“เจนเซน หวง” หลุด Top 10 มหาเศรษฐีโลก หลังหุ้น Nvidia ร่วง 9.3% สูญความมั่งคั่ง 1.51 หมื่นล้านดอลลาร์
เจนเซน หวง ซีอีโอ Nvidia ร่วงจากอันดับ 9 สู่อันดับ 13 มหาเศรษฐีโลก ด้านมหาเศรษฐี 500 อันดับแรกของโลกสูญความมั่งคั่งรวม 1.85 แสนล้านดอลลาร์ในวันเดียว
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 04.53 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจนเซน หวง (Jensen Huang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia หลุดจาก 10 อันดับมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก หลังตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก จากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายหลังพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
ความมั่งคั่งสุทธิของหวงลดลงถึง 1.51 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 1.509 แสนล้านดอลลาร์ ส่งผลให้อันดับของเขาในดัชนี Bloomberg Billionaires Index ร่วงจากอันดับ 9 มาอยู่ที่อันดับ 13 ของโลก
นอกจากหวงแล้ว มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีรายอื่นยังได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้ก่อตั้ง SpaceX สูญเสียความมั่งคั่งถึง 7.97 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่แลร์รี เอลลิสัน (Larry Ellison) ผู้ร่วมก่อตั้ง Oracle สูญเสียความมั่งคั่ง 1.01 หมื่นล้านดอลลาร์
แรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีเกิดขึ้นหลังนักลงทุนประเมินว่า พรรคเดโมแครตซึ่งสามารถครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ อาจผลักดันมาตรการจำกัดการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ส่งผลให้หุ้นกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และผู้ให้บริการกำลังประมวลผลปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง
หุ้น Nvidia ร่วงลง 9.3% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ขณะที่หุ้น SpaceX ลดลง 9% และ Oracle ร่วงลง 6.9%
มหาเศรษฐีทั้งสามรายมีความมั่งคั่งเชื่อมโยงอย่างมากกับการขยายการลงทุนในศูนย์ข้อมูล เพื่อรองรับความต้องการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดย Nvidia ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นผู้ผลิตชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงรายสำคัญของโลก ขณะที่ SpaceX ของมัสก์พัฒนาโมเดล AI ของตนเองและก่อสร้างศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับการประมวลผล ส่วน Oracle ของเอลลิสันได้ขยายธุรกิจให้บริการกำลังประมวลผลแก่บริษัทอื่นอย่างมาก
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Bloomberg Billionaires Index ระบุว่า มหาเศรษฐี 500 อันดับแรกของโลกสูญเสียความมั่งคั่งรวมกันถึง 1.85 แสนล้านดอลลาร์ภายในวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน นับเป็นการลดลงของความมั่งคั่งภายในวันเดียวรุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 14 นับตั้งแต่ Bloomberg เริ่มจัดทำดัชนีดังกล่าวในปี 2555
ความสูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากช่วงก่อนหน้า มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีมีแนวโน้มที่จะสร้างความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม AI โดยความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีกลุ่มเทคโนโลยีคิดเป็นสัดส่วนถึง 36% ของความมั่งคั่งรวมในดัชนี Bloomberg Billionaires Index
อ้างอิง : bloomberg.com