ครม.ไฟเขียวแผนรับมือวิกฤติน้ำมัน-ก๊าซใหม่ แยกชัดไม่ช่วยข้ามกลุ่ม
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ มีมติเห็นชอบแผนรองรับวิกฤติการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572 และแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572 ตามที่กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เสนอ เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการและรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้เหมาะสม
นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ระบุว่า แผนรองรับวิกฤติการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับใหม่ ได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงออกมาใช้อุดหนุนและชดเชยราคาเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤติ โดยระบุเงื่อนไขไว้ 3 สถานการณ์คือ
สถานการณ์ที่ 1 เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยระดับราคาน้ำมันดีเซล/เบนซินมากกว่า 30 บาท/ลิตร (ราคาคงเดิม) ส่วนกลุ่มก๊าซ LPG ราคาต้นทุนโรงแยกก๊าซ ปตท.สผ.และ UAC สูงกว่าราคานำเข้า / ราคาขายปลีกเกิน 423 บาท/ถัง 15 กก. (เดิมราคา 363 บาท/ถัง)
สถานการณ์ที่ 2 ราคาน้ำมันมีความผันผวน โดยราคาน้ำมันสำเร็จรูปปรับสูงขึ้นหรือลดลงมากกว่า 10 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ใน 1 สัปดาห์ (เดิมใช้เกณฑ์ 5 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล) / ราคาขายปลีกปรับสูงขึ้นหรือลดลงมากกว่า 2 บาท/ลิตร ใน 1 สัปดาห์ (เดิม 1 บาท/ลิตร) ส่วนกลุ่ม LPG ราคาตลาดโลกเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงมากกว่า 35 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ใน 1 เดือน / ราคาขายปลีกสูงขึ้นหรือลดลงรวมกันมากกว่า 1 บาท/กก. ภายใน 1 เดือน (เดิม 2 สัปดาห์เปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับราคา LPG CP รายเดือน)
สถานการณ์ที่ 3 น้ำมันเชื้อเพลิงอาจขาดแคลนและไม่เพียงพอ กระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน
ในส่วนหลักเกณฑ์การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้เพิ่มเติมการพิจารณาใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ผลิตได้เองภายในประเทศจากผลผลิตทางการเกษตร เป็นการช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตลาดโลกที่มีความผันผวนสูง อีกทั้งภาครัฐสามารถบริหารจัดการราคาขายปลีกในประเทศให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ตลอดจนช่วยสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ แผนฉบับใหม่ยังได้ปรับกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนทางการเงินด้วยการแยกบัญชีฐานะกองทุนน้ำมันฯ ออกเป็นกลุ่มน้ำมันและกลุ่ม LPG อย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงการนำเงินอุดหนุนข้ามกลุ่ม พร้อมทั้งกำหนดกรอบการบริหารราคาโดยเน้นชดเชยราคาดีเซลและ LPG เป็นหลักหากเกิดวิกฤติยาวนาน รวมทั้งให้มีการเก็บเงินสะสมเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวลดลง เพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้รองรับ และส่งเสริมการใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพจากผลผลิตทางการเกษตรในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันดิบนำเข้าน้ำมัน