โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สุดทน! “หมอของขวัญ” หอบหลักฐานโอนเงิน แจ้งความ บช.ก. ฟ้อง “มูลนิธิองค์กรทำดี” หักหลังคนทั้งประเทศ

สยามรัฐ

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สุดทน!“หมอของขวัญ” หอบหลักฐานโอนเงิน แจ้งความ บช.ก. ฟ้อง “มูลนิธิองค์กรทำดี” หักหลังคนทั้งประเทศ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ หรือ “หมอของขวัญ” นักธุรกิจและเจ้าของคลินิกเสริมความงาม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับมูลนิธิองค์กรทำดีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” กรณีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเงินบริจาคและสิ่งของบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี

โดยหมอของขวัญเปิดเผยว่า เดิมทีไม่ได้ตั้งใจจะเดินทางมาแจ้งความ แต่หลังจากพูดคุยกับนายภูดิษ กำเนิดพลอย หรือ “หนุ่ม กรรชัย” รวมถึงคนใกล้ชิดหลายคน ซึ่งได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว จึงตัดสินใจออกมาเป็นตัวแทนของคนที่ยังไม่กล้าเปิดเผยตัว

หมอของขวัญกล่าวว่า คนรอบข้างจำนวนมากเป็นเพื่อน เป็นคนรัก และเป็นคนที่ไว้วางใจบุ๋ม ปนัดดา ต่างรู้สึกผิดหวังและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะประชาชนที่บริจาคเงินด้วยความบริสุทธิ์ใจ รวมถึงคนใกล้ชิดที่ช่วยเผยแพร่เลขบัญชี เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาค ตลอดจนผู้ที่ลงแรงทำงานเป็นแอดมิน ประสานงาน และช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเต็มที่

“โลกนี้มันกลายเป็นว่า คนบางกลุ่มเห็นใจโจร ซ้ำเติมเหยื่อ เหยื่อคือใคร ก็คือคนไทยทั้งประเทศที่โอนเงินบริจาคด้วยใจบริสุทธิ์ หรือคนที่ไว้ใจเขามาก ๆ ช่วยเหลือแปะเลขที่บัญชี ช่วยกันเผยแพร่ให้ทุกคนมาร่วมบริจาค รวมถึงคนที่ลงแรงทำงานเป็นแอดมิน ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ช่วยประสานงาน”

หมอของขวัญยกตัวอย่างว่า คลินิกของตนเองก็เคยส่งเวชภัณฑ์เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเห็นภาพสิ่งของบริจาค ทั้งอาหารสุนัข อาหารแมว อาหารคน น้ำดื่ม ยา และผ้าอ้อมสำเร็จรูป ถูกนำไปกองทิ้งไว้โดยไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค ทำให้รู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก “ของบริจาคเหล่านั้นถูกทิ้ง แล้วไม่ได้ถูกเอาไปใช้ในความช่วยเหลือตามความตั้งใจของเรา มันกลายเป็นว่า ของไม่เอา แต่เงินเอา มันเลวร้ายเกินไป”

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่มองว่าไม่ควรซ้ำเติมคนที่กำลังล้ม โดยใช้คำว่า “คนล้มอย่าข้าม” หมอของขวัญกล่าวตอบโต้ว่า ต้องแยกให้ออกระหว่างคนที่ทำผิดพลาดและพร้อมปรับปรุงตัว กับคนที่ถูกกล่าวหาว่ามีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่ต้น พร้อมระบุว่า“คนล้มอย่าฆ่า อันนี้เข้าใจได้ แต่นี่เรากำลังพูดถึงโจรในคราบนักบุญ ที่หักหลังความเชื่อใจ ความไว้วางใจของประชาชนทั้งประเทศ”

หมอของขวัญกล่าวต่อว่า “ความเห็นใจมันควรมีกับคนที่ผิดพลาด ก้าวพลาด ทำอะไรผิดพลาด แล้วพร้อมจะปรับปรุงตัวใหม่ แต่ใช้ไม่ได้กับคนที่เป็นโจรที่ต้องการหลอกลวงตั้งแต่วันแรก ตั้งแต่ครั้งแรก วางแผนกันมาอย่างดี” พร้อมฝากถึงคนที่ออกมาปกป้องบุ๋มว่า อยากให้กลับมารับฟังข้อมูลและข้อเท็จจริงก่อน ไม่ใช่เห็นใจเพียงเพราะอีกฝ่ายกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์

นอกจากนี้ หมอของขวัญยังยกตัวอย่างประชาชนที่บริจาคเงินด้วยความตั้งใจว่า “ลองคิดสภาพคนคนหนึ่ง มีเงิน 100 บาท โอนช่วยทำบุญ 50 บาท เก็บเงินที่เหลือไว้กินมาม่า เพราะหวังแค่ว่าเงินของเขาจะไปช่วยคนที่กำลังเดือดร้อน ผ่านคนที่เขารักและไว้ใจให้เป็นสะพานบุญไปช่วย จะมีใครสักคนเอาเงินตรงนี้ไปเสวยสุข ไปบำเรอสามี บำเรอครอบครัว เอาเงินไปซื้อทอง ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมได้หรือ”

หมอของขวัญยังกล่าวถึงกรณีที่บุ๋ม ปนัดดา นำบุตรสาวอย่างน้องอันดามาร่วมแถลงข่าว โดยตั้งคำถามว่า คนประเภทไหนถึงเอาคนที่เป็นที่รักและไว้ใจ แม้กระทั่งครอบครัว แม้กระทั่งลูก มาเป็นโล่มนุษย์ป้องกันตัวเอง รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรไว้ แต่กลับดึงดราม่า เอาแม้กระทั่งน้องอันดามายืนแถลงข่าว แล้วหลังจากนี้น้องเขาจะใช้ชีวิตต่อยังไง อย่างไรก็ตาม หมอของขวัญขอให้สังคมแยกแยะระหว่างตัวเด็กกับผู้ใหญ่ที่กำลังถูกตรวจสอบ โดยระบุว่าน้องอันดาเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้รู้เรื่องและไม่มีสิทธิเลือกว่าจะเข้ามาอยู่ในสถานการณ์นี้ จึงไม่ควรนำกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปลงที่เด็ก เพราะเพียงเท่านี้ก็เป็นเรื่องยากสำหรับเด็กอายุเพียงสิบกว่าปีแล้ว

ส่วนกรณีที่หมอของขวัญเคยออกมาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเงินสดจำนวน 7 ล้านบาท ซึ่งมีการระบุว่าเป็นเงินขวัญถุงของลูกและเก็บไว้เพื่อความเป็นสิริมงคลนั้น หมอของขวัญอธิบายว่า ในฐานะนักธุรกิจ การมีเงินสดเก็บไว้ในเซฟไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เมื่อเป็นบริบทของมูลนิธิ จึงเป็นเรื่องที่ควรตั้งคำถาม โดยเฉพาะที่มาของเงินจำนวนดังกล่าวและเหตุผลที่ต้องเก็บเป็นเงินสด

หมอของขวัญกล่าวว่า ตามข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าว มีการกล่าวถึงการให้เงินรับขวัญหลาน โดยมีข่าวว่าเป็นเงินสำหรับน้องอเล็กซ์และน้องอันดา จำนวน 1 ล้านบาท ขณะที่กรณีน้องอาเธอร์ยังไม่เห็นข้อมูลชัดเจนว่ามีการให้เงินจำนวนเท่าใด จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงอยากให้ผู้ที่ถูกกล่าวถึงในประเด็นนี้ออกมาให้ข้อมูลด้วย

“เราเป็นนักธุรกิจ ไม่แปลกที่เราจะมีเงินสดเก็บในเซฟ แต่มันแปลกในบรรทัดฐานของการทำมูลนิธิ เราออกมาตั้งข้อสังเกตเฉย ๆ ว่า ถ้าเงินจำนวนนี้เป็นเงินขวัญถุงจริง ทำไมถึงต้องเก็บเป็นเงินสด ต่อให้มองในแง่ดี เงินที่คนให้รับขวัญหลาน ปกติก็นำเข้าธนาคาร 100 เปอร์เซ็นต์”

#หมอของขวัญ #มูลนิธิองค์กรทำดี #บุ๋มปนัดดา #หนุ่มกรรชัย #แจ้งความจับบุ๋ม #เงินบริจาค #ดราม่าเงินบริจาค #บชก #ตำรวจสอบสวนกลาง #ข่าววันนี้ #ข่าวบันเทิง #ข่าวอาชญากรรม #ของบริจาคโดนทิ้ง #เงินขวัญถุง7ล้าน #ข่าวสังคม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...