่ที่ขอบด้านนอกของหมวก ปกปิดใบหน้าของเขาอย่างสมบูรณ์
หลินฮ่าวเดินตรงเข้าไปในโรงเตี๊ยม พลันมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยมาแตะจมูกของเขา
ด้วยความช่วยเหลือของแมลงวันกังฟู หลินฮ่าวจึงเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาทางเขา
ผู้หญิงที่กำลังเดินมา สวมชุดสีฟ้าอ่อนหรูหรา ดูสง่างาม และมีใบหน้างาม
"กลิ่นนี้… นั่นนางเหรอ!"
จมูกของหลินฮ่าวขยับเล็กน้อย แม้เขาจะไม่เคยเห็นนางมาก่อน แต่ทันทีที่ได้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้หญิง ก็จดจำได้ทันที
เพราะหญิงงามนางนี้คือภรรยาของเขา จ้าวหลิงเอ๋อร์
เป็นเวลาหกเดือนแล้วหลังแต่งงาน หลินฮ่าวได้พูดคุยกับจ้าวหลิงเอ๋อร์เพียงเล็กน้อย แต่เขาก็เข้าใจเกี่ยวกับสตรีนางนี้อยู่บ้าง
จ้าวหลิงเอ๋อร์ไม่เพียงสง่างาม แต่ยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีความสามารถ เป็นถึงผู้ใช้อาคมระดับ 4
ในเมืองเทียนอู่ จำนวนผู้ใช้อาคมนั้นหายาก นับประสาอะไรกับผู้ใช้อาคมระดับ 4
ดังนั้นอำนาจและสถานะของนางในตระกูลจ้าว จึงเป็นรองเพียงผู้นำตระกูลเท่านั้น และนางก็เป็นผู้จัดการที่อยู่เบื้องหลังโรงเตี๊ยมแห่งนี้
อย่างไรก็ตาม เพื่อขยายตระกูล นางจึงต้องแต่งงาน แต่ด้วยภาคภูมิใจในตัวเอง นางจึงไม่ต้องการสูญเสียเส้นทางชีวิตเพราะคนอื่น ดังนั้นจึงเลือกแต่งงานกับหลินฮ่าวที่เป็นคนตาบอด เพื่อที่จะควบคุมเขา
“ตอนนี้เจ้าอาจจะควบคุมข้าได้ แต่ในอนาคตข้าจะเป็นฝ่ายควบคุมเจ้าเอง”
หลินฮ่าวหัวเราะเยาะและเดินผ่านจ้าวหลิงเอ๋อร์ไปอย่างเงียบงัน
บทที่ 3 งานนักฆ่า
บทที่ 3 งานนักฆ่า
"ฮะ?"
เมื่อทั้งสองคนเดินผ่านกัน จ้าวหลิงเอ๋อร์พลันหันกลับมามองหลินฮ่าวด้วยสายตาสงสัย
“ข้ารู้สึกคุ้นแผ่นหลังคนผู้นี้ได้อย่างไร”
นางขมวดคิ้ว จ้องมองร่างของหลินฮ่าว
“เขาเป็นแค่ชายตาบอด จะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
จ้าวหลิงเอ๋อร์ส่ายหัว และมองไปที่เท้าของอีกฝ่าย
ทุกก้าวย่างดูมั่นคงตรงไปข้างหน้า ไม่มีความลังเลเหมือนคนตาบอด
จ้าวหลิงเอ๋อร์ไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากมองไปที่หลินฮ่าวครู่หนึ่ง นางก็หันหลังจากไป
การตกแต่งภายในของโรงเตี๊ยมคล้ายกับร้านขายอาวุธทั่วไป
หลินฮ่าวพบว่ามีอาวุธทุกชนิดวางอยู่บนชั้น แต่ส่วนใหญ่เป็นมีดสั้นและดาบ ซึ่งเหมาะสำหรับการลอบสังหาร
จึงเห็นได้ชัดว่า ที่นี่ไม่เพียงรับงานลอบสังหารเพื่อรับค่าตอบแทนเท่านั้น แต่ยังขายอาวุธให้กับมือสังหารอีกด้วย
“แขกผู้มีเกียรติ ท่านมาซื้ออาวุธที่นี่ใช่หรือไม่ ต้องขอโทษด้วยวันนี้โรงเตี๊ยมปิดแล้ว”
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางพูดอย่างนอบน้อม พร้อมมองหลินฮ่าวที่เข้ามา
หลินฮ่าวพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม แสร้งทำเป็นคนเย็นชา "หยุดพูดไร้สาระ ข้ามารับงานที่นี่"
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนก็นิ่งไป และมองหลินฮ่าวด้วยความกลัว
คนที่มารับงานที่นี่ล้วนแต่เป็นมือสังหาร เขาย่อมไม่กล้ายั่วยุ มิฉะนั้นคงไม่รู้ว่าตัวเองตายอย่างไร
“ขอทราบชื่อท่านได้หรือไม่ขอรับ?”
ท่าทีของเถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนนั้นดีกว่าก่อนหน้านี้มาก
ในโลกของมือสังหาร ถึงแม้พวกเขาจะไม่เปิดเผยตัวตน ทว่ามือสังหารแต่ละคนต่างก็มีฉายาของตนเอง ซึ่งทำให้เกิดการจัดอันดับนักฆ่า
หลินฮ่าวคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดอย่างเฉยเมยว่า "จิงเคอ*[1]"
จิงเคอ?
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมตะลึง เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เป็นหน้าใหม่หรือ?
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนก็มองไปที่หลินฮ่าวอย่างสงสัย
แต่หมวกไม้ไผ่บดบังใบหน้าของอีกฝ่ายไว้
"งานของเราแบ่งออกเป็นสี่ระดับ: ธรรมดา ปานกลาง ยาก และนรก"
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนมองหลินฮ่าวและถามว่า "ท่านต้องการรับงานระดับใด"
"ระดับธรรมดา"
หลินฮ่าวรับงานเป็นครั้งแรก และไม่ได้ตั้งใจจะมีส่วนร่วมในภารกิจลอบสังหารที่อันตราย
ส่วนระดับนรก คงเป็นงานลอบสังหารผู้แข็งแกร่งที่ยากอย่างยิ่ง และยังไม่มีใครทำได้
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนก็มีแววตาดูถูกเหยียดหยาม
ที่แท้ก็เป็นหน้าใหม่จริง ๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะรับงานธรรมดา
เขาเดินไปหยิบกระดาษปึกใหญ่ที่โต๊ะขึ้นมา
"เอาละ"
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนยิ้มและพูดว่า "บังเอิญมีงานระดับธรรมดาในเมืองเทียนอู่อยู่บ้าง เป็นโชคดีของเจ้าจริง ๆ"
ขณะที่พูด เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาแล้วส่งให้แก่หลินฮ่าว
นี่เป็นข้อมูลของภารกิจลอบสังหาร มีตัวอักษรสีแดงว่า ‘ฆ่า’ ที่มุมขวาบน!
[เป้าหมาย: เฉินต้าจิ่ว]
[อายุ: 38]
[ความแข็งแกร่ง: ผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 2]
[สถานะ: เจ้าของบ่อนพนัน]
[สถานที่: บ่อนพนัน]
[ผู้คุ้มกัน: 23 คน เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 1 ทั้งหมด]
[รางวัล: 100,000 ตำลึง]
……
ข้อมูลมีรายละเอียดและแสดงถึงนิสัยของบุคคลนั้น เช่นชอบข่มขืนและรังแกผู้อื่น
นอกจากนี้ ยังมีภาพของเป้าหมายซึ่งมีรูปลักษณ์ที่ดุร้ายและมีแผลเป็นที่ใบหน้าด้านซ้าย
หลินฮ่าวอ่านอย่างระมัดระวัง พลางพยักหน้า
คนชั่วแบบนี้ถึงตายก็ไม่น่าสงสาร
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับหลินฮ่าวคือค่าจ้าง ซึ่งเป็นช่องทางที่ดีในการหาเงินอย่างรวดเร็ว
"ตามกฎจะมีค่าธรรมเนียมสามในสิบส่วน"
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนพูดอย่างใจเย็น "หลังจากภารกิจเสร็จสิ้น จะมีคนไปตรวจสอบว่าเหยื่อตายหรือไม่"
"อืม"
หลินฮ่าวพยักหน้า จากนั้นจึงหันหลังจากไป
หลังจากหักค่าธรรมเนียมสามส่วนแล้ว ยังเหลือเจ็ดหมื่นตำลึง ซึ่งถือว่าไม่เลว
หลังจากถามถึงที่ตั้งของบ่อนพนันจากคนบนถนน หลินฮ่าวก็มาถึงจุดหมาย
ตรงหน้าคือบ่อนพนันซึ่งมีคำว่า ‘พนัน’ แขวนอยู่ค่อนข้างสะดุดตา
ถึงประตูจะปิด แต่ก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างใน
ในสถานที่นี้ คนที่เป็นทุกข์คือผู้สูญเสียเงิน
ถัดจากบ่อนพนันเป็นโรงรับจำนำ ซึ่งสามารถนำของมีค่าไปจำนองเพื่อแลกเงิน จากนั้นก็นำเงินไปเล่นต่อที่บ่อนได้
แค่เห็นก็รู้แล้วว่าบ่อนพนันและโรงรับจำนำมีผลประโยชน์ต่อกัน
ฝ่านหนึ่งได้ค่าธรรมเนียม อีกฝ่ายได้รับเงินจากการพนัน โรงเตี๊ยมทั้งสองแห่งอยู่ใกล้กัน จึงสร้างห่วงโซ่อันยอดเยี่ยมขึ้นมา
"แมลงวันน้อย มองหาเหยื่อและรอคำสั่งนะ"
หลินฮ่าวออกคำสั่ง แล้วไปยืนอยู่ที่มุมถนนเงียบ ๆ
เขาไม่ได้สนใจจะเข้าไป
หึ่ง!
หลังจากได้รับคำสั่ง แมลงวันกังฟูก็บินออกจากไหล่ของหลินฮ่าว เข้าไปทางหน้าต่างด้านหลังบ่อนพนัน
“เปิด สามห้า เสือดาวสังหาร!”
"เป็นแบบนี้ได้ไง? เหตุใดถึงเป็นเสือดาว!"
“ถ้าแพ้อีกครั้ง ข้าจะเอาบ้านไปจำนองเพื่อแลกเงิน ไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะชนะตลอด!”
ภายในบ่อนมีโต๊ะพนันนับสิบตัว เสียงร้องตะโกนของผีพนันดังอยู่ทุกที่
นักพนันทุกคนต่างเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย จึงมีผู้คุมอยู่ทุกมุมโต๊ะ
ด้วยผู้คุมบ่อนเหล่านี้ คนธรรมดาจึงไม่กล้าสร้างปัญหาที่นี่
ภายในห้องพักด้านหลังโต๊ะพนัน เฉินต้าจิ่วกำลังนั่งกอดสาวงามและลูบไล้นางด้วยมือใหญ่ ๆ ของเขาอยู่บนเก้าอี้
“เถ้าแก่โรงรับจำนำที่เหล่าปาแนะนำมานั้นดีมาก ตอนนี้ข้าสามารถสร้างรายได้นับล้านตำลึง!”
เมื่อมองไปยังผีพนันที่เสียเงิน เฉินต้าจิ่วย่อมยิ้มด้วยความพึงพอใจ
ในขณะที่เขายิ้ม แผลเป็นบนใบหน้าก็บิดเบี้ยว ทำให้ดูดุร้ายมากขึ้น
"นั่นคือเขา"
หลินฮ่าวเห็นเฉินต้าจิ่ว จากมุมมองของแมลงวันตัวน้อย
"ฆ่า"
หลินฮ่าวออกคำสั่งโดยไม่ลังเล
แมลงวันกังฟูตรงไปยังตำแหน่งของเฉินต้าจิ่วด้วยความเร็ว
อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้โจมตีในทันที แต่บินไปรอบ ๆ เฉินต้าจิ่วเพื่อรอโอกาส
เห็นได้ชัดว่าแมลงวันกังฟูมีสติปัญญาสูงขึ้นหลังจากการวิวัฒนาการ
หลังจากผ่านไปประมาณสิบลมหายใจ แมลงน้อยก็เริ่มเคลื่อนไหว เข้าใกล้ด้านหลังเฉินต้าจิ่วช้า ๆ
เฉินต้าจิ่วเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 2 ซึ่งไม่ได้อ่อนแอ เขาสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างกำลังใกล้เข้ามาทางด้านหลัง ดวงตาของเขาขยับเล็กน้อยและหันไปมอง
แมลงน้อยบินหลบสายตาอย่างสวยงามไปทางด้านข้าง
มันพลันร่อนลงบนแผ่นหลังของหญิงสาวข้าง ๆ จ้องมองเฉินต้าจิ่วอย่างระมัดระวัง
มันกำลังรอเวลาที่จะลงมือ
โอกาสที่จะสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
คงไม่มีใครจินตนาการได้ว่าแมลงวันจะเป็นนักฆ่า
[1] จิงเคอ : 荊軻 เป็นมือสังหารที่ลอบสังหารฉินอ๋อง หรือจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ปรากฏนามในประวัติศาสตร์จีนในยุคจ้านกั๋ว