โอกาสทองธุรกิจไทย! รู้จัก ‘IFC Oman’ สะพานเชื่อมเงินทุนตะวันออกกลางสู่ตลาดเกิดใหม่
โอมานจัดตั้ง ‘ศูนย์การเงินระหว่างประเทศ’ แห่งใหม่ เพื่อดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยศูนย์กลางแห่งนี้มีความเป็นอิสระด้านกฎระเบียบ การศาล และมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ยาวนานหลายสิบปี
ประเด็นสำคัญ
- ‘IFC Oman’ คืออะไร
- สิทธิประโยชน์ทางภาษีและความยืดหยุ่นทางธุรกิจ
- จุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
- โอกาสและความร่วมมือระหว่างโอมาน-ไทย-อาเซียน
- การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจตามวิสัยทัศน์ ‘Oman Vision 2040’
นอกจากนี้ โอมานยังมุ่งมั่นสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ รวมถึงการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการลงทุนกับประเทศไทยในด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยขับเคลื่อนระบบการดำเนินงานเพื่อให้เกิดความคล่องตัวสูงสุด
การพัฒนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘วิสัยทัศน์โอมาน 2040’ ที่ต้องการลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือสำหรับธุรกิจระดับโลก
‘IFC Oman’ คืออะไร
IFC Oman เป็นศูนย์กลางทางการเงินและการลงทุนระดับสากลแห่งใหม่ของประเทศโอมาน ตั้งอยู่ที่กรุงมัสกัต (Muscat) เมืองหลวงของโอมาน โดยได้รับการจัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกา (Royal Decree) เมื่อช่วงต้นปี 2026 เพื่อทำหน้าที่เป็นเขตเศรษฐกิจและการเงินอิสระที่มุ่งดึงดูดทุนและสถาบันการเงินจากทั่วโลก
อัล ฮุสเซน อัล กัลฮาตี รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ศูนย์การเงินระหว่างประเทศแห่งโอมาน (IFC Oman) ให้สัมภาษณ์ THE STANDARD ในช่วงการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ที่จัดขึ้นที่ กรุงเทพฯ วันนี้ (15 ตุลาคม)
โดย อัล กัลฮาตี ระบุว่า ศูนย์การเงินนี้ มีโครงสร้างการกำกับดูแลที่เป็นอิสระจากกฎหมายท้องถิ่นของโอมานอย่างสิ้นเชิง โดยมีหน่วยงานจดทะเบียนบริษัทที่เป็นอิสระ มีหน่วยงานกำกับดูแลที่ออกใบอนุญาตและตรวจสอบสถาบันการเงินและกิจกรรมทางการเงินโดยเฉพาะ รวมถึงมีศาลอิสระที่ใช้ระบบกฎหมาย Common Law พร้อมด้วยศูนย์อนุญาโตตุลาการของตนเอง
และเนื่องจากเป็นศูนย์กลางการเงินที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด จึงไม่มีข้อจำกัดจากระบบโครงสร้างพื้นฐานเดิม โดยมีการนำ AI เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งในกระบวนการจดทะเบียนบริษัท การกำกับดูแลและตรวจสอบสถาบันการเงิน รวมถึงการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการดำเนินงานภายใน IFC Oman
สิทธิประโยชน์ทางภาษีและความยืดหยุ่นทางธุรกิจ
อัล กัลฮาตี ระบุว่า IFC Omanจะมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับกิจกรรมที่เข้าเกณฑ์ (Qualified Activities) สูงสุดนานถึง 50 ปี รวมถึงยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกิจการที่ดำเนินกิจกรรมตามเกณฑ์ และยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับพนักงาน
นอกจากนี้ ยังไม่มีการเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) สำหรับการรับบริการจากต่างประเทศ และมีโครงสร้างนิติบุคคลที่หลากหลาย รองรับโครงสร้างทางกฎหมายทุกรูปแบบตามความต้องการของธุรกิจ เช่น บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) หรือนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPVs) เพื่ออำนวยความสะดวกในการร่วมลงทุน
จุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความแตกแยก (Fragmentation) และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ จาก IFC Oman กล่าวว่า โอมานวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางที่มีความมั่นคง ปลอดภัย (Safe & Trusted Platform) และมุ่งส่งเสริมสันติภาพ
อัล กัลฮาตียังเน้นย้ำว่า ที่ผ่านมาโอมานรักษาความสัมพันธ์อันดีและยาวนานกับหลายภูมิภาค ทั้งกลุ่มประเทศ GCC ยุโรป จีน อินเดีย แอฟริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Markets) ที่ต้องการเงินทุน กับแหล่งเงินทุนระดับโลก โดยที่การดำเนินงานและแผนงานของโอมานดำเนินไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างมั่นคง โดยไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในภูมิภาค
สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าวกลับเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ช่วยขับเน้นบทบาทของโอมาน และ IFC Oman ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เนื่องจากภาคธุรกิจและสถาบันการเงินระหว่างประเทศยังคงเชื่อมั่นและมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง แต่เริ่มมองหาการกระจายความเสี่ยง (Diversification) และให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) สูงสุด ด้วยเสถียรภาพ ความปลอดภัย และนโยบายที่ส่งเสริมสันติภาพ โอมานจึงกลายเป็น ‘ตัวเลือกตามธรรมชาติ’ (Natural Option) ที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจที่ต้องการตั้งหลักแหล่งในแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ เพื่อเข้าถึงตลาดระดับโลกและตลาดเกิดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
โอกาสและความร่วมมือระหว่างโอมาน-ไทย-อาเซียน
อัล กัลฮาตีมองว่า ไทยและโอมานมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นอยู่แล้วในภาคพลังงาน โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว ความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจึงเป็นการต่อยอดความร่วมมือเดิม อีกทั้งการเปิดตัว IFC Oman ยังจะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพภาคการเงินระหว่างกัน
โดยที่ธุรกิจไทยและเอเชียสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากกลุ่มประเทศ GCC และสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มของ IFC Oman เพื่อนำไปขยายธุรกิจได้ และนักลงทุนไทยก็มีโอกาสเข้าไปลงทุนในโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติของโอมาน
การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจตามวิสัยทัศน์ ‘Oman Vision 2040’
Oman Vision 2040 คือ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระยะยาวของประเทศโอมาน ที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแม่บทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ ตั้งแต่ปี 2021 ไปจนถึงปี 2040 โดยกรอบยุทธศาสตร์นี้เปรียบเสมือน ‘แผนที่เดินทาง’ (Roadmap) ที่มุ่งหวังเปลี่ยนผ่านประเทศโอมาน จากการพึ่งพารายได้จากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ไปสู่การเป็น เศรษฐกิจฐานความรู้และนวัตกรรมที่ยั่งยืน (Knowledge-Based Economy)
วิสัยทัศน์นี้วางอยู่บน 4 เสาหลัก (Core Pillars) ครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนา ได้แก่
- มนุษย์และสังคม (People and Society) ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต การศึกษา ระบบสาธารณสุข และการเพิ่มการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในตลาดแรงงาน
- เศรษฐกิจและการพัฒนา (Economy and Development) ที่มุ่งลดการพึ่งพาน้ำมัน โดยส่งเสริม 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ การขนส่งและโลจิสติกส์, การท่องเที่ยว, การผลิต (Manufacturing), ประมง-เกษตรกรรม และการเงิน-การบริการ ซึ่งรวมถึงการจัดตั้ง IFC Oman)
- การบริหารจัดการและธรรมาภิบาล (Governance and Institutional Performance) ที่มุ่งปฏิรูประบบราชการ เพิ่มความโปร่งใส ปรับปรุงกฎหมายให้เป็นสากล เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ (FDI)
- สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน (Environmental Sustainability) ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ มุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
อัล กัลฮาตีกล่าวว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โอมานปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และมุ่งสู่การกระจายตัวทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการดึงดูด FDI ในภาคโลจิสติกส์, การขนส่งทางเรือ, ภาคการเงิน, การท่องเที่ยว, พลังงานสะอาด, ไฮโดรเจน และการลงทุนตามแนวทาง ESG
การก้าวขึ้นมาของ IFC Oman จึงไม่ได้เป็นเพียงการตั้งศูนย์การเงินแห่งใหม่ของภูมิภาคเท่านั้น แต่คือหมุดหมายสำคัญของโอมานในการพลิกโฉมเศรษฐกิจตามวิสัยทัศน์ ‘Oman Vision 2040’ ท่ามกลางโลกที่ผันผวนและแตกแยก โอมานได้ใช้จุดแข็งด้านเสถียรภาพ ความเป็นกลาง และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงเงินทุนคุณภาพจากทั่วโลกเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ ซึ่งไม่เพียงแต่จะเปิดประตูสู่โอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ยังเป็น ‘จังหวะก้าวสำคัญ’ สำหรับภาคธุรกิจและนักลงทุนไทยในการเข้าถึงแหล่งทุนและสร้างพันธมิตรระดับสากลในระยะยาว