โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการเตือน อากาศสุดขั้ว ประเทศไทยอยู่ยาก ยกระดับระบบรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้ง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สภาพอากาศสุดขั้วกำลังกลายเป็นความท้าทายที่ไทยต้องรับมืออย่างจริงจัง เมื่อทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และภัยแล้งรุนแรงมีแนวโน้มเกิดขึ้นซ้ำและกระทบต่อเนื่อง นักวิชาการชี้ว่าการรับมือไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการแก้ปัญหาเมื่อเกิดภัย แต่ต้องเร่งยกระดับระบบเตือนภัยและการบริหารจัดการน้ำให้สอดรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับอากาศสุดขั้ว ประเทศไทยอยู่ยาก หากไม่มีมาตรการที่ดีรองรับ โดยระบุว่า

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ออกประกาศเตือนระดับโลกขั้นสูงสุดว่า ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับ "วิกฤตสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้วสองเด้ง" โดยเฉพาะภัยพิบัติที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปีอย่าง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และภัยแล้งรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องยาวนาน

สิ่งที่ WMO และ UN บอกกับประเทศไทย คือการเตือนให้รับมือกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงขึ้นจนกลายเป็น "ซูเปอร์ไซซ์" ทุบสถิติความร้อน ซึ่งส่งผลให้รูปแบบฝนเปลี่ยนไปอย่างคาดเดาไม่ได้ บางพื้นที่ฝนทิ้งช่วงแล้งจัด แต่บางช่วงจะเจอฝนตกแช่รุนแรงจนน้ำท่วมใหญ่

ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม 1 ใน 10 ประเทศของโลกที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดต่อภัยพิบัติน้ำท่วม จากภาวะโลกร้อน

ภัยพิบัติซ้ำซากกลายเป็น "ความปกติใหม่" (New Normal)วงจรน้ำท่วมและภัยแล้งจะเกิดขึ้นทุกปีและทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมรับมือไม่ไหว

สาเหตุสำคัญ (Causes)

ภาวะโลกเดือด (Global Boiling) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ทำให้อุณหภูมิมหาสมุทรสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศสะสมความชื้นมากขึ้น เร่งให้เกิดพายุและฝนตกแช่รุนแรงในปริมาณมหาศาล

การบรรจบกันของสภาพอากาศสุดขั้ว การมาเจอกันระหว่างปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญและความร้อนสะสมของโลก ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนแบบฉับพลัน

การทำลายพื้นที่ซับน้ำ ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า และการขยายตัวของเมืองที่ขวางทางน้ำทำให้เมื่อฝนตกหนัก น้ำจึงหลากลงมาเป็นดินโคลนถล่มและน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็ว

แนวทางแก้ไข (Solutions)

WMO และ UN ได้ผลักดันแผนการรับมือผ่านโครงการหลักที่เรียกว่า"Early Warn ings for All" (ระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับทุกคน) ควบคู่กับการปรับตัวระดับประเทศ

ควรยกระดับระบบเตือนภัยล่วงหน้า (EarlWarning Systems) เปลี่ยนจากการพยากรณ์อากาศทั่วไป มาเป็นการเตือนภัยตามผลกระทบรายพื้นที่ (Impact-based Forecasting) เพื่อให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าอย่างชัดเจนว่าน้ำจะท่วมระดับไหนและต้องย้ายของเมื่อไหร่

จัดการโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่รับน้ำโดย ปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก สร้างอ่างเก็บน้ำ เขื่อนดักตะกอนดินโคลนล่วงหน้า และปรับผังเมืองเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่สูงกว่าอดีต

การกระจายความเสี่ยงด้วยระบบประกันภัย รัฐบาลต้องเข้ามาช่วยเหลือ เช่น การจัดตั้งระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อเยียวยาความเสียหายแก่บ้านเรือนและเกษตรกรอย่างรวดเร็ว ไม่ให้วิกฤตลุกลามเป็นปัญหาค่าครองชีพ

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง โดยเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อดูดซับคาร์บอนและช่วยชะลอน้ำหลาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...