โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปลาทะเลเกยตื้นตายจำนวนมาก ตลอดแนวชายหาดเกาะลิบง

Khaosod

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

เกิดปรากฎการณ์ ปลาทะเลเกยตื้นตายเป็นจำนวนมาก ตลอดแนวชายหาดบ้านหลังเขา บนเกาะลิบง จ.ตรัง คาดเกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ไม่ใช่สึนามิอย่างที่ชาวบ้านกังวล

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดปรากฎการณ์ปลาทะเลตายลงเป็นจำนวนมาก ที่บริเวณเกาะลิบง เกาะที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรัง โดยเฉพาะตลอดแนวชายหาดบ้านหลังเขา หมู่ที่ 5 ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง อาทิ ปลาเก๋า ปลานกแก้ว ที่ปกติจะอาศัยอยู่ตามแนวโขดหินปะการัง

แต่ขณะนี้ซากปลาจำนวนมากเหล่านี้เริ่มเกิดกลิ่นเหม็นเน่าคุ้งกระจาย เนื่องจากตายมา 2 วันแล้ว และไม่มีหน่วยงานใดมาจัดเก็บไปทำลาย

สำหรับพื้นที่ตลอดแนวชายหาดบ้านหลังเขา หมู่ที่ 5 ตำบลเกาะลิบง ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะเคยเกิดปรากฎการณ์ปะการังฟอกขาว เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้มีปะการังเสียหายไปจำนวนหนึ่ง อันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน

แต่ล่าสุดธรรมชาติสามารถฟื้นฟูกลับมาได้ ก่อนที่จะมาเกิดปรากฎการณ์ปลาทะเลตายลงเป็นจำนวนมากซ้ำอีกครั้ง ทำให้ชาวบ้านบางส่วนรู้สึกหวาดกลัว และหวั่นว่าหลังจากนี้จะเกิดสึนามิขึ้น

นายจิตตพล ตันอนุสรณ์ เจ้าของกิจการรีสอร์ท และนำเที่ยวทะเลตรัง และเจ้าของเพจ “ลิบง..แค่ลงมา” ระบุว่า ปรากฎการณ์ปลาทะเลตายลงเป็นจำนวนมากที่บริเวณเกาะลิบงในครั้งนี้ น่าจะเกิดมาจากการที่อุณหภูมิน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน หรืออันเนื่องมาจากภาวะลานินญ่า และเกิดเฉพาะที่เกาะลิบงเท่านั้น ไม่มีที่เกาะอื่น แต่ชาวบ้านบางคนหวั่นว่าจะเกิดสึนามิ ซึ่งไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น ขออย่ากังวลกันไปมากจนเกิดเหตุ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปลาทะเลเกยตื้นตายจำนวนมาก ตลอดแนวชายหาดเกาะลิบง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...