โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ระบบวิวัฒนาการสัตว์อสูร

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 07.05 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 07.05 น. • enjoybook
ด้วยระบบวิวัฒนาการสัตว์อสูร ข้าจะต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดให้ได้

ข้อมูลเบื้องต้น

เรื่อง ระบบวิวัฒนาการสัตว์อสูร
神级进化动物杀手团

***ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. EnJoyBook ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
ผู้แต่ง : 九把火 ผู้แปล : ทีมงาน Enjoybook

เรื่องย่อ
หลินฮ่าวเกิดใหม่ในโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์นับพัน เนื่องจากเกิดมาตาบอดทำให้ถูกบังคับแต่งงานกับคุณหนูใหญ่ของตระกูลจ้าว เขาจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออย่างน่าสังเวชงั้นหรือ? แต่เมื่ออายุ18ปีระบบวิวัฒนาการสัตว์ระดับเทพเจ้าก็ปรากฏ เพื่อไปอยู่จุดสูงสุดของผู้แข็งแกร่ง เขาต้องทำทุกวิถีทางในการหาเงินมาอัปเกรดสัตว์เลี้ยง ถึงแม้จะต้องเป็นนักฆ่าก็ตาม…

บทที่ 1 แมลงวันกังฟู

Content Warning: Ableism (การดูถูกเหยียดหยามความพิการ)
บทที่ 1 แมลงวันกังฟู
เมืองเมืองเทียนอู่ จวนตระกูลจ้าว

ในยามนี้ ชายหนุ่มในชุดขาวกำลังร่ายรำอยู่ภายในลานบ้านด้านหลังห้องเครื่องของจวน

แมลงวันบ้านบินรอบตัวเขาด้วยความตื่นตระหนก เนื่องจากการเคลื่อนไหวของเขา

หากเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด จะพบว่าดวงตาของชายหนุ่มคนนี้เป็นสีเทา ดูไร้ชีวิตชีวา

แท้จริงแล้วเขาเป็นคนตาบอดนั่นเอง
"ดูสิ วันนี้ลูกเขยใหญ่ตระกูลจ้าววิ่งไล่จับแมลงวันอีกแล้ว"

"จิ๊ ๆ คนตาบอดจับแมลงวันรึ ช่างประหลาดยิ่งนัก"

“เหตุใดพวกเราไม่พนันกันหน่อยเล่าว่าเขาจะทนจับแมลงวันได้สักกี่วันกัน?”

พ่อครัวที่อยู่รอบ ๆ หัวเราะอย่างไม่สะทกสะท้าน

ในโลกใบนี้ซึ่งวรยุทธ์เป็นที่เคารพนับถือ ส่วนปุถุชนยังคงด้อยกว่า แล้วนับประสาอะไรกับคนตาบอด

ขณะที่ทุกคนหัวเราะ ชายหนุ่มก็ยื่นมือออกมาทันที

ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือทักษะการฟังของเขานั้นดีเลิศ

ชายหนุ่มพลันจับแมลงวันตรงหน้าด้วยฝ่ามือ!
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับท่านที่จับแมลงวันได้และเปิดใช้งานระบบวิวัฒนาการสัตว์ระดับเทวะได้สำเร็จ!]

เมื่อได้ยินเสียงสังเคราะห์อิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นภายในใจ เขาก็ตกตะลึง พลันรู้สึกถึงน้ำตาที่รื้นขึ้นมา

ในฐานะผู้ท่องเวลามา หลินฮ่าวย่อมเข้าไปโดยปริยายว่าระบบคือสิ่งใด

ถึงแม้การมาถึงของระบบนี้จะช้าไปสิบแปดปี แต่มันได้ช่วยเขาอย่างมากในสถานการณ์นี้โดยไม่ต้องสงสัย
ทว่าประการแรก เขาต้องจับสัตว์ที่มีชีวิตเพื่อเปิดใช้งานระบบ เขาจึงเลือกบริเวณห้องเครื่องเป็นจุดจับแมลง ซึ่งมีแมลงวันชุกชุมที่สุด
ตลอดสามวันสามคืนที่ผ่านมา เขาจึงจำทนยอมถูกหัวเราะเยาะ …และตอนนี้ ภารกิจของเขาสำเร็จแล้ว!
[ติ๊ง! ท่านจับแมลงวันได้แล้ว ต้องการเก็บมันเป็นสัตว์เลี้ยงหรือไม่?]

หลินเฮ่าโพล่งว่า "ต้องการ"
[ขอแสดงความยินดีกับการรับสัตว์เลี้ยงตัวแรก ท่านสามารถตั้งชื่อมันได้]

"แมลงวันกังฟู"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของหลินเฮ่ากระตุกเล็กน้อย ขณะนึกถึงภาพยนตร์ไซไฟในโลกก่อนของตัวเอง พลันเอ่ยเสียงเบา

[ติ๊ง! ตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงสำเร็จ]

ในเวลาเดียวกัน เสียงระบบก็ดังขึ้น แผงข้อมูลปรากฏขึ้นในใจของหลินเฮ่า
[แมลงวันกังฟู]
[รหัส: 001]
[เจ้าของ: หลินเฮ่า]
[กำลังรบ: 1]
[อายุขัย: 50 วัน]
[ทักษะ: ไม่มี]
[ส่วนที่วิวัฒนาการได้: อวัยวะทั้งหมดในร่างกาย]

……

จากข้อมูลบนแผงระบบ หลินเฮ่าก็เข้าใจการทำงานของระบบวิวัฒนาการสัตว์นี้

สิ่งนี้ส่วนใหญ่ใช้เพื่อเสริมพลังการต่อสู้ของสัตว์เลี้ยง

ฟังชันส์นี้แบ่งออกเป็นสองประเภท

ประเภทแรกคือ 'การเสริมแกร่งทางกายภาพ'

อวัยวะภายในตัวสัตว์เลี้ยงจะแข็งแกร่งขึ้น

โดยมีทั้งหมดสี่ขั้น อันได้แก่ ขั้นเริ่มต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นราชัน

ยิ่งขั้นพลังสูงเท่าไร เงินที่เสียไปจะยิ่งมากเท่านั้น

เช่น ขั้นต้นของการเสริมแกร่งจำต้องใช้ถึงหนึ่งหมื่นตำลึง เมื่อวิวัฒนาการถึงขั้นกลางจะต้องใช้หนึ่งแสนตำลึง
ส่วนประเภทที่สองคือ 'การวิวัฒนาการขั้นสูง'

โดยจะแบ่งออกเป็นเจ็ดระดับใหญ่ ได้ D, C, B, A, S, SS และ SSS

หรือกล่าวง่าย ๆ ก็คือความสามารถของระบบที่สามารถอัปเกรดและวิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงได้

ไก่เพียงหนึ่งตัว เมื่ออัปเกรดถึงระดับ SSS มีความเป็นไปได้สูงที่จะวิวัฒนาการเป็นวิหคเพลิง ซึ่งเป็นสัตว์เทวะระดับตำนานได้!

ทว่าการวิวัฒนาการขั้นสูงนั้นค่อนข้างแพง

ข้อกำหนดในการเลื่อนระดับแต่ละครั้งต้องใช้เงินอย่างน้อยหนึ่งแสนตำลึง

ระดับหลัง ๆ ก็จะค่อย ๆ ราคาเพิ่มสูงขึ้นสิบเท่า

นอกจากนี้ ฟังชันส์แรกอย่าง ‘การเสริมแกร่งทางกายภาพ’ จะต้องบรรลุขั้นราชันเสียก่อนจะวิวัฒนาการขั้นสูงและอัปเกรดตามเงื่อนไขนั้น ๆ ได้
ตัวอย่างเช่น จากระดับ D ไประดับ C

สัตว์เลี้ยงต้องอยู่ในขั้นราชันระดับ D จึงจะวิวัฒนาการเป็นระดับ C ได้
"เข้าใจแล้ว!"
ด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบ หลินเฮ่าพลันรู้สึกปรีดาและตื่นเต้นอย่างมาก

ในอนาคต หากสัตว์เทวะระดับตำนานมีจำนวนมากแข็งแกร่งขึ้น โลกนี้จะมีใครที่ไหนมาต่อสู้กับเขาได้?!

แต่หลินเฮ่าก็ตระหนักถึงปัญหาสำคัญ

นั่นคือตอนนี้เขาไม่มีเงิน ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่สามารถพัฒนาสัตว์เลี้ยงได้
[ติ๊ง! ท่านสร้างพันธสัญญาสัตว์เลี้ยงเป็นครั้งแรก ยินดีด้วยที่ได้รับถุงของขวัญสำหรับผู้เริ่มต้น ท่านต้องการเปิดหรือไม่?]

เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบ หลินเฮ่าก็พูดโดยไม่ลังเล "เปิด"

[ขอแสดงความยินดีกับท่านที่ได้รับการเสริมแกร่งขั้นราชัน!]

[ขอแสดงความยินดีกับท่านที่ได้รับการวิวัฒนาการของสัตว์เลี้ยง!]

[โปรดเลือกสัตว์เลี้ยงที่ต้องการอัปเกรด]

ทันใดนั้น ภายในจิตสำนึกของหลินเฮ่าก็ฉายม่านแสงสี่เหลี่ยมขนาดเล็กห้าช่องขึ้นมา

สี่เหลี่ยมช่องแรกแสดงภาพแมลงวันสีดำตัวเล็กอยู่ในนั้น
ส่วนช่องว่างอีกสี่ช่องนั้นน่าจะหมายความว่าเขาสามารถจับสัตว์เลี้ยงได้อีกสี่ตัว

หลินเฮ่าเลือกช่องใส่แมลงวัน
[ติ๊ง! เลือกสัตว์เลี้ยงสำเร็จ แมลงวันกังฟูได้รับการอัปเกรดแล้ว!]

เวลาถัดมา หลินเฮ่าก็พบว่าแผงข้อมูลของแมลงวันกังฟูเปลี่ยนไปมาก ทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง ประสาทสัมผัส และสติปัญญาของมันก็ได้รับการพัฒนาอย่างมาก

ตัวอย่างเช่น พลังการต่อสู้เพิ่มขึ้นจาก 1 เป็น 1,000 หน่วย

อย่างไรก็ตาม อายุขัยของมันยังคงอยู่ที่ 50 วัน

สิ่งนี้เห็นได้ชัดว่าการเลื่อนขั้นเพิ่มอายุขัยของสัตว์เลี้ยงไม่ได้

ขั้นตอนต่อไปคือการอัปเกรด
[ติ๊ง! ท่านอัปเกรดระดับสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับแมลงวันกังฟูที่อัปเกรดเป็นระดับ C และได้รับทักษะพิเศษ บาทาเขี้ยวโลหิต!]

จากนั้นหลินเฮ่าก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ารูปแมลงในช่องสี่เหลี่ยมพลันเปลี่ยนแปลงไป

แมลงวันตัวเล็กกลายเป็นแมลงวันที่มีกล้ามเนื้อ หกเท้าของมันแข็งแกร่งและทรงพลังขึ้น กรงเล็บของมันเหมือนใบดาบโลหะที่คมกริบ

ที่สำคัญ อายุขัยเพิ่มขึ้นจาก 50 วันเป็น 500 วัน!

หลินเฮ่าอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึก
ฟังก์ชันขั้นสูงนี้น่าตื่นเต้นมาก!

หลินเฮ่าคลายมือออก

ทว่าแมลงวันตัวน้อยไม่หนีไปไหน กลับนั่งอยู่บนฝ่ามือราวกับกำลังรอคำสั่ง

"หืม? นี่คือ…"

หลินเฮ่ารู้สึกประหลาดใจที่พบว่าการมองเห็นของเขาไม่ดำมืดอีกต่อไป ชายหนุ่มเวลานี้สัมผัสได้ถึงแสงและวัตถุรอบตัว

แต่มุมมองที่เห็นนี้ไม่ได้มาจากดวงตาของเขา แต่มาจากมือของเขา!

นั่นคือจุดที่แมลงวันกังฟูนั่งอยู่
เจ้าแมลงน้อยสามารถเผยสิ่งที่เห็นแก่เขาได้ผ่านมุมมองพระเจ้า*[1]

เมื่อคิดได้แบบนั้น หลินเฮ่าพลันอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมา

เขารู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะระบบวิวัฒนาการสัตว์ระดับเทวะ …เหมือนกับมีไว้สำหรับเขาโดยเฉพาะ!
“น่าเบื่อ เขาจับแมลงวันได้แล้ว เช่นนั้นการเดิมพันของเราคงต้องยกเลิก”

"ไม่น่าเชื่อที่คนตาบอดจะจับแมลงวันได้"

หลินเฮ่าจับแมลงวันได้จริง ๆ แม้พ่อครัวจะประหลาดใจ แต่คำพูดของพวกเขาก็ยังเต็มไปด้วยการล้อเลียน

ในเวลานี้ หลินเฮ่ายังเห็นรูปลักษณ์ของพ่อครัวด้วยสายตาของแมลงวันกังฟู

ชายคนนั้นหัวโต ใบหูกางใหญ่ และหน้ามันเยิ้ม
ภายในจวนตระกูลจ้าว พ่อครัวถือเป็นคนงานระดับล่าง ทว่าคนพวกนี้กลับไม่เคารพลูกเขยตาบอดของตระกูลนี้แต่อย่างใด
เขาเกิดในตระกูลหลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของเมือง ภูมิหลังของเขาดีเยี่ยม แต่เกิดมาตาบอด จึงไม่ได้รับความใส่ใจเท่าที่ควรตั้งแต่เด็ก
ครึ่งปีที่ผ่านมา ภายใต้การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ของตระกูล เขาจึงได้กลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลจ้าว และต้องทนทุกข์ทรมานกับความอัปยศอดสูอย่างมาก

แม้ว่าเขาจะมีภรรยาแสนสวยที่อาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน แต่นางก็ขอให้แยกกันนอนทุกคืน

ความเป็นอยู่นั้นด้อยกว่าคนรับใช้ของตระกูลจ้าวเสียอีก

หลินเฮ่าเพิกเฉยต่อคำเยาะเย้ยของพ่อครัวและเดินจากไป
หึ่ง!

แมลงวันกังฟูบินกลางอากาศและลงมาเกาะบนไหล่ของหลินเฮ่า
"เสี่ยวหลี่"

เมื่อเห็นว่าหลินเฮ่ากำลังจะจากไป พ่อครัวร่างอ้วนก็ขยิบตาให้ชายหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ

คนผู้นั้นพยักหน้าอย่างรู้งาน เดินไปขวางหน้าหลินเฮ่าทันทีด้วยใบหน้าเหยียดหยาม พร้อมกับเหยียดเท้าออกตั้งใจทำให้หลินเฮ่าสะดุดล้ม

หลินเฮ่ามองเห็นได้ชัดเจนจากสายตาของแมลงวันกังฟู

ตั้งแต่เข้ามาเป็นสมาชิกของตระกูลจ้าว ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เขาไม่รู้ว่าไปทำให้ใครขุ่นเคืองใจ เพราะมีคนทำให้ตัวเขาลำบากใจอยู่บ่อย ๆ

โดยเฉพาะพ่อครัวเหล่านี้ที่มีหน้าที่นำอาหารมาให้เขา เนื่องจากอาหารพวกนั้นรสชาติแย่ยิ่งกว่าของคนรับใช้เสียอีก!

[1] มุมมองพระเจ้าหรือมุมมองบุุคคลที่สาม ซึ่งในที่นี้คือการมองเห็นโดยใช้แมลงเป็นสื่อกลางในการมองเห็น

บทที่ 2 ผู้ฝึกสัตว์ชั้นยอด

บทที่ 2 ผู้ฝึกสัตว์ชั้นยอด
‘ถ้าอยากเจ็บตัว ก็เข้ามา’
หลินฮ่าวยกเท้าขวาเหยียบข้อเท้าของอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเย็นชา การเหยียบนี้รุนแรงมาก
ปัก!
ขณะที่เขาเหยียบลงไป ก็มีเสียงกระดูกหักดังขึ้น
ข้อเท้าของผู้ช่วยพ่อครัวหัก เขาล้มลงกับพื้นพร้อมเสียงกรีดร้อง
ในตอนนี้ พ่อครัวร่างอ้วนและคนอื่น ๆ ต่างจ้องมองที่หลินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ

เขามองเห็นหรือ?

เป็นไปไม่ได้!

พวกเขารู้จักลูกเขยใหญ่ของตระกูลจ้าวเป็นอย่างดี
"ว่ากันว่าทักษะการฟังของคนตาบอดยอดเยี่ยมมาก เขาคงได้ยินอะไรบางอย่างและรู้ว่ามีใครบางคนกำลังขวางอยู่ข้างหน้า"

พ่อครัวร่างอ้วนขมวดคิ้ว ซึ่งเป็นการพิสูจน์ความคิดของตัวเอง
“ข้าอยากจะดูว่าเจ้าตาบอดจริงหรือไม่!”
เมื่อเห็นว่าฝ่ายตัวเองมีจำนวนคนมากกว่า เขาจึงเดินไปหาหลินฮ่าวด้วยใบหน้าที่ดุร้าย
เฮ้ย!

เขายกมือขึ้นเตรียมตบหัวของหลินฮ่าว
ฟุบ!

ทันใดนั้น แมลงวันกังฟูก็บินออกจากไหล่ของหลินฮ่าว มันบินเร็วมากราวกับเส้นแสงสีดำ

พริบตาต่อมา นิ้วมือของพ่อครัวร่างอ้วนที่ยกฝ่ามือขึ้นก็ขาดไปสามนิ้วทันที และเลือดก็พุ่งออกมา
"อ๊ะ มือข้า!!"

พ่อครัวร่างอ้วนกรีดร้องราวกับหมูถูกเชือด เขามีเหงื่อออกเต็มใบหน้า ขณะมองนิ้วที่ขาดไปด้วยความหวาดกลัว
ในตอนนี้ คนครัวที่อยู่ด้านหลังต่างตกใจและหวาดกลัว
เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น?

นิ้วของพ่อครัวถูกตัดไปสามนิ้วในพริบตาได้อย่างไร

พวกเขายังไม่เห็นหลินฮ่าวทำอะไรเลย

เหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ทำให้ผู้คนในห้องเครื่องตกตะลึง!
ในเวลานี้ แมลงวันกังฟูบินลงบนไหล่ของหลินฮ่าวอีกครั้ง เลียเลือดที่ปลายเท้าของมันราวกับเพชฌฆาต

หลังจากเสริมความแข็งแกร่งแล้ว มันได้รับทักษะบาทาเขี้ยวโลหิต เท้าของแมลงวันกังฟูนั้นคมราวกับดาบ และพลังการต่อสู้ของมันก็แข็งแกร่งมาก

แค่พ่อครัวธรรมดา ๆ จะจับจังหวะการโจมตีของแมลงวันกังฟูได้อย่างไร? พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนลงมือ
"เร็วมาก!"

เมื่อเห็นพลังของแมลงวันกังฟู หลินฮ่าวก็แทบคลั่ง

แม้แต่แมลงวันก็มีพลังมากขนาดนี้หลังจากได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง ถ้าเป็นสัตว์ร้ายหรือสัตว์อสูรจะไม่เกิดปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่หรอกหรือ?!
“ตอนนี้ข้าจับสัตว์เลี้ยงได้สี่ตัว ดังนั้นข้าต้องรีบหาเงิน”

เมื่อได้รู้ถึงประโยชน์ของระบบแล้ว หลินฮ่าวก็มีความทะเยอทะยานและวางแผนที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้แก่สัตว์เลี้ยงของเขายิ่งขึ้น

แต่ถึงแม้การจับสัตว์จะทำได้ แต่การหาเงินนั้นไม่ง่าย
ดังนั้นวิธีหาเงินให้เร็วที่สุดตอนนี้คือเส้นทางของราชา

ท้ายที่สุด การเสริมแกร่งขั้นเริ่มต้นในระบบยังต้องใช้เงินหนึ่งหมื่นตำลึงทอง ตอนนี้เขาไม่มีเงินและต้องเร่งหาวิธีทำเงินด่วน

ครู่ต่อมา หลินฮ่าวก้าวจากไปอย่างมั่นคง

ท่าทางไม่เร่งรีบของเขาทำให้คนครัวเหล่านั้นตัวสั่นและไม่กล้าวุ่นวายกับเขาอีก

หลินฮ่าวเงยหน้าขึ้นเมื่อก้าวออกจากประตูจวนตระกูลจ้าว
แมลงวันกังฟูก็ยกหัวขึ้น

เพลิดเพลินกับยามพระอาทิตย์ตกเงียบ ๆ

แสงสีส้มส่องกระทบใบหน้า รูม่านตาสีเทาของเขาแสดงถึงความมั่นใจ

ตั้งแต่มายังโลกนี้ หลินฮ่าวไม่เคยรู้สึกมีความสุขเช่นนี้มาก่อน

หลินฮ่าวเดินไปตามถนนที่พลุกพล่าน มองสิ่งรอบข้างอย่างสนใจ

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เขาไม่ได้เห็นทิวทัศน์ของเมือง ซึ่งคล้ายกับสถาปัตยกรรมโบราณของคนรุ่นก่อน

เมื่อเติบใหญ่ขึ้น หลินฮ่าวก็มีความเข้าใจเกี่ยวกับทวีปนี้มากขึ้น
แผ่นดินใหญ่เรียกว่าทวีปชางฉยง และไม่ได้มีนิกายผู้ฝึกยุทธ์มากมายเหมือนในนวนิยาย

ทั้งผู้ฝึกยุทธ์และผู้ใช้อาคมล้วนเป็นบุคคลสำคัญของโลกนี้!
ต่อไปก็คือการฝึกฝน!

ทักษะการต่อสู้แบ่งออกเป็นสวรรค์ ปฐพี ทมิฬ และทอง

หากผู้ฝึกยุทธ์อยู่ในขั้นเดียวกัน แต่อีกคนมีทักษะระดับสูงกว่าคู่ต่อสู้ เขาจะได้เปรียบในการต่อสู้อย่างมาก

ส่วนการต่อสู้ของผู้ใช้อาคมนั้นทั้งลึกลับและซับซ้อนอย่างมาก และหาซื้อไม่ได้ตามท้องตลาด จึงจำเป็นต้องเข้าร่วมศึกษาที่นิกาย

หลินฮ่าวรู้สึกว่าความสามารถของเขาตอนนี้เหมือนกับผู้ฝึกสัตว์ที่ไม่เป็นที่นิยมนัก
ทว่าในฐานะผู้ฝึกสัตว์ เขาเทียบเท่ากับปรมาจารย์ชั้นนำ

การเสริมแกร่งเพียงครั้งเดียวสามารถทำให้สัตว์ทุกตัวภักดี แม้กระทั่งยกระดับพลังการต่อสู้รอบด้าน ตลอดจนวิวัฒนาการได้ ผู้ฝึกสัตว์คนใดจะทำได้บ้าง?
หลังจากเดินบนถนนไปเรื่อย ๆ ในที่สุด หลินฮ่าวก็หยุดที่หน้าโรงเตี๊ยมที่มีแผ่นป้ายสีดำ

แผ่นป้ายนี้มีสีเข้ม ทั้งยังไม่มีตัวอักษร ซึ่งดูแปลกประหลาดมาก

คนธรรมดาอาจไม่เข้าใจ แต่คนวงในจะรู้กันว่าที่นี่ไม่ใช่โรงเตี๊ยมทั่วไป เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นตัวกลางสำหรับงานลอบสังหาร
หลินฮ่าวรู้ดีว่าเจ้าของที่อยู่เบื้องหลังโรงเตี๊ยมนี้คือ ตระกูลจ้าวกับตระกูลหลิน

ในเมืองเทียนอู่ ตระกูลจ้าวร่ำรวยที่สุด

ตระกูลหลินในฐานะตระกูลผู้ฝึกยุทธ์โบราณ ย่อมมีพลังที่แข็งแกร่งที่สุด

การเปิดโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไม่เพียงปกป้องกลุ่มตระกูลอันทรงพลังจากภายนอกเท่านั้น แต่ยังต้องดำเนินการเพื่อความมั่งคั่งอันยิ่งใหญ่อีกด้วย ทั้งสองตระกูลจึงร่วมมือกัน

เมื่อครึ่งปีก่อน ในฐานะเหยื่อ เขากลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลจ้าว เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล
โรงเตี๊ยมนี้เป็นที่มาความอัปยศอดสูของเขา

"ในเมื่อมันคือจุดเริ่มต้น ก็ขอจบมันที่นี่…"

เมื่อมองไปที่โรงเตี๊ยมข้างหน้า หลินฮ่าวเริ่มพึมพำกับตัวเอง เขาเห็นหมวกฟางวางไว้บนกำแพงจากมุมสายตา

เขาหยิบมันขึ้นมาสวมบนหัว

มีผ้าคลุมสีดำแขวนอยู่ที่ขอบด้านนอกของหมวก ปกปิดใบหน้าของเขาอย่างสมบูรณ์

หลินฮ่าวเดินตรงเข้าไปในโรงเตี๊ยม พลันมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยมาแตะจมูกของเขา

ด้วยความช่วยเหลือของแมลงวันกังฟู หลินฮ่าวจึงเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาทางเขา

ผู้หญิงที่กำลังเดินมา สวมชุดสีฟ้าอ่อนหรูหรา ดูสง่างาม และมีใบหน้างาม

"กลิ่นนี้… นั่นนางเหรอ!"

จมูกของหลินฮ่าวขยับเล็กน้อย แม้เขาจะไม่เคยเห็นนางมาก่อน แต่ทันทีที่ได้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้หญิง ก็จดจำได้ทันที

เพราะหญิงงามนางนี้คือภรรยาของเขา จ้าวหลิงเอ๋อร์

เป็นเวลาหกเดือนแล้วหลังแต่งงาน หลินฮ่าวได้พูดคุยกับจ้าวหลิงเอ๋อร์เพียงเล็กน้อย แต่เขาก็เข้าใจเกี่ยวกับสตรีนางนี้อยู่บ้าง

จ้าวหลิงเอ๋อร์ไม่เพียงสง่างาม แต่ยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีความสามารถ เป็นถึงผู้ใช้อาคมระดับ 4
ในเมืองเทียนอู่ จำนวนผู้ใช้อาคมนั้นหายาก นับประสาอะไรกับผู้ใช้อาคมระดับ 4

ดังนั้นอำนาจและสถานะของนางในตระกูลจ้าว จึงเป็นรองเพียงผู้นำตระกูลเท่านั้น และนางก็เป็นผู้จัดการที่อยู่เบื้องหลังโรงเตี๊ยมแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม เพื่อขยายตระกูล นางจึงต้องแต่งงาน แต่ด้วยภาคภูมิใจในตัวเอง นางจึงไม่ต้องการสูญเสียเส้นทางชีวิตเพราะคนอื่น ดังนั้นจึงเลือกแต่งงานกับหลินฮ่าวที่เป็นคนตาบอด เพื่อที่จะควบคุมเขา
“ตอนนี้เจ้าอาจจะควบคุมข้าได้ แต่ในอนาคตข้าจะเป็นฝ่ายควบคุมเจ้าเอง”

หลินฮ่าวหัวเราะเยาะและเดินผ่านจ้าวหลิงเอ๋อร์ไปอย่างเงียบงัน

บทที่ 3 งานนักฆ่า

บทที่ 3 งานนักฆ่า
"ฮะ?"

เมื่อทั้งสองคนเดินผ่านกัน จ้าวหลิงเอ๋อร์พลันหันกลับมามองหลินฮ่าวด้วยสายตาสงสัย

“ข้ารู้สึกคุ้นแผ่นหลังคนผู้นี้ได้อย่างไร”

นางขมวดคิ้ว จ้องมองร่างของหลินฮ่าว

“เขาเป็นแค่ชายตาบอด จะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”

จ้าวหลิงเอ๋อร์ส่ายหัว และมองไปที่เท้าของอีกฝ่าย

ทุกก้าวย่างดูมั่นคงตรงไปข้างหน้า ไม่มีความลังเลเหมือนคนตาบอด

จ้าวหลิงเอ๋อร์ไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากมองไปที่หลินฮ่าวครู่หนึ่ง นางก็หันหลังจากไป
การตกแต่งภายในของโรงเตี๊ยมคล้ายกับร้านขายอาวุธทั่วไป

หลินฮ่าวพบว่ามีอาวุธทุกชนิดวางอยู่บนชั้น แต่ส่วนใหญ่เป็นมีดสั้นและดาบ ซึ่งเหมาะสำหรับการลอบสังหาร

จึงเห็นได้ชัดว่า ที่นี่ไม่เพียงรับงานลอบสังหารเพื่อรับค่าตอบแทนเท่านั้น แต่ยังขายอาวุธให้กับมือสังหารอีกด้วย

“แขกผู้มีเกียรติ ท่านมาซื้ออาวุธที่นี่ใช่หรือไม่ ต้องขอโทษด้วยวันนี้โรงเตี๊ยมปิดแล้ว”

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางพูดอย่างนอบน้อม พร้อมมองหลินฮ่าวที่เข้ามา

หลินฮ่าวพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม แสร้งทำเป็นคนเย็นชา "หยุดพูดไร้สาระ ข้ามารับงานที่นี่"

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนก็นิ่งไป และมองหลินฮ่าวด้วยความกลัว

คนที่มารับงานที่นี่ล้วนแต่เป็นมือสังหาร เขาย่อมไม่กล้ายั่วยุ มิฉะนั้นคงไม่รู้ว่าตัวเองตายอย่างไร
“ขอทราบชื่อท่านได้หรือไม่ขอรับ?”

ท่าทีของเถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนนั้นดีกว่าก่อนหน้านี้มาก

ในโลกของมือสังหาร ถึงแม้พวกเขาจะไม่เปิดเผยตัวตน ทว่ามือสังหารแต่ละคนต่างก็มีฉายาของตนเอง ซึ่งทำให้เกิดการจัดอันดับนักฆ่า

หลินฮ่าวคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดอย่างเฉยเมยว่า "จิงเคอ*[1]"

จิงเคอ?

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมตะลึง เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เป็นหน้าใหม่หรือ?

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนก็มองไปที่หลินฮ่าวอย่างสงสัย

แต่หมวกไม้ไผ่บดบังใบหน้าของอีกฝ่ายไว้
"งานของเราแบ่งออกเป็นสี่ระดับ: ธรรมดา ปานกลาง ยาก และนรก"

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนมองหลินฮ่าวและถามว่า "ท่านต้องการรับงานระดับใด"

"ระดับธรรมดา"

หลินฮ่าวรับงานเป็นครั้งแรก และไม่ได้ตั้งใจจะมีส่วนร่วมในภารกิจลอบสังหารที่อันตราย
ส่วนระดับนรก คงเป็นงานลอบสังหารผู้แข็งแกร่งที่ยากอย่างยิ่ง และยังไม่มีใครทำได้

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนก็มีแววตาดูถูกเหยียดหยาม

ที่แท้ก็เป็นหน้าใหม่จริง ๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะรับงานธรรมดา

เขาเดินไปหยิบกระดาษปึกใหญ่ที่โต๊ะขึ้นมา
"เอาละ"

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนยิ้มและพูดว่า "บังเอิญมีงานระดับธรรมดาในเมืองเทียนอู่อยู่บ้าง เป็นโชคดีของเจ้าจริง ๆ"

ขณะที่พูด เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาแล้วส่งให้แก่หลินฮ่าว

นี่เป็นข้อมูลของภารกิจลอบสังหาร มีตัวอักษรสีแดงว่า ‘ฆ่า’ ที่มุมขวาบน!
[เป้าหมาย: เฉินต้าจิ่ว]

[อายุ: 38]

[ความแข็งแกร่ง: ผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 2]

[สถานะ: เจ้าของบ่อนพนัน]

[สถานที่: บ่อนพนัน]

[ผู้คุ้มกัน: 23 คน เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 1 ทั้งหมด]

[รางวัล: 100,000 ตำลึง]

……
ข้อมูลมีรายละเอียดและแสดงถึงนิสัยของบุคคลนั้น เช่นชอบข่มขืนและรังแกผู้อื่น

นอกจากนี้ ยังมีภาพของเป้าหมายซึ่งมีรูปลักษณ์ที่ดุร้ายและมีแผลเป็นที่ใบหน้าด้านซ้าย

หลินฮ่าวอ่านอย่างระมัดระวัง พลางพยักหน้า

คนชั่วแบบนี้ถึงตายก็ไม่น่าสงสาร

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับหลินฮ่าวคือค่าจ้าง ซึ่งเป็นช่องทางที่ดีในการหาเงินอย่างรวดเร็ว
"ตามกฎจะมีค่าธรรมเนียมสามในสิบส่วน"

เถ้าแก่โรงเตี๊ยมวัยกลางคนพูดอย่างใจเย็น "หลังจากภารกิจเสร็จสิ้น จะมีคนไปตรวจสอบว่าเหยื่อตายหรือไม่"
"อืม"

หลินฮ่าวพยักหน้า จากนั้นจึงหันหลังจากไป

หลังจากหักค่าธรรมเนียมสามส่วนแล้ว ยังเหลือเจ็ดหมื่นตำลึง ซึ่งถือว่าไม่เลว

หลังจากถามถึงที่ตั้งของบ่อนพนันจากคนบนถนน หลินฮ่าวก็มาถึงจุดหมาย

ตรงหน้าคือบ่อนพนันซึ่งมีคำว่า ‘พนัน’ แขวนอยู่ค่อนข้างสะดุดตา

ถึงประตูจะปิด แต่ก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างใน

ในสถานที่นี้ คนที่เป็นทุกข์คือผู้สูญเสียเงิน

ถัดจากบ่อนพนันเป็นโรงรับจำนำ ซึ่งสามารถนำของมีค่าไปจำนองเพื่อแลกเงิน จากนั้นก็นำเงินไปเล่นต่อที่บ่อนได้

แค่เห็นก็รู้แล้วว่าบ่อนพนันและโรงรับจำนำมีผลประโยชน์ต่อกัน

ฝ่านหนึ่งได้ค่าธรรมเนียม อีกฝ่ายได้รับเงินจากการพนัน โรงเตี๊ยมทั้งสองแห่งอยู่ใกล้กัน จึงสร้างห่วงโซ่อันยอดเยี่ยมขึ้นมา
"แมลงวันน้อย มองหาเหยื่อและรอคำสั่งนะ"

หลินฮ่าวออกคำสั่ง แล้วไปยืนอยู่ที่มุมถนนเงียบ ๆ

เขาไม่ได้สนใจจะเข้าไป
หึ่ง!

หลังจากได้รับคำสั่ง แมลงวันกังฟูก็บินออกจากไหล่ของหลินฮ่าว เข้าไปทางหน้าต่างด้านหลังบ่อนพนัน

“เปิด สามห้า เสือดาวสังหาร!”

"เป็นแบบนี้ได้ไง? เหตุใดถึงเป็นเสือดาว!"

“ถ้าแพ้อีกครั้ง ข้าจะเอาบ้านไปจำนองเพื่อแลกเงิน ไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะชนะตลอด!”

ภายในบ่อนมีโต๊ะพนันนับสิบตัว เสียงร้องตะโกนของผีพนันดังอยู่ทุกที่

นักพนันทุกคนต่างเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย จึงมีผู้คุมอยู่ทุกมุมโต๊ะ
ด้วยผู้คุมบ่อนเหล่านี้ คนธรรมดาจึงไม่กล้าสร้างปัญหาที่นี่

ภายในห้องพักด้านหลังโต๊ะพนัน เฉินต้าจิ่วกำลังนั่งกอดสาวงามและลูบไล้นางด้วยมือใหญ่ ๆ ของเขาอยู่บนเก้าอี้

“เถ้าแก่โรงรับจำนำที่เหล่าปาแนะนำมานั้นดีมาก ตอนนี้ข้าสามารถสร้างรายได้นับล้านตำลึง!”

เมื่อมองไปยังผีพนันที่เสียเงิน เฉินต้าจิ่วย่อมยิ้มด้วยความพึงพอใจ
ในขณะที่เขายิ้ม แผลเป็นบนใบหน้าก็บิดเบี้ยว ทำให้ดูดุร้ายมากขึ้น

"นั่นคือเขา"

หลินฮ่าวเห็นเฉินต้าจิ่ว จากมุมมองของแมลงวันตัวน้อย
"ฆ่า"

หลินฮ่าวออกคำสั่งโดยไม่ลังเล

แมลงวันกังฟูตรงไปยังตำแหน่งของเฉินต้าจิ่วด้วยความเร็ว
อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้โจมตีในทันที แต่บินไปรอบ ๆ เฉินต้าจิ่วเพื่อรอโอกาส

เห็นได้ชัดว่าแมลงวันกังฟูมีสติปัญญาสูงขึ้นหลังจากการวิวัฒนาการ

หลังจากผ่านไปประมาณสิบลมหายใจ แมลงน้อยก็เริ่มเคลื่อนไหว เข้าใกล้ด้านหลังเฉินต้าจิ่วช้า ๆ
เฉินต้าจิ่วเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 2 ซึ่งไม่ได้อ่อนแอ เขาสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างกำลังใกล้เข้ามาทางด้านหลัง ดวงตาของเขาขยับเล็กน้อยและหันไปมอง

แมลงน้อยบินหลบสายตาอย่างสวยงามไปทางด้านข้าง

มันพลันร่อนลงบนแผ่นหลังของหญิงสาวข้าง ๆ จ้องมองเฉินต้าจิ่วอย่างระมัดระวัง

มันกำลังรอเวลาที่จะลงมือ

โอกาสที่จะสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!

คงไม่มีใครจินตนาการได้ว่าแมลงวันจะเป็นนักฆ่า

[1] จิงเคอ : 荊軻 เป็นมือสังหารที่ลอบสังหารฉินอ๋อง หรือจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ปรากฏนามในประวัติศาสตร์จีนในยุคจ้านกั๋ว

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...