โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แถลงการณ์ IMFC เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยงขาลง จี้คุมวินัยการคลัง ลดหนี้สาธารณะ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คณะกรรมการการเงินและการคลังระหว่างประเทศ (IMFC) เผยเศรษฐกิจโลกยังรับมือแรงกระแทกได้ดีกว่าคาด แต่ความเสี่ยงยังอยู่ในระดับสูง ทั้งสงคราม ความตึงเครียดทางการค้า หนี้สาธารณะ และความผันผวนของตลาดการเงิน ย้ำเร่งฟื้นฟูฐานะการคลัง รักษาเสถียรภาพราคา เสริมความมั่นคงระบบการเงิน และผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

IMFC ระบุว่า เศรษฐกิจโลกยังแสดงความยืดหยุ่นต่อแรงกระแทกที่เกิดขึ้นต่อเนื่องได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ไม่อาจวางใจได้ว่า ความแข็งแกร่งดังกล่าวจะดำเนินต่อไป ท่ามกลางสงครามและความขัดแย้งที่สร้างความสูญเสียด้านมนุษยธรรมและก่อผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง รวมถึงความตึงเครียดทางการค้าและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่เพิ่มความไม่แน่นอนและแรงกดดันด้านราคา

ประเด็นดังกล่าวเป็นสาระสำคัญในแถลงการณ์ประธานการประชุมครั้งที่ 54 ของคณะกรรมการการเงินและการคลังระหว่างประเทศ (International Monetary and Financial Committee: IMFC) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย

สมาชิกเห็นพ้องว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังเติบโตได้ค่อนข้างมีเสถียรภาพ แต่ความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของหลายประเทศลดลงแล้ว ขณะที่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจยังแตกต่างกัน และประเทศรายได้ต่ำกับรัฐเปราะบางมีความเสี่ยงที่จะยิ่งตามหลังประเทศอื่น

เตือนความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกยังโน้มไปด้านลบ

IMFC ระบุว่า ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกยังโน้มไปในทิศทางขาลง หากความขัดแย้งและความตึงเครียดทางการค้ารุนแรงขึ้น อาจกระทบเส้นทางการค้าสำคัญ เพิ่มแรงกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์พลังงานที่ผ่านการกลั่น ตลอดจนซ้ำเติมความไม่มั่นคงด้านพลังงานและอาหาร

อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่มีความสำคัญเชิงระบบปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับผลกระทบที่ส่งผ่านไปยังภาวะการเงินโลก ในช่วงที่หลายประเทศมีหนี้สาธารณะและความต้องการรีไฟแนนซ์ในระดับสูง ปัจจัยเหล่านี้อาจขยายความเปราะบางทางเศรษฐกิจและการเงินให้รุนแรงขึ้น

ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงต่อเศรษฐกิจและระบบการเงิน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ภัยพิบัติและสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดบ่อยขึ้น รวมถึงการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนเพิ่มความซับซ้อนในการดำเนินนโยบายของแต่ละประเทศ

เร่งแก้จุดเปราะบางการคลัง รักษาเสถียรภาพราคา

สมาชิก IMFC ยืนยันว่า การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและระบบการเงินยังเป็นเป้าหมายสำคัญ โดยต้องดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่มีความน่าเชื่อถือและสอดคล้องกัน ควบคู่กับความร่วมมือพหุภาคี เพื่อสนับสนุนการเติบโตที่เข้มแข็งและกระจายประโยชน์อย่างทั่วถึง

ด้านการคลัง ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องเร่งจัดการความเปราะบางและเดินหน้าปรับฐานะการคลัง โดยมีกรอบนโยบายระยะกลางที่น่าเชื่อถือ เพื่อรักษาความยั่งยืนทางการคลังและหนี้สาธารณะ ตลอดจนฟื้นฟูเงินสำรองรองรับวิกฤต ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงการคุ้มครองกลุ่มเปราะบางและการรักษาการลงทุนที่มีความสำคัญต่อผลิตภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สำหรับธนาคารกลาง สมาชิกย้ำความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพราคาให้สอดคล้องกับพันธกิจของแต่ละแห่ง พร้อมปรับนโยบายตามข้อมูลเศรษฐกิจและสื่อสารอย่างชัดเจน โดยความเป็นอิสระของธนาคารกลางยังเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของนโยบายและการยึดเหนี่ยวคาดการณ์เงินเฟ้อ

นอกจากนี้ จะติดตามและจัดการความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุน “Bangkok Blueprint” เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันภัยในบริการการเงินดิจิทัล เสริมความสามารถในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ และเพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามการฉ้อโกงทางดิจิทัล

หนุนเอกชนใช้ AI เพิ่มผลิตภาพ พร้อมรับมือความเสี่ยง

IMFC สนับสนุนการปฏิรูปเพื่อส่งเสริมการเติบโตที่ขับเคลื่อนโดยภาคเอกชน โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ขณะเดียวกันต้องบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและทำให้ผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงกระจายไปสู่ประชาชนในวงกว้าง

สมาชิกยังย้ำความจำเป็นในการร่วมกันจัดการความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจโลกที่มากเกินไปและความตึงเครียดทางการค้า หลีกเลี่ยงนโยบายที่บิดเบือนกลไกตลาด และเสริมความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการปฏิรูปที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศและความร่วมมือพหุภาคี เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจโลกที่เปิดกว้างและเป็นธรรม

พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำความสำคัญของการไหลเวียนพลังงานที่มั่นคงและปลอดภัย รวมถึงการยึดมั่นในหลักเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก และยืนยันพันธกรณีด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ได้แลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกันเมื่อเดือนเมษายน 2564

ช่วยประเทศเปราะบาง แก้ปัญหาหนี้อย่างเป็นระบบ

ในด้านหนี้สาธารณะ IMFC ระบุว่าจะสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ให้เดินหน้าปฏิรูปและแก้ไขความเปราะบางด้านหนี้ ผ่านนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่เหมาะสม การระดมทรัพยากรภายในประเทศ และการยกระดับธรรมาภิบาล โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับประเทศรายได้ต่ำ ประเทศรายได้ปานกลางที่เปราะบาง รัฐที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง และประเทศกำลังพัฒนาขนาดเล็ก

สมาชิกยังมุ่งปรับปรุงกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงภายใต้กรอบ Common Framework โดยต่อยอดความคืบหน้าที่เกิดขึ้นและเดินหน้างานของเวที Global Sovereign Debt Roundtable เพื่อให้การปรับโครงสร้างหนี้มีความคาดการณ์ได้ ทันเวลา เป็นระเบียบ และประสานงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมถึงเจ้าหนี้เอกชน เพิ่มความโปร่งใสด้านหนี้

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการช่วยเหลือประเทศที่มีหนี้ยั่งยืนและมีแผนปฏิรูปเพื่อกระตุ้นการเติบโตอย่างชัดเจน แต่เผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุนระยะสั้น ด้วยการเร่งดำเนินการตามแนวทาง 3 เสาหลักของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) พร้อมขอบคุณสมาชิกที่ให้คำรับรองเพื่อสนับสนุนขีดความสามารถในการปล่อยสินเชื่ออย่างยั่งยืนของกองทุนเพื่อการลดความยากจนและการเติบโต (PRGT) และหวังให้สมาชิกที่เหลือดำเนินการโดยเร็ว

ปรับการทำงาน IMF เสริมทรัพยากรและธรรมาภิบาล

IMFC สนับสนุนวาระนโยบายระดับโลกของกรรมการผู้จัดการ IMF รวมถึงการทบทวนนโยบายที่ครอบคลุม ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับติดตามเศรษฐกิจ การวิเคราะห์หนี้ การให้สินเชื่อ และการพัฒนาศักยภาพ โดยคาดหวังให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมต่อสมาชิกทุกประเทศ

สมาชิกยังสนับสนุนการเชื่อมโยงงานพัฒนาศักยภาพเข้ากับการกำกับติดตามเศรษฐกิจและการให้สินเชื่อ เพื่อช่วยให้ประเทศสมาชิกระบุความเสี่ยง จัดการความไม่แน่นอน และดำเนินนโยบายที่เหมาะสม รวมถึงกรอบนโยบายที่น่าเชื่อถือเพื่อสร้างความยืดหยุ่นและส่งเสริมการเติบโต พร้อมสนับสนุนการศึกษาของ IMF เกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจมหภาคและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง

ขณะเดียวกัน IMFC ยืนยันการสนับสนุน IMF ที่เข้มแข็ง มีโควตาเป็นฐาน และมีทรัพยากรเพียงพอ เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของเครือข่ายความปลอดภัยทางการเงินโลก พร้อมเร่งให้ประเทศสมาชิกดำเนินกระบวนการอนุมัติภายในประเทศสำหรับการเพิ่มโควตาภายใต้การทบทวนโควตาทั่วไปครั้งที่ 16 (16th General Review of Quotas: GRQ) โดยไม่ล่าช้า และใช้หลักการชี้นำ Diriyah Guiding Principles เป็นแนวทางหารือการปฏิรูปโควตาและธรรมาภิบาลในอนาคต รวมถึงการทบทวนครั้งที่ 17

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการปรับปรุงการดำเนินงานของ IMF การยกระดับการบริหารความเสี่ยงองค์กร และการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงมาใช้ภายในองค์กรอย่างรอบคอบ พร้อมผลักดันการเพิ่มตัวแทนระดับภูมิภาคและผู้หญิงในตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึงคณะกรรมการบริหารและตำแหน่งผู้นำ โดยการคัดเลือกบุคลากรต้องยึดหลักความสามารถเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ IMFC ขอบคุณรัฐบาลและประชาชนไทยที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี 2569 ณ กรุงเทพฯ พร้อมชื่นชมการนำของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียในการดำเนินงานของคณะกรรมการ และต้อนรับการขยายวาระประธานของรัฐมนตรี Aljadaan ออกไปอีกหนึ่งปี โดยการประชุม IMFC ครั้งต่อไปคาดว่าจะจัดขึ้นในเดือนเมษายน 2570 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...