โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ดูแลผู้ป่วยพึ่งพิง-สูงวัยสิทธิบัตรทอง ลดรายจ่ายครัวเรือน-เพิ่มแรงใจอปท.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ก.พ. 2566 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2566 เวลา 09.22 น.

สิทธิประโยชน์ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่-แผ่นรองซับขับถ่ายŽ ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้บรรจุลงในชุดสิทธิประโยชน์บัตรทอง ถูกพูดถึงในเชิงบวกและได้รับเสียงชื่นชมไปในทิศทางเดียวกันว่า มีประโยชน์ ตรงความต้องการ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้จริง

อย่างไรก็ดี ไม่ได้หมายความว่า ใครจะเบิกผ้าอ้อม-แผ่นรองซับ ที่ไหน จำนวนเท่าใดก็ได้ หากแต่มีเงื่อนไขรายละเอียดกำหนด โดยเฉพาะงบประมาณและการจัดหาที่ต้องดำเนินการผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สปสช.และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

เทศบาลตำบลบางใหญ่ จ.นนทบุรี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้ขับเคลื่อนสิทธิประโยชน์นี้จนออกดอกออกผล โครงการ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองซับการขับถ่าย และผ้าอ้อมทางเลือกสำหรับบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง และบุคคลที่มีปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้Ž ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่

นางนพรัตน์ ภู่เสือŽ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลบางใหญ่ หรือที่ชาวชุมชนตำบลบางใหญ่รู้จักในชื่อ หมอนกŽ ให้ภาพจากจุดเริ่มต้นที่เห็นโครงการและมองไปถึงผลระยะยาวว่า การแจกผ้าอ้อมให้กับประชาชนสิทธิบัตรทองที่จำเป็นต้องใช้ จะช่วยลดปัญหาให้กับผู้ป่วยอย่างมาก โดยเฉพาะผลกระทบต่อรายจ่ายของครอบครัว นั่นเพราะแต่เดิมประชาชนต้องซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ใช้เอง ในท้องตลาดทั่วไปราคาแผ่นละ 15-20 บาท เฉลี่ยแล้วใช้อย่างน้อยวันละ 3 แผ่น จะต้องมีค่าใช้จ่ายเดือนละเกือบ 2,000 บาท แต่เมื่อมีโครงการนี้ ที่ สปสช.ให้ท้องถิ่นสนับสนุนงบในการดูแลด้วย ทำให้ประชาชนในเทศบาลตำบลบางใหญ่ 46 ราย ได้ลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้

ทั้ง 46 รายที่เข้าเกณฑ์การรับผ้าอ้อมผู้ใหญ่ หมอนก บอกว่า กว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ที่ป่วยติดเตียง และอีกเกือบครึ่งหนึ่งเป็นคนวัยทำงาน วัยกลางคน ที่ต้องติดเตียงเพราะอุบัติเหตุ รวมไปถึงยังมีบางคนจำเป็นที่ต้องใช้เพราะไม่สามารถกลั้นปัสสาวะและอุจจาระได้เลย


“ตอนเราลงไปสำรวจ เพื่อหาว่ามีใครบ้างที่จำเป็นต้องได้รับผ้าอ้อมผู้ใหญ่ เราไล่สำรวจไปพร้อมกับการคัดกรองของเจ้าหน้าที่จากหน่วยบริการในพื้นที่ ที่ต้องรับรองว่ามีความจำเป็นจริง แต่การรับรองนี้เองที่ทำให้เกิดอุปสรรคอยู่บ้าง เพราะมีประชาชนบางคน โดยเฉพาะคนสูงอายุที่ครองตัวเป็นโสดและจำเป็นต้องใช้ แต่อายที่จะให้หมอได้ตรวจเพื่อรับรอง ทำให้บางส่วนขอสละสิทธิ แต่ท้องถิ่นอย่างเทศบาลตำบลบางใหญ่มองว่าในเมื่อจำเป็นต้องใช้ ก็ต้องได้ใช้Ž” นางนพรัตน์ กล่าว

ทีมกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลบางใหญ่ จึงล็อกเป้าหมายที่ขอสละสิทธิ และเฝ้าดูอย่างจริงจังว่าเป็นผู้ที่จำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อม เพราะไม่สามารถกลั้นปัสสาวะ-อุจจาระได้ โดยเฉพาะในตอนกลางคืนที่มีปัญหาอย่างมาก และในฐานะที่นางนพรัตน์ก็เป็น Care Manager ที่ทำหน้าที่ค้นหา ประเมิน วางแผน และจัดการให้ผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ต้องการการดูแลระยะยาวสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างเหมาะสม จึงได้รับรองว่าใครเป็นคนที่จำเป็นต้องได้รับผ้าอ้อมจริงๆ

ผ้าอ้อมผู้ใหญ่จึงถูกนำไปแจกจ่ายให้กับ 46 ราย ในแต่ละชุมชนของ ต.บางใหญ่ ได้ใช้ เฉลี่ยแล้วก็มอบให้ตามเกณฑ์ที่ สปสช.ระบุไว้ คือ ไม่เกินคนละ 3 ชิ้นต่อวัน และท้องถิ่นสามารถจัดซื้อได้โดยตรง แต่ต้องไม่เกินชิ้นละ 9.50 บาท ตามเงื่อนไข เพียงแต่ว่าเทศบาลตำบลบางใหญ่จะใช้วิธีมอบผ้าอ้อมให้สามารถใช้ได้คราวละ 4 เดือนต่อเนื่องกัน โดยเมื่อใกล้ครบกำหนดจะมีการนำไปมอบให้ เพื่อให้ได้ใช้ผ้าอ้อมอย่างต่อเนื่อง
โครงการนี้ได้เสียงชื่นชมจากประชาชนในชุมชน ทำให้ผู้บริหาร บุคลากร ที่เกี่ยวข้องมีกำลังใจอย่างดี

นายสามารถ อารยรุ่งโรจน์Ž นายกเทศมนตรีตำบลบางใหญ่ กล่าวว่า โครงการผ้าอ้อมผู้ใหญ่ตอบโจทย์ประชาชนสิทธิบัตรทองได้หลายมิติ แน่นอนว่ามีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเอง และประโยชน์นั้นยังส่งต่อไปยังญาติ ครอบครัวของผู้ป่วยด้วย เพราะไม่ต้องเสียเงินหาซื้อเองเหมือนที่ผ่านมา แต่ทว่าหากโครงการนี้จะสมบูรณ์มากขึ้น ก็อยากให้มีการปรับเงื่อนไขให้เด็กและเยาวชนได้รับด้วย เพราะบางส่วนก็จำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อมเช่นกัน โดยเฉพาะเด็กที่ป่วยหรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งในพื้นที่ ต.บางใหญ่ ก็มีเช่นกัน

นายสามารถ กล่าวอีกว่า ท้องถิ่นพร้อมจะสนับสนุนงบเข้า กปท. หากมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขให้สิทธิประโยชน์มีความครอบคลุมมากขึ้น เพราะชุดสิทธิประโยชน์นี้จาก สปสช.ได้ส่งผลดีต่อประชาชนอย่างมาก และยังทำให้ท้องถิ่นได้มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบด้วย

ขณะที่ นางสำราญ กิจเปรมถาวรŽ อายุ 62 ปีที่ดูแลสามีวัย 77 ปี ซึ่งป่วยติดเตียงมากว่า 3 ปี เล่าว่า อยู่กินกันสองคน พร้อมกับต้องเลี้ยงหลานวัย 3 ขวบ ก่อนหน้านี้เคยค้าขายกับสามี แต่เมื่อสามีล้มป่วยเมื่อ
3 ปีก่อน จนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ก็ต้องหยุดค้าขายเพื่อมาดูแลสามี

“สามีต้องใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปทุกวัน เพราะไม่สามารถไปขับถ่ายได้เอง ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายตกเดือนละ 500-600 บาท และจ่ายอย่างนี้มาตลอด 3 ปี โดยไม่มีรายได้ ยังชีพได้เพียงเงินผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท และเงินผู้พิการของสามี กระทั่งได้ยินจากข่าวว่า สปสช.จะมีการแจกผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับผู้ป่วยติดเตียง เราจึงไปขอกับทางเทศบาลตำบลบางใหญ่ และได้รับมอบอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยเหลือสองคนตายายอย่างพวกเรามาก เราดีใจที่ไม่ถูกทอดทิ้ง ขอบคุณ สปสช.และเทศบาลตำบลบางใหญ่ที่มอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้ เอามาให้ 300 แผ่น แล้วบอกวิธีใช้ ให้ใช้วันละ 3 แผ่น พอใกล้หมด แล้วจะมาเติมให้Ž” นางสำราญ กล่าวทั้งน้ำตา พร้อมกับบอกว่า หากเป็นไปได้อยากให้มีสิทธิประโยชน์จำพวกอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ หรือ
ผู้ป่วยติดเตียงเพิ่มเติม

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารีŽ เลขาธิการ สปสช. กล่าวสะท้อนถึงโครงการนี้ว่า โครงการผ้าอ้อมผู้ใหญ่ฯนี้เป็นมติของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบอร์ด สปสช. ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูลŽ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน


“บอร์ด สปสช.ได้เดินหน้าสิทธิประโยชน์นี้ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อดูแลผู้ที่อยู่ในภาวะติดบ้าน ติดเตียง กลุ่มที่มีปัญหาการกลั้นอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้ และมีค่าคะแนนระดับความสามารถในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน ตามดัชนี ADL ระหว่าง 0-6 หรือตามแผนดูแลรายบุคคล (Care plan) ไม่จำกัดอายุ ผ่านกลไก กปท. ที่ได้ร่วมกับ อปท. โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ มุ่งเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่”Ž นพ.จเด็จ กล่าวและว่า ปัจจุบันมีกลุ่มเป้าหมายที่ขอรับสิทธิประโยชน์ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ 28,825 ราย ได้รับมอบผ้าอ้อมแล้ว 10,130 ราย 10.9 ล้านชิ้น เป็นเงิน 103.9 ล้านบาท จากการดำเนินการโดย อปท. 438 แห่งทั่วประเทศ ที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ และในปี 2566 มีแผนการดำเนินการให้ครอบคลุมผู้ที่จำเป็นต้องได้รับผ้าอ้อมผู้ใหญ่ 50,000 ราย

เลขาธิการ สปสช.ทิ้งท้ายว่า สิทธิประโยชน์นี้เป็นข้อเสนอจากการรับฟังความเห็นและมีการนำเสนออย่างต่อเนื่อง เพราะผ้าอ้อมผู้ใหญ่จำเป็นในการดูแลผู้ป่วยด้านสุขอนามัยการขับถ่าย และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว ที่ผ่านมา สปสช.ได้ศึกษาความเป็นไปได้ ทั้งในด้านการดำเนินการ และงบประมาณ กระทั่งสำเร็จและได้บรรจุเป็นสิทธิประโยชน์เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...