ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ดูแลผู้ป่วยพึ่งพิง-สูงวัยสิทธิบัตรทอง ลดรายจ่ายครัวเรือน-เพิ่มแรงใจอปท.
สิทธิประโยชน์ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่-แผ่นรองซับขับถ่าย ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้บรรจุลงในชุดสิทธิประโยชน์บัตรทอง ถูกพูดถึงในเชิงบวกและได้รับเสียงชื่นชมไปในทิศทางเดียวกันว่า มีประโยชน์ ตรงความต้องการ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้จริง
อย่างไรก็ดี ไม่ได้หมายความว่า ใครจะเบิกผ้าอ้อม-แผ่นรองซับ ที่ไหน จำนวนเท่าใดก็ได้ หากแต่มีเงื่อนไขรายละเอียดกำหนด โดยเฉพาะงบประมาณและการจัดหาที่ต้องดำเนินการผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สปสช.และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
เทศบาลตำบลบางใหญ่ จ.นนทบุรี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้ขับเคลื่อนสิทธิประโยชน์นี้จนออกดอกออกผล โครงการ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองซับการขับถ่าย และผ้าอ้อมทางเลือกสำหรับบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง และบุคคลที่มีปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่
นางนพรัตน์ ภู่เสือ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลบางใหญ่ หรือที่ชาวชุมชนตำบลบางใหญ่รู้จักในชื่อ หมอนก ให้ภาพจากจุดเริ่มต้นที่เห็นโครงการและมองไปถึงผลระยะยาวว่า การแจกผ้าอ้อมให้กับประชาชนสิทธิบัตรทองที่จำเป็นต้องใช้ จะช่วยลดปัญหาให้กับผู้ป่วยอย่างมาก โดยเฉพาะผลกระทบต่อรายจ่ายของครอบครัว นั่นเพราะแต่เดิมประชาชนต้องซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ใช้เอง ในท้องตลาดทั่วไปราคาแผ่นละ 15-20 บาท เฉลี่ยแล้วใช้อย่างน้อยวันละ 3 แผ่น จะต้องมีค่าใช้จ่ายเดือนละเกือบ 2,000 บาท แต่เมื่อมีโครงการนี้ ที่ สปสช.ให้ท้องถิ่นสนับสนุนงบในการดูแลด้วย ทำให้ประชาชนในเทศบาลตำบลบางใหญ่ 46 ราย ได้ลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้
ทั้ง 46 รายที่เข้าเกณฑ์การรับผ้าอ้อมผู้ใหญ่ หมอนก บอกว่า กว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ที่ป่วยติดเตียง และอีกเกือบครึ่งหนึ่งเป็นคนวัยทำงาน วัยกลางคน ที่ต้องติดเตียงเพราะอุบัติเหตุ รวมไปถึงยังมีบางคนจำเป็นที่ต้องใช้เพราะไม่สามารถกลั้นปัสสาวะและอุจจาระได้เลย
“ตอนเราลงไปสำรวจ เพื่อหาว่ามีใครบ้างที่จำเป็นต้องได้รับผ้าอ้อมผู้ใหญ่ เราไล่สำรวจไปพร้อมกับการคัดกรองของเจ้าหน้าที่จากหน่วยบริการในพื้นที่ ที่ต้องรับรองว่ามีความจำเป็นจริง แต่การรับรองนี้เองที่ทำให้เกิดอุปสรรคอยู่บ้าง เพราะมีประชาชนบางคน โดยเฉพาะคนสูงอายุที่ครองตัวเป็นโสดและจำเป็นต้องใช้ แต่อายที่จะให้หมอได้ตรวจเพื่อรับรอง ทำให้บางส่วนขอสละสิทธิ แต่ท้องถิ่นอย่างเทศบาลตำบลบางใหญ่มองว่าในเมื่อจำเป็นต้องใช้ ก็ต้องได้ใช้” นางนพรัตน์ กล่าว
ทีมกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลบางใหญ่ จึงล็อกเป้าหมายที่ขอสละสิทธิ และเฝ้าดูอย่างจริงจังว่าเป็นผู้ที่จำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อม เพราะไม่สามารถกลั้นปัสสาวะ-อุจจาระได้ โดยเฉพาะในตอนกลางคืนที่มีปัญหาอย่างมาก และในฐานะที่นางนพรัตน์ก็เป็น Care Manager ที่ทำหน้าที่ค้นหา ประเมิน วางแผน และจัดการให้ผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ต้องการการดูแลระยะยาวสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างเหมาะสม จึงได้รับรองว่าใครเป็นคนที่จำเป็นต้องได้รับผ้าอ้อมจริงๆ
ผ้าอ้อมผู้ใหญ่จึงถูกนำไปแจกจ่ายให้กับ 46 ราย ในแต่ละชุมชนของ ต.บางใหญ่ ได้ใช้ เฉลี่ยแล้วก็มอบให้ตามเกณฑ์ที่ สปสช.ระบุไว้ คือ ไม่เกินคนละ 3 ชิ้นต่อวัน และท้องถิ่นสามารถจัดซื้อได้โดยตรง แต่ต้องไม่เกินชิ้นละ 9.50 บาท ตามเงื่อนไข เพียงแต่ว่าเทศบาลตำบลบางใหญ่จะใช้วิธีมอบผ้าอ้อมให้สามารถใช้ได้คราวละ 4 เดือนต่อเนื่องกัน โดยเมื่อใกล้ครบกำหนดจะมีการนำไปมอบให้ เพื่อให้ได้ใช้ผ้าอ้อมอย่างต่อเนื่อง
โครงการนี้ได้เสียงชื่นชมจากประชาชนในชุมชน ทำให้ผู้บริหาร บุคลากร ที่เกี่ยวข้องมีกำลังใจอย่างดี
นายสามารถ อารยรุ่งโรจน์ นายกเทศมนตรีตำบลบางใหญ่ กล่าวว่า โครงการผ้าอ้อมผู้ใหญ่ตอบโจทย์ประชาชนสิทธิบัตรทองได้หลายมิติ แน่นอนว่ามีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเอง และประโยชน์นั้นยังส่งต่อไปยังญาติ ครอบครัวของผู้ป่วยด้วย เพราะไม่ต้องเสียเงินหาซื้อเองเหมือนที่ผ่านมา แต่ทว่าหากโครงการนี้จะสมบูรณ์มากขึ้น ก็อยากให้มีการปรับเงื่อนไขให้เด็กและเยาวชนได้รับด้วย เพราะบางส่วนก็จำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อมเช่นกัน โดยเฉพาะเด็กที่ป่วยหรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งในพื้นที่ ต.บางใหญ่ ก็มีเช่นกัน
นายสามารถ กล่าวอีกว่า ท้องถิ่นพร้อมจะสนับสนุนงบเข้า กปท. หากมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขให้สิทธิประโยชน์มีความครอบคลุมมากขึ้น เพราะชุดสิทธิประโยชน์นี้จาก สปสช.ได้ส่งผลดีต่อประชาชนอย่างมาก และยังทำให้ท้องถิ่นได้มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบด้วย
ขณะที่ นางสำราญ กิจเปรมถาวร อายุ 62 ปีที่ดูแลสามีวัย 77 ปี ซึ่งป่วยติดเตียงมากว่า 3 ปี เล่าว่า อยู่กินกันสองคน พร้อมกับต้องเลี้ยงหลานวัย 3 ขวบ ก่อนหน้านี้เคยค้าขายกับสามี แต่เมื่อสามีล้มป่วยเมื่อ
3 ปีก่อน จนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ก็ต้องหยุดค้าขายเพื่อมาดูแลสามี
“สามีต้องใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปทุกวัน เพราะไม่สามารถไปขับถ่ายได้เอง ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายตกเดือนละ 500-600 บาท และจ่ายอย่างนี้มาตลอด 3 ปี โดยไม่มีรายได้ ยังชีพได้เพียงเงินผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท และเงินผู้พิการของสามี กระทั่งได้ยินจากข่าวว่า สปสช.จะมีการแจกผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับผู้ป่วยติดเตียง เราจึงไปขอกับทางเทศบาลตำบลบางใหญ่ และได้รับมอบอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยเหลือสองคนตายายอย่างพวกเรามาก เราดีใจที่ไม่ถูกทอดทิ้ง ขอบคุณ สปสช.และเทศบาลตำบลบางใหญ่ที่มอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้ เอามาให้ 300 แผ่น แล้วบอกวิธีใช้ ให้ใช้วันละ 3 แผ่น พอใกล้หมด แล้วจะมาเติมให้” นางสำราญ กล่าวทั้งน้ำตา พร้อมกับบอกว่า หากเป็นไปได้อยากให้มีสิทธิประโยชน์จำพวกอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ หรือ
ผู้ป่วยติดเตียงเพิ่มเติม
ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวสะท้อนถึงโครงการนี้ว่า โครงการผ้าอ้อมผู้ใหญ่ฯนี้เป็นมติของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบอร์ด สปสช. ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน
“บอร์ด สปสช.ได้เดินหน้าสิทธิประโยชน์นี้ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อดูแลผู้ที่อยู่ในภาวะติดบ้าน ติดเตียง กลุ่มที่มีปัญหาการกลั้นอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้ และมีค่าคะแนนระดับความสามารถในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน ตามดัชนี ADL ระหว่าง 0-6 หรือตามแผนดูแลรายบุคคล (Care plan) ไม่จำกัดอายุ ผ่านกลไก กปท. ที่ได้ร่วมกับ อปท. โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ มุ่งเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่” นพ.จเด็จ กล่าวและว่า ปัจจุบันมีกลุ่มเป้าหมายที่ขอรับสิทธิประโยชน์ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ 28,825 ราย ได้รับมอบผ้าอ้อมแล้ว 10,130 ราย 10.9 ล้านชิ้น เป็นเงิน 103.9 ล้านบาท จากการดำเนินการโดย อปท. 438 แห่งทั่วประเทศ ที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ และในปี 2566 มีแผนการดำเนินการให้ครอบคลุมผู้ที่จำเป็นต้องได้รับผ้าอ้อมผู้ใหญ่ 50,000 ราย
เลขาธิการ สปสช.ทิ้งท้ายว่า สิทธิประโยชน์นี้เป็นข้อเสนอจากการรับฟังความเห็นและมีการนำเสนออย่างต่อเนื่อง เพราะผ้าอ้อมผู้ใหญ่จำเป็นในการดูแลผู้ป่วยด้านสุขอนามัยการขับถ่าย และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว ที่ผ่านมา สปสช.ได้ศึกษาความเป็นไปได้ ทั้งในด้านการดำเนินการ และงบประมาณ กระทั่งสำเร็จและได้บรรจุเป็นสิทธิประโยชน์เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป