เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแกร่ง PMI เดือนก.ย. พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี แต่ต้นทุนเร่งตัว-บอนด์ยีลด์กลับมาดีด สูงสุดในรอบ 20 ปี
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแกร่ง PMI เดือนก.ย. พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี แต่ต้นทุนเร่งตัว-บอนด์ยีลด์กลับมาดีด สูงสุดในรอบ 20 ปี
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 ก.ย. 69 11:03 น.
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแข็งแกร่งในเดือนก.ย. โดยกิจกรรมภาคธุรกิจพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี ดีมานด์ที่แข็งแกร่งยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุน โดยตลาดประเมินว่า แนวโน้มเงินเฟ้ออาจยืดเยื้อและทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องตรึงนโยบายการเงินแบบเข้มงวดนานขึ้น
S&P Global เผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-บริการเบื้องต้นเดือนก.ย. ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแตะที่ 58.4 สูงสุดในรอบ 62 เดือน หรือนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2021 และเพิ่มขึ้นจากระดับ 56.0 เมื่อเดือนส.ค. โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่ที่พุ่งขึ้น
ทั้งนี้ คำสั่งซื้อใหม่เดือนก.ย. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 58.2 สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2022 จากระดับ 55.2 ในเดือนส.ค. ขณะที่คำสั่งซื้อที่ยังไม่ได้ดำเนินการเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2022 สะท้อนว่า อุปสงค์ยังแข็งแกร่งและกำลังการผลิตเริ่มตึงตัว แม้ภาคธุรกิจจะเพิ่มการจ้างงานเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ แต่ยังเผชิญปัญหาในการหาบุคลากร
แรงกดดันด้านอุปทานดังกล่าวเริ่มส่งผ่านไปยังต้นทุนอย่างชัดเจน โดยดัชนีราคาที่ภาคธุรกิจใช้จ่ายเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ 66.4 จาก 59.9 ในเดือนส.ค. สูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2022 ขณะที่ระยะเวลาการจัดส่งของซัพพลายเออร์ล่าช้าออกไป ส่งผลให้ปัญหาความล่าช้าในห่วงโซ่อุปทานเกิดขึ้นในวงกว้างที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2022
คริส วิลเลียมสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธุรกิจของ S&P Global Market Intelligence กล่าวว่า คำสั่งซื้อที่ยังไม่ได้ดำเนินการซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นนั้น แม้จะเป็นสัญญาณบวกต่อการขยายตัวของผลผลิตและกำลังการผลิตในช่วงหลายเดือนข้างหน้า แต่ก็สะท้อนว่าบริษัทมีอำนาจในการกำหนดราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่น่ากังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ
เศรษฐกิจแกร่ง-เงินเฟ้อยังสูง ตลาดลดมุมมองผ่อนคลายนโยบายการเงิน
ข้อมูลดังกล่าวเพิ่มความกังวลว่าอุปสงค์ที่แข็งแกร่งอาจกลายเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อเงินเฟ้อ โดยออสแตน กูลส์บี ประธานเฟด สาขาชิคาโก กล่าวว่า ผลกระทบด้านอุปทานมีแนวโน้มยืดเยื้อมากขึ้น และมีข้อบ่งชี้ว่า อุปสงค์ที่แข็งแกร่งกำลังซ้ำเติมปัญหาเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนการขนส่ง ขณะที่เฟดเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่กรอบ 3.75%-4.00% และส่งสัญญาณว่าอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
เมื่อเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้อมีความเสี่ยงยืดเยื้อ นักลงทุนจึงเพิ่มการคาดการณ์ว่า เฟดอาจต้องคุมเข้มนโยบายการเงินมากกว่าที่เคยประเมินไว้ ส่งผลให้แรงขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รุนแรงขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น
บอนด์ยีลด์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี
ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เผชิญแรงขายอย่างหนักในวันพุธ หลังข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่าคาด ประกอบกับผลการประมูลพันธบัตรสะท้อนอุปสงค์ที่อ่อนแอ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์หลายรุ่นอายุ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี
บอนด์ยีลด์ อายุ 5 ปีทะลุ 5% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 หลังผลการประมูลพันธบัตรวงเงิน 70,000 ล้านดอลลาร์ออกมาอ่อนแอกว่าคาด โดยยีลด์อยู่ที่ 5.033% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนการประมูลกว่า 3 เบซิสพอยต์
ส่วนบอนด์ยีลด์ อายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นเกือบ 17 เบซิสพอยต์ สู่ระดับ 5.13% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 เช่นกัน และมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน ซึ่งจะเทียบเท่ากับช่วงขาขึ้นที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011
ขณะที่บอนด์ยีลด์ อายุ 30 ปี เคลื่อนไหวอยู่ที่ 5.4% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 และอยู่ห่างจากระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2004 เพียง 4 เบซิสพอยต์
การปรับตัวของตลาดพันธบัตรยังส่งผลต่อสินทรัพย์ทั่วโลก โดยการซื้อขายช่วงเปิดตลาดฝั่งเอเชียวันนี้ พบว่า บอนด์ยีลด์ออสเตรเลียอายุ 3 ปีเพิ่มขึ้นกลับสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 ขณะที่บอนด์ยีลด์นิวซีแลนด์อายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นสู่ระดับที่เคยทำไว้ในช่วงปลายปี 2023
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ