โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

WHA ชูไทยดึง FDI รับเวที IMF-World Bank ดันลงทุน New Economy เชื่อมเงินทุนโลกสู่ภาคอุตสาหกรรม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 09 ต.ค. เวลา 07.20 น.

WHA Group มองประชุม IMF-World Bank 12-18 ต.ค.นี้ เป็นโอกาสไทยดึงเงิน FDI รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ท่ามกลางโจทย์เงินทุนเพื่อรับมือโลกร้อนที่ยังขาดแคลน ชูจุดแข็งนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ น้ำ พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รองรับการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์และ AI

วันที่ 9 ต.ค.2569 บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA Group ) มองว่าการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 (IMF-World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 เป็นโอกาสสำคัญของไทยในการดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และเชื่อมโยงเงินทุนจากตลาดการเงินโลกเข้าสู่การลงทุนจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่ (New Economy) และการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA Group กล่าวว่า ไทยควรใช้โอกาสจากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลกครั้งนี้ นำเสนอศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานและความพร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลกและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือการระดมทุนเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยข้อมูลที่บริษัทอ้างถึงระบุว่า ประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียต้องการเงินลงทุนอย่างน้อย 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่ยังมีช่องว่างเงินทุนประมาณ 800,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ทำให้การดึงเงินลงทุนจากภาคเอกชนเข้าสู่โครงการและภาคอุตสาหกรรมเป็นประเด็นสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

สำหรับWHA Group มองว่าความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุน โดยธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมมีพื้นที่กว่า 88,900 ไร่ ครอบคลุม 17 แห่งในไทยและเวียดนาม ขณะที่ธุรกิจโลจิสติกส์มีพื้นที่ให้บริการมากกว่า 3.2 ล้านตารางเมตร รองรับการย้ายฐานการผลิต การกระจายสินค้า และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของผู้ประกอบการต่างชาติ

ด้านสาธารณูปโภคและพลังงาน บริษัทตั้งเป้ายอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวมในไทยและเวียดนามที่ 170 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2569 และมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 1,124 เมกะวัตต์ พร้อมขยายพลังงานสะอาดเพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงเตรียมความพร้อมต่อโอกาสจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่

ขณะเดียวกัน ธุรกิจโมบิลิตี้ตั้งเป้าขยายจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้การบริหารเป็น 637 คันภายในปี 2569 ส่วนด้านดิจิทัล บริษัทมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนำเทคโนโลยีอัจฉริยะกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

นางสาวจรีพร กล่าวว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกัน ทั้งพลังงานสะอาด การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีดิจิทัล โดย WHA Group ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

ทั้งนี้ WHA Group มองว่าการประชุม IMF-World Bank ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกกว่า 15,000 คน เป็นเวทีที่ไทยสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI ของภูมิภาค โดยหัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนเงินทุนให้เกิดการลงทุนจริง สร้างงาน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...