โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

’ทนายตั้ม’ พา ‘พล.ร.ต.’ หอบหลักฐานร้อง DSI เชือด ‘กัน จอมพลัง’ แฉงบชายแดน 200 ล้านไม่ตรงปก

เดลินิวส์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ทนายตั้ม” พา พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร พรหมภากร อดีตรองผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หอบหลักฐานส่ง “DSI” เชือด “กัน จอมพลัง” ปมฟอกเงิน-โปรโมตเว็บพนัน-งบชายแดน 200 ล้านไม่ตรงปก แฉคอนเทนเนอร์ติดแอร์ไว้ไลฟ์สดขอรับบริจาค คาดไม่เกิน 10 วัน ถูกออกหมายเรียก

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พร้อมด้วย พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร พรหมภากร อดีตรองผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสืบสวนดีเอสไอ กองกิจการอำนวยความยุติธรรม เพื่อส่งมอบข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ ส่อใช้เงินผิดวัตถุประสงค์

โดย นายษิทรา เปิดเผยว่า วันนี้ขอวัดใจการทำงานของกระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอ ว่าจะสามารถดำเนินคดีเอาผิดได้หรือไม่ โดยไม่อยากมองเรื่องสีเสื้อหรือมิติทางการเมือง เพราะเจ้าหน้าที่ต้องมีความเป็นกลาง แม้หลายฝ่ายอาจตั้งข้อสังเกตว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายการเมืองหรือไม่ แต่ตนยังเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่จะเดินหน้าอย่างเต็มที่ ส่วนฝ่ายคู่กรณีมองว่าคงไม่สามารถออกมาชี้แจงอะไรได้ นอกจากไปทำบุญและเหน็บแนมคดีของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ซึ่งตนเชื่อว่าอีกไม่ช้ากฐินกองใหญ่จะตกใส่ตัวของนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง

นายษิทรา กล่าวต่อว่า หากมีหมายเรียกหรือหมายจับออกมา ตนขอฝากไปยังนายกันด้วยว่าให้รับสารภาพ อย่าคิดสู้คดี เพราะเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานไว้ละเอียดมาก สู้ไปอย่างไรก็ไม่รอด พร้อมฝากเตือนผู้ร่วมขบวนการ ให้ดูช่างเอ๋ เป็นตัวอย่าง ที่รีบเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ หากใครไม่อยากตกเป็นผู้ต้องหาร่วมและประสงค์จะกันตัวเองเป็นพยาน ให้รีบติดต่อตนผ่านทางเพจเฟซบุ๊กได้ทันที

เมื่อถามว่าจากหลักฐานทั้งหมดที่มีจะสามารถเอาผิดกัน จอมพลัง ได้หรือไม่ นายษิทรา กล่าวว่า จะสามารถเอาผิดได้อย่างแน่นอน เนื่องจากดีเอสไอทำงานอย่างเต็มที่และตรวจพบความผิดปกติของเส้นทางการเงิน การจัดซื้อสิ่งของในราคาที่สูงเกินจริง รวมถึงมีเส้นเงินปริศนาโอนมาจากต่างประเทศ ซึ่งกำลังตรวจสอบว่าเป็นการฟอกเงินผ่านมูลนิธิฯ หรือไม่ คาดว่าภายในไม่เกิน 10 วันนี้น่าจะมีการออกหมายเรียกให้เข้ามาพบ

ทั้งนี้ขั้นตอนของดีเอสไอจะเปิดโอกาสให้มาชี้แจง หากชี้แจงไม่ได้จึงจะออกหมายจับตามขั้นตอน ส่วนนอกเหนือจากหลักฐานเบื้องต้นที่มี จะมีไม้เด็ดอะไรงัดออกมาอีกหรือไม่นั้น ตนคิดว่าดีเอสไอ เจอของเด็ดเยอะที่จะสามารถดำเนินคดีได้ แค่เอาเงินมูลนิธิจ่ายค่าจ้างการ์ด แค่นี้ก็ผิดแล้ว หลักฐานชัดเจน ซึ่งตนได้มอบสลิปการเงินให้เจ้าหน้าที่ไปแล้ว รวมถึงการตั้งบริษัทนอมินี

ตนมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการตั้งบริษัทนอมินี การพัวพันกับเว็บพนันออนไลน์ ข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกระหว่างไทยกับกัมพูชาทุก 3 วันในช่วงเวลาที่ทำเว็บพนัน รวมถึงตนยังได้พาพยานซึ่งเป็นเจ้าของตึกให้เช่ามายืนยันว่ามีการเช่าสถานที่เพื่อทำเว็บพนันออนไลน์จริง ถามว่านายกันจะเอาอะไรไปรอดได้ หลักฐานทั้งหมดถือว่าครบองค์ประกอบความผิด เหลือเพียงการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำและแกะรอยเส้นทางการเงินในวงรอบที่ 3 และ 4 ต่อไป

ด้าน พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการที่กัน จอมพลังอ้างว่านำเงินมาช่วยเหลืองานชายแดนถึง 200 ล้านบาท ว่า ตนมาทบทวนดูแล้ว ยอดเงินที่ใช้จริง ตนมองว่า 50 ล้านบาทก็ยังชี้แจงยาก ดีไม่ดีอาจไม่ถึง 10 ล้านบาทด้วยซ้ำ เพราะสิ่งปลูกสร้างอย่างบังเกอร์นั้นไม่มีการก่อสร้างเลยแม้แต่อันเดียว มีเพียงตู้คอนเทนเนอร์มือสองประมาณ 50–60 ตู้ ที่เจ้าตัวเคยพูดเองว่าซื้อมาตู้ละ 30,000 บาท รวมถึงกล้องวงจรปิดและการเดินสายไฟหม้อแปลง ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างไรก็ไม่ถึง 200 ล้านบาทแน่นอน

พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร กล่าวต่อไปว่า ภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ติดตั้งเพื่อให้ทหารได้ใช้งาน แต่ติดตั้งไว้สำหรับทีมงานไลฟ์สดของกัน จอมพลังที่เดินทางขึ้นมาทำคอนเทนต์เพื่อโปรโมตและเปิดรับบริจาคเข้าบัญชีธนาคาร

พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร ยังกล่าวถึงชนวนเหตุความขัดแย้งในอดีตว่า เริ่มต้นเมื่อช่วงต้นเดือน เม.ย. 69 ที่ผ่านมา ตนได้เข้าไปตักเตือนนายกัน จอมพลัง เรื่องการเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนที่อาจขัดต่อบันทึกข้อตกลงและมาตรการลดความตึงเครียดตามกลไกของกระทรวงกลาโหม ทำให้กัน จอมพลัง ไม่พอใจและไปออกสื่อกล่าวหาตนว่าเป็นนักรบห้องแอร์ เมาสุราโทรฯ ไปต่อว่า พร้อมทั้งใช้คอนเทนต์และกลุ่มแฟนคลับกดดันให้ตนถูกย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อแสดงอิทธิพลหรือพาวเวอร์ว่า ตนเองมีอำนาจเหนือข้าราชการ สามารถสั่งย้ายนายทหารระดับสูง หรือแม้กระทั่งขึ้นไปนั่งหัวโต๊ะสอบสวนแทนตำรวจและตำหนิรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้

นายษิทรา เสริมว่า รวมถึงการนั่งเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการพาบอดี้การ์ดเดินเข้า-ออกพื้นที่สู้รบชายแดนได้อย่างอิสระ ซึ่งแม้แต่ภรรยาของนายทหารในพื้นที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป ทั้งนี้ตนมองว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์เพื่อหาประโยชน์เข้ามูลนิธิ

และในช่วงท้าย นายษิทรา ได้กล่าวสรุปว่า ปัจจุบันมีพยานเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับทางดีเอสไอแล้วกว่า 10 ปาก และจะมีทยอยเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ ตนยอมรับว่าคดีของกัน จอมพลัง มีความยากและซับซ้อนกว่าคดีของ น.ส.ปนัดดา เนื่องจากเคสของ น.ส.ปนัดดา เป็นการโอนเงินเพียงไม่กี่ทอด แต่ในเคสของกัน จอมพลัง ตนมองว่ามีลักษณะของการวางแผนจัดตั้งมูลนิธิขึ้นมา เพื่อโกงเงินอย่างเป็นระบบและซ่อนเงื่อน ซึ่งตนขอชื่นชมตำรวจสอบสวนกลางที่เร่งรัดคดี น.ส.ปนัดดา ได้อย่างรวดเร็ว และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเดินหน้าทำคดีนี้ให้เสร็จสิ้น พร้อมยืนยันว่า ตนและทีมงานจะคอยติดตามและกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่บุ๋ม ปนัดดา และสามีกำลังถูกควบคุมตัวมาดำเนินคดีที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้น นายษิทรา ได้ให้ความเห็นในฐานะผู้เคยผ่านประสบการณ์ ว่า แนะนำให้ญาติเตรียมฟูกและหมอนมาให้ เนื่องจากในห้องควบคุมไม่มีให้ ต้องนอนบนพื้นแข็ง เชื่อว่าทั้งสองคนคงมีความทุกข์ใจอย่างมาก ทั้งนี้ คาดว่าในวันพรุ่งนี้ (7 พ.ย. 69) พนักงานสอบสวนจะคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง ซึ่งโอกาสได้รับการประกันตัวแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากคดีมีผู้เสียหายจำนวนมากและมูลค่าความเสียหายสูง ตำรวจคัดค้านแน่นอน ต้องไปรอลุ้นความเมตตาจากศาลเพียงอย่างเดียว

ส่วนประเด็นที่ น.ส.ปนัดดา เคยยื่นหนังสือแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยอ้างเหตุผลภาระดูแลลูกเล็กนั้น นายษิทรา กล่าวว่า มองว่าไม่มีน้ำหนักพอ เพราะผู้ต้องหาทุกคนต่างก็มีลูก ศาลจะพิจารณาจากอัตราโทษและความหนักเบาของข้อหาเป็นหลัก ซึ่งกรณีนี้มีโทษสูงถึง 20 ปี และเมื่อดูจากเส้นทางการเงินแล้วแทบสู้ไม่ได้ คดีนี้รับสารภาพ กับสู้แล้วแพ้ โทษก็เท่ากันคือ 20 ปี.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...