โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยเสี่ยงขาดแคลนแรงงานข้ามชาติเฉียบพลัน หลัง รบ.เมียนมา เข้มมาตรการต่ออายุทำงานในไทย

Thai PBS

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

เครือข่ายแรงงานข้ามชาติ ประเมินเงื่อนไขมาตรการลงทะเบียน ต่อเอกสารทำงานในไทยของรัฐบาลทหารเมียนมา บังคับจ่ายภาษี บีบส่งเงินรายได้ 25% กลับบ้าน พ่วงกฎหมายเกณฑ์ทหาร เสี่ยงดันแรงงานเมียนมา หลุดออกจากระบบกว่า 1 ล้านคน หวั่นกระทบภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะภาคการเกษตร-ก่อสร้าง ผู้ประกอบการ เสนอ รัฐบาลไทย พิจารณาเปิดขึ้นทะเบียน ต่ออายุแรงงานฝ่ายเดียวแบบชั่วคราว ให้แรงงานเข้าสู่ระบบได้ภายในระยะเวลา 1–2 ปี

ตามที่รัฐบาลเปิดศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) และหน่วยบริการเคลื่อนที่ของรัฐบาลเมียนมาในประเทศไทยทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศ เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. 2569 ถึงวันที่ 14 ม.ค. 2570 แต่กำลังสร้างความวิตกกังวลให้กับแรงงานชาวเมียนมาจำนวนกว่า 3 ล้านคนในประเทศไทย

ทราย ทุน ส่วย แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา แสดงความกังวลต่ออนาคตของตนเอง หลังครบกำหนดการต่ออายุหนังสือเดินทาง แต่กลับถูกรัฐบาลทหารเมียนมากดดันให้ต้องเดินทางกลับไปต่ออายุหนังสือเดินทางภายในประเทศเมียนมาเท่านั้น จากเดิมที่เคยดำเนินการได้ ณ สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย

เขายังให้ข้อมูลอีกว่า แรงงานจากเมียนมาในไทยมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และหลายคนไม่มีเอกสารจากประเทศต้นทาง ทำให้ไม่สามารถดำเนินการต่อเอกสารครั้งใหม่ตามที่รัฐบาลเมียนมาร้องขอได้ รวมทั้งมีความกังวลเรื่องการเดินทางกลับประเทศแล้วจะถูกบังคับเกณฑ์ทหาร

สำหรับมาตรการที่รัฐบาลทหารเมียนมาออกมาบังคับใช้กับแรงงานเมียนมาในไทย ได้แก่

  • การเก็บภาษีเงินได้ 2%–3%

  • การบังคับโอนเงินรายได้ 25% กลับบ้านผ่านธนาคารทางการ (ซึ่งได้อัตราแลกเปลี่ยนต่ำกว่าราคาตลาด)

  • การนำหลักฐานการจ่ายภาษีและการโอนเงินมาเป็นเงื่อนไขบังคับในการต่ออายุเอกสารเดินทาง (Passport และ CI) หากไม่ทำตามจะไม่ต่อเอกสารให้

  • การประกาศใช้กฎหมายเกณฑ์ทหาร ที่สั่งระงับและชะลอการอนุญาตแรงงานชาย (อายุ 18–35 ปี) ออกนอกประเทศ

ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากเลือกที่จะหลุดออกจากระบบ และกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายในไทย เพื่อหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์ดังกล่าว

อดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) ได้จำแนกปัญหาออกเป็น 3 กลุ่มตามประเภทของแรงงานข้ามชาติ ได้แก่

1. กลุ่มแรงงานข้ามชาติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ยังไม่มีพาสปอร์ตจากประเทศตนเองประมาณ 700,000 คน ซึ่งต้องทำเอกสารรับรองสถานะบุคคล (CI) เพื่อใช้เป็นเอกสารแสดงตนในการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน แม้ปัจจุบันจะมีศูนย์ทำ CI อยู่ 5 แห่งทั่วประเทศ แต่ยังประสบปัญหาระบบคิวนายหน้า ที่เรียกเก็บเงินจากแรงงาน 1,300–1,500 บาท

ทราย ทุน ส่วย ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับการทำ CI ว่า แรงงานจะต้องชำระค่าเล่ม CI 2,660 บาท, ค่าภาษีนำส่งรัฐบาลเมียนมา 1,800 บาท และค่าวีซ่า 3,000 บาท รวมแล้วแรงงาน 1 คน ต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 10,000 บาท เพื่อแลกกับเล่ม CI

สวนทางกับข้อมูลของเกรียงไกร จักกะพาก ผู้ประกอบการบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ ที่ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์พิสูจน์สัญชาติและออกเอกสารรับรองบุคคล CI สำหรับแรงงานเมียนมา จ.สมุทรปราการ ว่ากระบวนการทำหนังสือเดินทางเป็นระเบียบของทุกประเทศที่ต้องปฏิบัติตามร่วมกัน รวมทั้งเขาระบุว่าค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายตามจริง คือ 2,660 บาท และเรื่องค่าระบบคิวนายหน้านั้นเขาไม่ทราบข้อมูล จะมีเพียงค่าบริการที่เป็นค่าใช้จ่ายที่ตกลงกัน ระหว่างคนนำพาแรงงานมายังศูนย์ CI กับตัวแรงงานข้ามชาติ ที่ถือเป็นค่าบริการดำเนินการ

2. กลุ่มแรงงานตามมติ ครม. 24 กันยายน 2567 และมติ ครม. 2 ธันวาคม 2568 จำนวนเกือบ 2 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่มีหนังสือรับรองสถานะบุคคลแต่กำลังจะหมดอายุ โดยรัฐบาลทหารพม่ามีแนวทางให้กลุ่มนี้เดินทางกลับไปทำหนังสือเดินทาง ณ พื้นที่ชั้นในของประเทศเมียนมา เช่น ย่างกุ้ง และเนปิดอว์เท่านั้น

อดิศร มองว่า เป็นมาตรการที่รัฐบาลเมียนมา พยายามบีบบังคับให้แรงงานต้องเดินทางกลับ พร้อมทั้งโอนเงินกลับประเทศ เสียภาษีให้รัฐบาล รวมถึงตอบสนองความต้องการกำลังพลเข้าไปเป็นทหารในกองทัพ

3. กลุ่มแรงงาน MOU ที่ครบวาระ 4 ปี ในปี 2569–2570 จำนวนประมาณ 100,000 คน ซึ่งตามกฎหมายแรงงาน MOU จะต้องเดินทางกลับประเทศภายใน 30 วัน จึงจะนำกลับเข้ามาทำงานใหม่ได้ แรงงานกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะต้องกลับประเทศและไม่สามารถเดินทางกลับออกมาได้อีก จากนโยบายบังคับเกณฑ์ทหาร

“เราประเมินว่ามีโอกาสที่แรงงานมากกว่าหนึ่งล้านคนจะหลุดออกจากระบบในรอบนี้”

อดิศร เกิดมงคล

ผลกระทบดังกล่าวส่งผลต่อเนื่องไปยังผู้ประกอบการในประเทศไทย นิลุบล พงษ์พยอม ผู้แทนกลุ่ม“นายจ้างสีขาว” ซึ่งเป็นกลุ่มนายจ้างที่ใช้แรงงานข้ามชาติ ระบุว่าสภาพเศรษฐกิจไทยซบเซามาตั้งแต่ช่วงหลังโควิด-19 และในปีนี้หลายภาคส่วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม หลายกิจการกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูธุรกิจ แต่ต้องมาได้รับผลกระทบจากแนวทางการต่ออายุเอกสารของแรงงานข้ามชาติที่รัฐบาลไทยดึงรัฐบาลเมียนมาเข้ามาเกี่ยวข้อง จนกลายเป็นภาระของผู้ประกอบการ ทำให้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงการขาดแคลนแรงงานในระบบ จากกระบวนการต่ออายุหนังสือเดินทาง และใบอนุญาตทำงานที่ซับซ้อน

เสนอไทยขึ้นทะเบียนต่ออายุทำงานฝ่ายเดียว ดึงแรงงานข้ามชาติอยู่ในระบบ ระยะเร่งด่วน 1-2 ปี

นิลุบล ยังระบุด้วยว่า ปัญหาที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับในขณะนี้ คือ

  • ค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารให้แรงงานข้ามชาติที่สูงขึ้น

  • การที่รัฐบาลเมียนมาบังคับให้แรงงาน ต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง นำมาซึ่งความเสี่ยงขาดแคลนแรงงานที่ไม่สามารถเดินทางกลับมาทำงานได้

พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน ขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาเปิดขึ้นทะเบียนและต่ออายุแรงงานฝ่ายเดียวแบบชั่วคราวไปก่อน เพื่อให้แรงงานทุกคนสามารถเข้าสู่ระบบได้ภายในระยะเวลา 1–2 ปี

อดิศร ยังมองว่า ทางเลือกนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในสถานการณ์ที่ยังขาดแคลนแรงงาน ทั้งจากกรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่ภาคธุรกิจสูญเสียแรงงานกัมพูชาไปกว่า 4 แสนคน ซึ่งปัจจุบันชดเชยได้เพียงบางส่วนจากการนำแรงงานในพื้นที่พักพิงชั่วคราวออกมาทำงาน โดยหากรัฐบาลปล่อยให้แรงงานข้ามชาติหลุดออกจากระบบไปอีก 1 ล้านคน จะทำให้เกิดสภาวะขาดแคลนแรงงานเฉียบพลัน โดยเฉพาะในภาคการเกษตรและการก่อสร้างที่พึ่งพิงแรงงานข้ามชาติเป็นหลัก

ขณะเดียวกันข้อโต้แย้งทางสังคมบางส่วนที่มองว่า การให้รัฐบาลไทยเปิดขึ้นทะเบียนแรงงานฝ่ายเดียว จะทำให้ไทยไม่สามารถบริหารจัดการคนกลุ่มนี้ได้เนื่องจากไม่มีฐานข้อมูลนั้น อดิศร ย้ำว่าเป็นข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากประเทศไทยมีฐานข้อมูลของแรงงานกลุ่มนี้อยู่แล้ว ผ่านการเก็บอัตลักษณ์บุคคลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, การทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) โดยกระทรวงมหาดไทย รวมถึงการเก็บข้อมูลสุขภาพผ่านการตรวจสุขภาพกับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบฐานข้อมูลของไทยมีความพร้อมมากกว่ารัฐบาลเมียนมา ในการดำเนินการลงทะเบียนแรงงานกลุ่มนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ระวังข้อความหลอก

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ระดมทีมช่าง 500 คน ประเมินความเสียหายบ้าน คาดเริ่มจ่ายใน 2 สัปดาห์

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

“พาณิชย์”วางแผนรับมือค่าครองชีพพุ่งจากพลังงาน เตรียม 3 มาตรการช่วยประชาชน

Manager Online

“พาณิชย์”ลุยคุมเข้มนำเข้าขยะและของเสียผิดกฎหมาย ปกป้องสิ่งแวดล้อม ประชาชน

Manager Online

ททท. นำทีม 14 ผู้ประกอบการไทยร่วมงาน ITB Asia 2026 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เปิดเวทีเจรจาธุรกิจ B2B เจาะตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากภูมิภาคเอเชีย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

รัฐบาลเดินหน้า ยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง เสนอจัดตั้งสำนักงาน GMSTO ในไทย เชื่อมความร่วมมือ 6 ประเทศ

สวพ.FM91

แคนตันทาวเวอร์อัดโปรแรง จัดเต็มสิทธิพิเศษ-โชว์วัฒนธรรมสุดอลังการ ชวนนักลงทุนทั่วโลกร่วมสัมผัสเสน่ห์เมืองกวางโจว ต้อนรับงานแคนตันแฟร์ ครั้งที่ 140

SMART SME

เซ็นทรัล ภูเก็ต เผยความคืบหน้า Luxury Expansion ขยายโซนหรูอีกเท่าตัว ดึงแบรนด์โลกปักหมุด เปิดเฟสแรกปี 2570

TODAY Bizview
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...