โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กกต.กลัวอะไร?! ทำไมยื่นศาล รธน. สกัดศาลฎีกา หรือจะเกิดศึกสองศาล!

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เรื่องนี้ต้องบอกว่าเริ่มจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว เพราะจากเดิมที่เราติดตามเรื่องการตรวจสอบการเลือกสว. และ คดีฮั้ว สว. ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมตั้งคำถามกับการทำงานของ กกต.มาตลอด

วันนี้เรื่องมันกลับยกระดับขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

เมื่อ กกต.ยุคที่มี “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” เป็นประธาน มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของตัวเอง และประเด็นที่สำคัญก็คือ การที่ศาลฎีกา รับคำร้องของกลุ่มสว.สำรอง ไว้พิจารณานั้น ทำได้หรือไม่?!

พูดภาษาชาวบ้าน ก็คือ กกต.กำลังบอกว่า เรื่องนี้ กกต.วินิจฉัยไปแล้ว และคำวินิจฉัยก็เป็นที่สุด แล้วศาลฎีกา จะมารับเรื่องไปตรวจสอบ หรือทบทวนอีกได้อย่างไร

แต่คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วถ้ากกต.ใช้อำนาจไม่ถูกต้องล่ะ ใครจะเป็นคนตรวจสอบ?!

ทีนี้เรามาดูที่มาของเรื่องกันก่อน

เรื่องนี้เกิดจากกลุ่มผู้สมัคร และผู้มีสิทธิเลือกสว. ซึ่งมี สว.สำรองรวมอยู่ด้วย ได้ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา ให้ตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้เกี่ยวข้อง 5 ราย รวมถึงขอให้ทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต.

ศาลฎีกา มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา 3 คดี

ในจำนวนนี้ มีกรณีที่เป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ เช่น ผู้สมัครบางรายประกอบอาชีพขายหมู ขายก๋วยเตี๋ยว แต่สมัครอยู่ในกลุ่มอาชีพที่ถูกตั้งคำถามว่า ตรงกับคุณสมบัติตามกฎหมาย หรือไม่

กกต.เคยวินิจฉัยเรื่องเหล่านี้ไปแล้ว แต่เมื่อผู้ร้องไม่เห็นด้วย จึงนำเรื่องไปให้ศาลฎีกาพิจารณา

นี่แหละ ที่ทำให้ กกต.ไม่พอใจ และมีมติ 5 ต่อ 2 เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ

โดย กกต.ให้เหตุผลว่า การตรวจสอบคุณสมบัติ และการวินิจฉัยในกระบวนการเลือกสว. เป็นอำนาจตามกฎหมายของ กกต. และคำวินิจฉัยบางประเภท ถือเป็นที่สุด ไม่ควรมีการนำกลับไปตรวจสอบ หรือทบทวนซ้ำโดยศาลฎีกา

กกต.ยังยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในอดีต มาสนับสนุนแนวทางของตัวเองด้วย

แต่ประเด็นนี้แหละ ที่นักกฎหมายหลายคน ออกมาตั้งคำถามกันรัวๆ

“วัส ติงสมิตร” อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา และอดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มองว่า กกต.กำลังเอาเรื่องคนละเรื่อง มาปะปนกัน

เรื่องหนึ่งคือ อำนาจหน้าที่ของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญ

อีกเรื่องหนึ่งคือ อำนาจของศาลฎีกา ว่าจะรับคำร้องของประชาชน หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาพิจารณาได้หรือไม่

สองเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

การที่ กกต.มีอำนาจวินิจฉัยเรื่องการเลือกตั้ง ไม่ได้หมายความว่า คำวินิจฉัยทุกเรื่องของ กกต. จะกลายเป็นที่สุดจนไม่มีองค์กรตุลาการใดตรวจสอบได้อีก

“วัส ติงสมิตร” จึงเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ควรไม่รับคำร้องของ กกต. เพราะมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ไม่ได้ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เข้าไปทำหน้าที่เป็น “ศาลเหนือศาล” หรือเข้าไปจำกัดอำนาจของศาลฎีกา โดยอ้อม

ส่วน “ศ.พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล” อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

“อาจารย์จรัญ” อธิบายว่า ศาลรัฐธรรมนูญกับศาลฎีกา ต่างมีความเป็นอิสระต่อกัน ไม่มีศาลไหนเป็นศาลบังคับบัญชาของอีกศาลหนึ่ง

และที่สำคัญ มาตรา 210 (2) ไม่ได้เปิดช่องให้กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ยื่นเรื่องตรงไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบอำนาจของศาลฎีกา ได้

ถ้า กกต.เห็นว่าศาลฎีการับคำร้องไม่ถูกต้อง ก็ควรเข้าไปยื่นคำคัดค้านในคดีที่ศาลฎีกา กำลังพิจารณาอยู่ แล้วขอให้ศาลฎีกา พิจารณาส่งประเด็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตามช่องทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ไม่ใช่ข้ามขั้นตอน แล้วยื่นไปตรวจสอบศาลฎีกาโดยตรง

นี่เป็นข้อสังเกตที่สำคัญมาก เพราะถ้าเปิดช่องให้องค์กรอิสระสามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยจำกัดอำนาจของศาลฎีกาได้โดยตรง ต่อไปจะเกิดความสับสนในระบบตรวจสอบอำนาจรัฐอย่างไร

ทีนี้มาดูความเห็นของ “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กันบ้าง

“นิพิฏฐ์” ใช้ถ้อยคำค่อนข้างแรง โดยมองว่า กกต. กำลังอยู่ในสถานการณ์หลังชนฝา เพราะถ้าศาลฎีกาวินิจฉัยในภายหลังว่า กกต. ใช้อำนาจไม่ชอบ ความรับผิดของ กกต.บางคน ก็อาจจะตามมา

“นิพิฏฐ์” ยังบอกด้วยว่า เขาและทีมทนายกำลังรอคำวินิจฉัยของศาลฎีกา เพราะคาดหวังว่าศาลจะตรวจสอบย้อนกลับไปถึงกระบวนการทำงานของ กกต.

และถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสวนทางกับศาลฎีกา ก็อาจทำให้เกิดภาพของการปะทะกันระหว่างสองศาลขึ้นมา

คำถามก็คือ ประเทศไทยเดินมาถึงจุดที่องค์กรตรวจสอบ ต้องมาถกเถียงกันเองว่า ใครมีอำนาจตรวจสอบใครแล้วหรือ ?

ทีนี้อยากให้มองภาพใหญ่กว่านั้นอีกนิดหนึ่ง

เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ความเห็นของอดีตตุลาการ หรืออดีตนักการเมือง เท่านั้น

“รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน” นักกฎหมายจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ออกมาตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจมาก โดยมองว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น อาจกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “นิติสงครามระหว่างองค์กรตรวจสอบ”

เพราะในหลักการทั่วไป การใช้อำนาจขององค์กรรัฐ ควรต้องมีองค์กรตุลาการตรวจสอบได้

ถ้าองค์กรหนึ่งมีอำนาจวินิจฉัย แล้วสามารถทำให้การใช้อำนาจของตัวเองไม่ถูกตรวจสอบได้อีก ก็ต้องถามแล้วว่า หลักนิติธรรม และระบบตรวจสอบถ่วงดุล จะเหลืออะไร

และนี่คือคำถามสำคัญที่ กกต. ต้องตอบให้ได้

ถ้า กกต.มั่นใจว่า การทำงานของท่านถูกต้องตามกฎหมาย ทำไมจึงต้องกังวลกับการที่ศาลฎีกา จะตรวจสอบ?!

ถ้าศาลฎีกาไม่มีอำนาจจริง ก็ให้กกต.เข้าไปต่อสู้ในกระบวนการของศาล ให้ศาลวินิจฉัยตามกฎหมายไป

แต่การพยายามใช้ช่องทางอีกศาลหนึ่ง เพื่อให้วินิจฉัยจำกัดอำนาจของศาลที่กำลังพิจารณาคดีอยู่ จะไม่ทำให้เกิดความสับสนในกระบวนการยุติธรรม หรือ ?

แน่นอน… เรายังต้องให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยว่า กกต.ยื่นคำร้องได้หรือไม่ ศาลฎีกา มีอำนาจรับเรื่องแค่ไหน และคำวินิจฉัยของ กกต. เป็นที่สุดในกรณีใดบ้าง

เราไม่ควรตัดสินแทนศาล

แต่สิ่งที่ประชาชนมีสิทธิถาม ก็คือ เรื่องนี้กำลังทำให้การตรวจสอบการทำงานของ กกต. เดินหน้าได้ยากขึ้นหรือเปล่า?

อย่าลืมว่า เรื่องทั้งหมดนี้ มีต้นทางมาจากปัญหาการเลือกสว. ปี 2567 และข้อสงสัยเรื่องความไม่สุจริตในการเลือก สว. ซึ่ง กกต.เองก็มีหน้าที่ต้องทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า ได้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา

ก่อนหน้านี้ กกต. ก็ถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากการมีมติส่งดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง 77 คน ทั้งที่คณะกรรมการไต่สวนเคยเสนอชื่อผู้เกี่ยวข้องมากกว่านั้น

วันนี้ เมื่อมีผู้ร้องขอให้ศาลตรวจสอบการใช้อำนาจของ กกต. กลับเกิดความพยายามโต้แย้งว่า ศาลฎีกา ไม่มีอำนาจเข้ามาตรวจสอบอีก

จึงอยากทิ้งท้ายไว้ตรงนี้ว่า…

การที่องค์กรอิสระ มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้แปลว่าองค์กรนั้น จะต้องอยู่เหนือการตรวจสอบ

และการที่ศาลฎีกา กับ ศาลรัฐธรรมนูญ ต่างมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้หมายความว่า เราควรดึงศาลหนึ่งมาใช้เป็นเครื่องมือจำกัดอำนาจของอีกศาลหนึ่ง

สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้ไม่ควรจบลงด้วยการที่ศาลหนึ่งชนะ อีกศาลหนึ่งแพ้

แต่ควรจบลงด้วยการที่ประชาชนได้รู้ว่า การใช้อำนาจของ กกต.ในเรื่องการเลือก สว.นั้นถูกต้องหรือไม่!

เพราะถ้าการใช้อำนาจขององค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบการเลือกตั้ง กลับไม่สามารถถูกตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพเสียเอง … แล้วประชาชนจะเหลือใครให้พึ่งพาในการตรวจสอบ!

นี่แหละคือเรื่องที่ใหญ่กว่าการปะทะกันของสองศาล และเป็นเรื่องที่ กกต. ควรตอบประชาชนให้ชัดเจนที่สุด

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...