โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

6 เคล็ดลับ "ดับกลิ่นห้องน้ำ" ใช้ของในบ้าน ไม่ต้องซื้อผลิตภัณฑ์แพงๆ

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ห้องน้ำเหม็นทำไงดี? เปิด 6 วิธีดับกลิ่นง่ายๆ ไม่ต้องใช้สเปรย์ปรับอากาศ

6 วิธีดับกลิ่นห้องน้ำเหม็น ไม่ต้องพึ่งสเปรย์ปรับอากาศ ใช้ของใกล้ตัว แก้กลิ่นได้ตรงจุด

ห้องน้ำเหม็นทำอย่างไรดี? เป็นปัญหาที่หลายบ้านต้องเจอ แม้จะทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ แต่บางครั้งกลิ่นไม่พึงประสงค์ก็ยังกลับมา โดยเฉพาะกลิ่นจากโถสุขภัณฑ์ ท่อระบายน้ำ หรือความอับชื้นที่สะสมตามมุมห้อง หลายคนจึงเลือกใช้สเปรย์ปรับอากาศหรือก้อนดับกลิ่นเพื่อให้ห้องน้ำหอมขึ้น แต่ความจริงแล้วการเพิ่มกลิ่นหอมไม่ได้ช่วยกำจัดต้นเหตุของกลิ่นเสมอไป

การลดกลิ่นเหม็นในห้องน้ำไม่จำเป็นต้องพึ่งผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นราคาแพง เพราะมีวิธีง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ด้วยอุปกรณ์และวัตถุดิบใกล้ตัว ตั้งแต่เบกกิ้งโซดา กากกาแฟ ไปจนถึงการดูแลท่อระบายน้ำและการระบายอากาศ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้นหาว่ากลิ่นมาจากบริเวณใด แล้วแก้ไขให้ตรงจุด เพื่อไม่ให้ห้องน้ำกลับมาเหม็นซ้ำอีก

1. ใช้เบกกิ้งโซดา ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์

เบกกิ้งโซดา (Baking Soda) หรือโซเดียมไบคาร์บอเนต เป็นวัตถุดิบที่หลายบ้านมีติดครัว สามารถนำมาใช้ช่วยจัดการกลิ่นบางประเภทได้ โดยเฉพาะกลิ่นที่เกี่ยวข้องกับสารประกอบที่มีความเป็นกรด เนื่องจากเบกกิ้งโซดามีคุณสมบัติเป็นด่างอ่อน ๆ และสามารถทำปฏิกิริยากับสารบางชนิดที่ก่อให้เกิดกลิ่นได้

วิธีใช้ทำได้ง่าย เพียงใส่เบกกิ้งโซดาลงในถ้วยหรือภาชนะขนาดเล็ก แล้ววางไว้บริเวณมุมห้องน้ำที่แห้งและปลอดภัย โดยหลีกเลี่ยงจุดที่น้ำกระเด็นถึง หากต้องการทดลองใช้สามารถเปลี่ยนใหม่เมื่อพบว่าผงจับตัวเป็นก้อนหรือเปียกชื้น

อย่างไรก็ตาม การวางเบกกิ้งโซดาไว้ในห้องไม่ได้รับประกันว่าจะกำจัดกลิ่นทั้งหมดได้ โดยเฉพาะหากกลิ่นมาจากท่อระบายน้ำหรือคราบสกปรกที่สะสมอยู่เป็นเวลานาน จึงควรใช้เป็นเพียงตัวช่วยเสริมควบคู่กับการทำความสะอาด ไม่ใช่วิธีหลักในการแก้ปัญหา

2. นำกากกาแฟแห้งมาใช้ ช่วยลดกลิ่นอับในห้องน้ำ

สำหรับบ้านที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ กากกาแฟที่เหลือจากการชงอาจนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ โดยกากกาแฟแห้งสามารถช่วยกลบกลิ่นบางส่วนด้วยกลิ่นกาแฟตามธรรมชาติ และอาจช่วยดูดซับสารก่อกลิ่นบางชนิดได้ แต่ประสิทธิภาพในการดับกลิ่นจริงอาจแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม

วิธีทำคือ นำกากกาแฟที่ใช้แล้วไปตากหรืออบให้แห้งสนิท จากนั้นใส่ถ้วยเล็กหรือถุงผ้าที่ระบายอากาศได้ แล้วนำไปวางบริเวณมุมห้องน้ำที่ไม่โดนน้ำโดยตรง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบกลิ่นกาแฟอ่อน ๆ และต้องการนำของเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์

ข้อควรระวัง คือกากกาแฟต้องแห้งจริง ๆ เพราะหากยังมีความชื้นอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและทำให้เกิดกลิ่นอับมากกว่าเดิม หากพบว่ากากกาแฟเริ่มชื้น จับตัวเป็นก้อน หรือมีเชื้อรา ควรนำไปทิ้งทันที และไม่ควรเทกากกาแฟลงท่อระบายน้ำ เพราะอาจสะสมจนทำให้ท่ออุดตันได้

3. ตรวจสอบท่อระบายน้ำ จุดที่หลายคนมองข้าม

หนึ่งในสาเหตุสำคัญของกลิ่นเหม็นในห้องน้ำคือท่อระบายน้ำ โดยเฉพาะท่อระบายน้ำที่พื้น ซึ่งอาจมีเส้นผม เศษสบู่ คราบไขมัน และสิ่งสกปรกสะสมอยู่ เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานอาจเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์และทำให้น้ำไหลได้ช้าลง

หากเพิ่งล้างห้องน้ำแต่ยังมีกลิ่นเหม็นกลับมาอย่างรวดเร็ว ควรเริ่มตรวจสอบฝาท่อระบายน้ำก่อน โดยเปิดฝาครอบเท่าที่สามารถทำได้อย่างปลอดภัย จากนั้นนำเส้นผมและเศษสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บริเวณปากท่อออก พร้อมทำความสะอาดฝาครอบและพื้นที่โดยรอบเป็นประจำ

นอกจากนี้ ห้องน้ำที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานอาจเกิดปัญหาน้ำในท่อดักกลิ่นหรือบ่อดักกลิ่นแห้ง ทำให้ก๊าซจากระบบท่อระบายน้ำไหลย้อนขึ้นมาได้ หากตรวจพบว่าท่อดักกลิ่นแห้ง การเติมน้ำสะอาดในปริมาณเหมาะสมอาจช่วยให้ระบบดักกลิ่นกลับมาทำงานได้ แต่ถ้ากลิ่นยังคงอยู่ ควรให้ช่างตรวจสอบระบบระบายน้ำ

หากมีกลิ่นคล้ายก๊าซจากท่อระบายน้ำรุนแรงหรือเกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ควรพยายามแก้ด้วยน้ำหอมหรือสารดับกลิ่นเพียงอย่างเดียว เพราะอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบท่อ ซีล หรือการระบายอากาศของท่อที่ต้องได้รับการซ่อมแซม

4. ใช้มะนาวช่วยทำความสะอาดคราบบางชนิด

มะนาว เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบในครัวที่สามารถนำมาใช้ช่วยทำความสะอาดคราบบางประเภทได้ เนื่องจากมีกรดซิตริก (Citric Acid) ตามธรรมชาติ ซึ่งอาจช่วยละลายคราบหินปูนหรือคราบแร่ธาตุบางชนิดบนพื้นผิวที่ทนกรดได้ พร้อมให้กลิ่นสดชื่นตามธรรมชาติ

วิธีใช้คือ นำน้ำมะนาวมาผสมน้ำสะอาดเล็กน้อย แล้วใช้ผ้าชุบน้ำมะนาวที่เจือจางเช็ดบริเวณพื้นผิวที่เหมาะสม จากนั้นล้างหรือเช็ดด้วยน้ำสะอาดและทำให้แห้ง โดยควรทดลองกับบริเวณเล็ก ๆ ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ทำลายพื้นผิว

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้น้ำมะนาวกับหินธรรมชาติบางชนิด เช่น หินอ่อนหรือหินปูน เพราะกรดอาจกัดกร่อนผิวหิน และไม่ควรนำมาใช้แทนน้ำยาฆ่าเชื้อ เนื่องจากมะนาวไม่ได้มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคที่สามารถรับประกันได้เหมือนผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่ผ่านการรับรอง

คำเตือนสำคัญ: ห้ามผสมน้ำมะนาว น้ำส้มสายชู หรือสารที่มีฤทธิ์เป็นกรดกับน้ำยาฟอกขาวหรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีคลอรีน เพราะอาจทำให้เกิดก๊าซคลอรีนที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดตามคำแนะนำบนฉลาก และไม่ผสมน้ำยาต่างชนิดเข้าด้วยกัน

5. ลดความชื้นในห้องน้ำ ป้องกันกลิ่นอับสะสม

ห้องน้ำที่มีความชื้นสูงเป็นเวลานานอาจเกิดกลิ่นอับได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณผนัง พื้นห้องน้ำ ม่านกั้นอาบน้ำ พรมเช็ดเท้า และผ้าขนหนูที่เปียกชื้น เพราะความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา

สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา (EPA) แนะนำว่า การลดความชื้นและเพิ่มการระบายอากาศเป็นวิธีสำคัญในการควบคุมปัญหาเชื้อราในบ้าน โดยเฉพาะบริเวณห้องน้ำที่มีการใช้น้ำเป็นประจำ

หลังอาบน้ำควรเปิดพัดลมระบายอากาศหรือเปิดหน้าต่างหากสภาพอากาศภายนอกเอื้ออำนวย เพื่อช่วยระบายไอน้ำและลดความชื้นภายในห้อง รวมถึงใช้ไม้รีดน้ำหรือผ้าเช็ดบริเวณที่มีน้ำขัง ส่วนผ้าขนหนูและพรมเช็ดเท้าควรนำไปตากในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก

หากพบรอยรั่วของท่อน้ำหรือมีน้ำซึมตามผนัง ควรซ่อมแซมโดยเร็ว เพราะการเช็ดทำความสะอาดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาความชื้นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้

6. ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์ให้ทั่วถึง โดยเฉพาะจุดที่มองไม่เห็น

แม้จะกดชักโครกและล้างห้องน้ำเป็นประจำ แต่บริเวณขอบโถสุขภัณฑ์ บานพับฝารองนั่ง และฐานชักโครก อาจเป็นจุดที่มีคราบปัสสาวะหรือสิ่งสกปรกสะสมโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของกลิ่นเหม็นที่ยังคงอยู่แม้พื้นห้องน้ำจะดูสะอาดแล้ว

ควรใช้แปรงขัดและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสมกับพื้นผิว ทำความสะอาดด้านในโถสุขภัณฑ์ ขอบโถ ฝารองนั่ง บานพับ และบริเวณรอยต่อระหว่างโถกับพื้น โดยปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ และสวมถุงมือเพื่อสุขอนามัย

หากทำความสะอาดอย่างทั่วถึงแล้วแต่ยังมีกลิ่นเหม็นออกมาจากบริเวณฐานชักโครก อาจต้องตรวจสอบซีลกันกลิ่นหรือจุดเชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำ เพราะซีลที่เสื่อมสภาพหรือรั่วอาจทำให้กลิ่นจากระบบท่อเล็ดลอดออกมาได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ

ดับกลิ่นห้องน้ำให้ได้ผล ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ทำให้หอม

แม้สเปรย์ปรับอากาศ ก้อนดับกลิ่น หรือผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นต่าง ๆ จะช่วยทำให้ห้องน้ำมีกลิ่นหอมขึ้นชั่วคราว แต่หากยังมีคราบสกปรก ความชื้น หรือปัญหาจากระบบท่อระบายน้ำ กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็สามารถกลับมาได้อีก

ดังนั้น วิธีจัดการกลิ่นห้องน้ำที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดมี 3 เรื่อง ได้แก่ การกำจัดสิ่งสกปรกที่เป็นต้นตอของกลิ่น การดูแลระบบท่อระบายน้ำและท่อดักกลิ่นให้อยู่ในสภาพปกติ และการลดความชื้นภายในห้องน้ำอย่างสม่ำเสมอ

สรุป 6 วิธีดับกลิ่นห้องน้ำ ทำง่าย ไม่ต้องพึ่งผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่น

การลดกลิ่นเหม็นในห้องน้ำสามารถเริ่มต้นได้จากวิธีง่าย ๆ ได้แก่ ใช้เบกกิ้งโซดา ใช้กากกาแฟแห้ง ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ใช้มะนาวกับพื้นผิวที่เหมาะสม ลดความชื้น และทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์อย่างทั่วถึง โดยแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไป

อย่างไรก็ตาม การใช้วัตถุดิบธรรมชาติไม่ได้หมายความว่าจะกำจัดกลิ่นหรือเชื้อโรคได้ทุกชนิด หากห้องน้ำยังมีกลิ่นเหม็นต่อเนื่องแม้ทำความสะอาดแล้ว ควรตรวจสอบปัญหาระบบท่อและการระบายอากาศ เพราะการแก้ไขต้นเหตุเป็นวิธีที่ช่วยให้ห้องน้ำสะอาดและน่าใช้งานได้อย่างยั่งยืนมากกว่าการใช้กลิ่นหอมกลบปัญหา

แหล่งอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...