โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อยู่กับสิ่งเดิมๆ จนชิน เลยกลัวการเริ่มต้นใหม่ : มารู้จักกับ Neophobia พร้อมวิธีเอาชนะความกลัวในใจ!

Dek-D.com

อัพเดต 16 พ.ย. 2565 เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2565 เวลา 09.23 น. • DEK-D.com
อยู่กับสิ่งเดิมๆ จนชิน เลยกลัวการเริ่มต้นใหม่ : มารู้จักกับ Neophobia พร้อมวิธีเอาชนะความกลัวในใจ!

มีใครกลัวการเริ่มต้นใหม่บ้างมั้ยคะ

สวัสดีค่ะ ชาว Dek-Dมีใครเคยรู้สึกว่าเวลาต้องทำอะไรใหม่ๆ หรือไปในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน จะรู้สึกกลัว วิตกกังวล และเครียดเป็นพิเศษมั้ยคะ? เชื่อว่าเราทุกคนต่างก็มีสิ่งที่รู้สึกกลัวเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะมนุษย์เราแต่ละคนมักจะรู้สึกสบายใจกับการทำอะไรที่คุ้นชินเช่น ชอบสั่งอาหารเมนูเดิม ไปเที่ยวที่เดิม รักคนเดิม ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่า มันไม่ใช่สิ่งที่ผิดเลยค่ะ

อาการที่พี่แป้งเกริ่นไปข้างต้นคือลักษณะของโรคโฟเบียที่เรียกว่า ‘Neophobia’ หรือ ‘โรคกลัวสิ่งใหม่’นั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เมื่อต้องเผชิญกับสิ่งใหม่ทุกสิ่งที่เราไม่เคยรู้จักหรือไม่เคยเจอ จะเกิดความเครียดและกังวลใจไปก่อนล่วงหน้า

อยู่กับสิ่งเดิมๆ จนชิน เลยกลัวการเริ่มต้นใหม่ : มารู้จักกับ Neophobia พร้อมวิธีเอาชนะความกลัวในใจ!

พออ่านเจอคำว่า ‘โรค’หลายๆ คนคงคิดว่ามันถึงขั้นที่จะต้องเข้ารับการรักษากับผู้เชี่ยวชาญเลยหรือเปล่า สำหรับบางคนแล้วหากมีอาการกลัวอยู่เป็นประจำถึงขั้นรุนแรงที่ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกหรืออารมณ์ของตัวเองได้ก็ต้องเข้ารับการรักษาค่ะ

แต่ถ้าหากว่าเป็นเพียงแค่ความรู้สึกชั่ววูบ หรือแค่เกิดขึ้นก่อนลงทำมือแล้วค่อยๆ หายไป อันนี้เราสามารถปรับมุมมองความคิดของเราได้ถ้าน้องๆ กังวลว่าเราเข้าข่ายโรคนี้หรือเปล่า แล้วเราจะมีวิธีรับมือยังไงบ้าง? เดี๋ยววันนี้เรามาเช็กตัวเองกันค่ะ

ประเภทของความกลัว

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับความกลัวกันก่อนดีกว่าว่า เจ้าความกลัวเนี่ย เป็นแบบไหนบ้าง โดยความกลัว สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1.ความกลัวแบบจำเพาะเป็นความรู้สึกกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น คน สัตว์ สิ่งของ รวมถึงสถานการณ์หรือกิจกรรมบางอย่าง ซึ่งมักเกิดขึ้นตั้งแต่ในวัยเด็กหรือวัยรุ่น และอาการอาจจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อโตขึ้น หรือบางคนก็ไม่หายไปเลย

2.ความกลัวแบบซับซ้อนเป็นผลมาจากความรู้สึกกลัวสถานการณ์ที่ไม่คุ้นชินหรือเหตุการณ์บางอย่างที่ฝังใจมากๆ เช่น กลัวการอยู่ในที่โล่งแจ้งหรือกลัวการเริ่มต้นใหม่

Neophobia คืออะไร?

เป็นความรู้สึกกลัวสิ่งใหม่ๆแม้ว่าอีกใจนึงเราอาจจะอยากออกไปเจออะไรใหม่ๆ อยากลองทำสิ่งท้าทายตัวเองดูบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์เราจะรู้สึกสบายใจที่สุด เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยเช่น กลัวอาหารใหม่ สถานที่ใหม่ ความสัมพันธ์ใหม่ ซึ่งความกลัวประเภทนี้สามารถนำไปสู่อาการทางร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรมได้โดยจะมีอาการตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงค่ะ

โดยผู้ที่มีอาการ Neophobia จะมีพฤติกรรมเวลาต้องเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ดังนี้

ทางร่างกาย

  • อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น
  • หายใจไม่ออก
  • เวียนหัว คลื่นไส้
  • ตัวสั่น มือสั่น ปากสั่น
  • เหงื่อออก

ทางความรู้สึก

  • วิตกกังวล
  • เครียด
  • กดดันตัวเอง
  • อยากหนีไป
  • คิดถึงแต่ความผิดพลาด
  • เกิดความรู้สึกเชิงลบ

ทำไมเราถึงกลัวการเริ่มต้นใหม่

‘ไม่อยากเริ่มต้นใหม่’ ‘ไม่กล้าเริ่มต้นใหม่’หลายๆ คนคงเคยมีความรู้สึกแบบนี้อยู่บ้าง แต่สาเหตุเป็นเพราะอะไรกันนะ ทำไมเราถึงมีความรู้สึกแบบนี้? เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ

ความผิดพลาด

แน่นอนว่าคงไม่มีใครชอบ และคงไม่มีใครอยากเจอกับความผิดพลาดอยู่แล้ว แต่พอเอาเข้าจริงคงไม่มีใครสักคนที่สามารถหลีกหนีเรื่องนี้ได้ ในอดีตที่ผ่านมาเราอาจเคยทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือเคยทำได้ดีมาตลอดแต่วันนึงกลับเกิดข้อผิดพลาด มันเลยทำให้เรารู้สึกกลัวที่จะทำสิ่งนั้นต่อไปหรือกลัวที่จะแก้ไขกับความผิดพลาดเหล่านั้น จนกลายเป็นเรื่องที่จำฝังใจ และไม่กล้าเริ่มต้นใหม่

ความผิดหวัง

เราทุกคนล้วนมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจกันอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อได้ตัดสินใจปุ๊บก็มักจะเกิดความคาดหวังขึ้นมาทันที แม้จะบอกว่าไม่อยากคาดหวังเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าในใจก็ยังคงแอบหวังนิดๆ ว่าสิ่งที่เราเลือกนั้น ผลลัพธ์จะออกมาดีและเป็นไปตามที่คาดหวัง แต่สุดท้ายแล้วชีวิตเราทุกคนก็อาจไม่ได้สมหวังกับทุกเรื่องเสมอไป จะต้องมีสักครั้งที่เราต้องผิดหวัง หรือบางคนอาจผิดหวังซ้ำๆ กับเรื่องเดิมเลยทำให้วิตกกังวลทุกครั้ง เมื่อต้องเริ่มต้นใหม่หรือเริ่มลงมือทำในสิ่งใหม่ๆ

ความไม่มั่นคง

หลายคนมองว่าถ้าเรามีชีวิตที่มั่นคง เราก็จะรู้สึกสบายใจในระดับหนึ่ง และไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ได้ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่แล้วก็เท่ากับว่าต้องตั้งหลักใหม่หมดเลย บางคนอาจมีพื้นฐานอยู่บ้างแล้ว แต่บางคนอาจจะต้องเริ่มต้นจากศูนย์จึงทำให้เกิดความรู้สึกลังเล และกลัวว่าถ้าเริ่มใหม่แล้วสิ่งที่ทำจะมั่นคงหรือไม่

เรื่องที่วัยรุ่น กลัวการเริ่มต้นใหม่

เริ่มชีวิตนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย

น้องๆ ม.ปลาย ที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะ ม.6 การเริ่มต้นใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยคงมีเรื่องที่ทำให้เรากังวลใจอยู่มากไม่ว่าจะเป็น การเลือกคณะเรียนต่อ การเตรียมตัวสอบ ตลอดจนการเข้าสู่สังคมใหม่ที่ต้องพบเจอผู้คนมากมายจากทั่วประเทศ หรือแม้กระทั่งการปรับตัวกับรูปแบบตารางเรียนที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ต้องเรียนประมาณวันละ 7-8 วิชา คาบละไม่เกิน 1 ชั่วโมง พอเข้าสู่มหาวิทยาลัยกลับต้องเรียนวันละ 1 วิชา วิชาละ 3-4 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังต้องเจอวิชาใหม่ๆ รูปแบบการสอนรูปแบบใหม่ที่ไม่คุ้นชิน จึงอาจทำให้หลายๆ คนรู้สึกกลัวนั่นเองค่ะ

เริ่มชีวิตวัยทำงานในโลกแห่งความจริง

สำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยทำงาน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันคือการเริ่มต้นพาร์ทใหม่ครั้งสำคัญในชีวิตการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ที่เป็นสังคมชีวิตการทำงาน แน่นอนว่าย่อมมีความแตกต่างจากวัยเรียนโดยสิ้นเชิง สมัยเรียนเรามีหน้าที่รับผิดชอบแค่เรื่องเรียนเท่านั้น แต่พอทำงานต้องรับผิดชอบและแบกรับภาระเพิ่มขึ้น ทั้งยังต้องตัดสินใจด้วยตัวเองให้ได้ เพื่อจัดการกับปัญหาที่ต้องเจอในแต่ละวันและในอนาคตซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เราเกิดความกลัวได้ค่ะ

เริ่มทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ๆ

ทั้งน้องๆ มัธยมที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย รวมถึงบัณฑิตจบใหม่ที่ต้องหางานทำ การปรับตัวเข้าสู่สังคมใหม่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนรู้สึกกลัว เนื่องจากแต่ละคนมาจากต่างที่ต่างถิ่น หรือมีช่วงอายุที่ห่างกัน รวมถึงมุมมองและทัศนคติที่อาจแตกต่างกันสำหรับคนที่ชอบเข้าสังคมอาจเป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับคนที่มักตื่นเต้นเวลาต้องคุยกับคนแปลกหน้าอาจมองว่าเป็นเรื่องยาก เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยยังไง และกังวลว่าการแสดงออกของตัวเองจะทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจ จนกระทั่งเกิดความรู้สึกกลัวว่าตัวเองจะไม่มีเพื่อนและปรับตัวเข้ากับคนอื่นไม่ได้

เริ่มทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด

พี่แป้งเชื่อว่าแต่ละคนล้วนมีสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบและเป็นสิ่งที่ถนัดกันอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่ในปัจจุบันนี้โลกของเรามีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และมักจะมีสิ่งใหม่ๆไม่ว่าจะเป็น ข้อมูล นวัตกรรม เทคโนโลยี ฯลฯให้เราได้เรียนรู้และลงมือทำอยู่เสมอเพื่อให้เราสามารถปรับตัวและอยู่ในสังคมปัจจุบันได้ ซึ่งเมื่อต้องลองทำสิ่งใหม่ที่ไม่รู้จักหรือไม่เคยทำมาก่อน บางคนก็จะรู้สึกกลัวและกังวลว่า ตัวเองจะทำได้ดีหรือเปล่าคนอื่นจะชอบผลงานของเรามั้ย หรือกลัวความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เพียงเพราะมันคือสิ่งใหม่ที่เราไม่คุ้นเคยนั่นเองค่ะ

เริ่มเปิดใจให้กับความรักครั้งใหม่

แค่เปิดใจให้กับคนใหม่ได้เดินเข้ามา หรือแม้กระทั่งเริ่มต้นใหม่กับคนเดิมนั้น ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องยากเหลือเกิน เพราะที่ผ่านมาต้องผิดหวังกับความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผิดหวังกับเรื่องเดิมๆ จนเกิดเป็นบาดแผลในใจ มันเลยทำให้บางคนเริ่มรู้สึกกลัวที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหรือความรักครั้งเก่านั้นดีมาก ดีเสียจนไม่คิดว่าเราจะสูญเสียมันไป ทำให้บางคนนั้นต้องมูฟออนเป็นวงกลมเรื่อยมา เพราะคิดว่าเราคงไม่เจอใครที่ดีเท่าคนเก่าอีกแล้ว จนสุดท้ายก็ไม่ได้เริ่มเปิดใจให้กับใครสักที

8 วิธี เอาชนะความกลัวภายในใจ

อย่างที่พี่แป้งบอกไปค่ะว่า เราทุกคนต่างก็มีความกลัวอยู่ภายในใจกันทั้งนั้น แถมบางครั้งก็เป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะสลัดเอาความกลัวเหล่านั้นทิ้งไปแต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลยถูกมั้ยคะ? ดังนั้นหากเราสามารถควบคุมความกลัวได้ก็จะทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จตามที่ต้องการเดี๋ยวเราไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่าว่า วิธีเอาชนะความกลัว นั้นมีอะไรบ้าง!

1.ค้นหาต้นตอความกลัว- เริ่มค้นหาว่าความกลัวนั้นคือเรื่องอะไร หาสาเหตุให้ชัดๆ ไปเลยว่าเรากลัวอะไรกันแน่ ซึ่งจะทำให้เราเห็นเป้าหมายที่ชัดเจน และช่วยให้สามารถหาวิธีรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดตามมาทีหลังได้

2.ให้มองว่าความกลัวคือโอกาส- เราสามารถใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ให้เราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ความกลัวเป็นโอกาสในการวางแผนการเริ่มต้นใหม่ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม

3.กล้าออกจาก Safe Zone – ลองตั้งเป้าหมายเล็กๆ สำหรับการเริ่มต้นใหม่ ค่อยๆ เผชิญหน้า และทำให้สำเร็จไปทีละชิ้น แม้ว่าตอนแรกอาจจะรู้สึกไม่สบายใจ ไม่คุ้นชิน แต่นานๆ ไปเราจะสามารถก้าวออกมาจาก Safe Zone ได้แน่นอน

4.เรียนรู้จากความผิดพลาด- บางคนมองความผิดพลาดเป็นสิ่งที่แย่ แต่ความจริงแล้วเราสามารถมองมันเป็นบทเรียนได้ นำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดมาปรับใช้กับการเริ่มต้นใหม่ เพื่อเลือกทางเดินที่ถูกต้อง และไม่ทำพลาดแบบเดิมอีกครั้ง

5.เตรียมแผนรับความเสี่ยง- เราไม่สามารถควบคุมทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับปัญหาและความกลัวที่อาจเกิดขึ้นได้ ด้วยการคำนวณความเสี่ยง และเตรียมแผนเอาไว้ล่วงหน้า

6.อย่ายึดติดกับความกลัว- ถ้าอยากเอาชนะความกลัว อยากโยนมันออกไปจากชีวิตให้ได้ ก็ต้องเริ่มจากการไม่ยึดติดกับความกลัวให้ได้ก่อน เลิกเอาใจไปตั้งไว้ที่ความกลัว เลิกคิดถึงเรื่องไม่ดีที่จะเกิดขึ้น ลองเปลี่ยนความสนใจไปเรื่องอื่นแทน

7.ขอบคุณตัวเองเสมอ- อย่าลืมขอบคุณในความพยายามของตัวเอง ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เริ่มต้นใหม่อยู่เรื่อยๆ อย่าเอาความสำเร็จของเราไปเปรียบเทียบกับใคร และอย่ากดดันตัวเองจนเกินไป นั่นก็ถือว่าเป็นก้าวแรกที่ดีในการเอาชนะความกลัวได้แล้ว

8.ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ- สำหรับคนที่มีอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรง ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกและความกลัวของตัวเองได้ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ทางที่ดีควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือจิตแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาและบำบัดอาการให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามหากใครที่มีอาการกลัวสิ่งอื่นๆ มากเกินไปที่ไม่ใช่แค่เพียงกลัวการเริ่มต้นใหม่จนส่งผลเสียต่อตัวเองทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา ซึ่งอาการนี้อาจเข้าข่ายโรคโฟเบียในรูปแบบอื่นได้สาเหตุของการกลัวอาจเกิดจากปมในอดีต ความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง พันธุกรรม และพฤติกรรมของคนในครอบครัวบางอาการกลัวคนทั่วไปอาจมองว่า สิ่งนั้นไม่เห็นน่ากลัวเลยสักนิด แต่สำหรับคนที่กลัวจริง ๆ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า มันอาจจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขามากกว่าที่คิด เพราะฉะนั้นควรเลี่ยงการแกล้งคนอื่นจากอาการกลัวเหล่านั้นจะดีที่สุดค่ะ

จริงๆ แล้วการเริ่มต้นใหม่มันอาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิดก็ได้ค่ะ ถามว่าพี่แป้งเคยรู้สึกกลัวเมื่อต้องเริ่มทำอะไรใหม่ๆ บ้างมั้ย ตอบเลยว่าเคยแน่นอน แต่สิ่งสำคัญเลยก็คือ เราต้องกล้าลอง อย่างน้อยถ้าเรากล้าเริ่ม กล้าลอง เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ บ้าง ต่อให้เกิดความผิดพลาดก็ไม่เป็นไรค่ะ ดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลังที่ไม่ได้ลงมือทำอีกนะคะ ^^ ยังมีเรื่องอะไรอีกบ้างที่ทุกคนกลัวการเริ่มต้นใหม่ มาคอมเมนต์คุยกันด้านล่างได้เลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...