ทองรัสเซียทะลัก ‘ฮ่องกง’ พุ่งมากกว่า 30 เท่า ดันจีนผงาดปลายทางใหญ่แทนลอนดอน
“ทองคำรัสเซีย” กำลังไหลเข้าสู่ “ฮ่องกง” ในอัตราสูงเป็นประวัติการณ์ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเส้นทางทองคำโลก หลังมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกปิดกั้นทองรัสเซียจากตลาดลอนดอน และผลักให้ทองคำเหล่านี้ หันเข้าสู่ “จีน” และ “ตลาดเอเชีย” มากขึ้นแทน
ข้อมูลจาก BullionVault บริษัทลงทุนโลหะมีค่า ซึ่งวิเคราะห์สถิติของสำนักงานสำมะโน และสถิติฮ่องกง ระบุว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ฮ่องกงนำเข้าทองคำที่มีต้นกำเนิดจากรัสเซียสูงถึง 112.7 ตัน ทำสถิติสูงสุด และแซงหน้าปริมาณนำเข้าตลอดทั้งปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 92.1 ตันไปแล้ว
ตัวเลขดังกล่าวแตกต่างอย่างมากจากช่วงก่อนสงครามยูเครน โดยในปี 2564 ฮ่องกงนำเข้าทองคำจากรัสเซียเพียง 3.3 ตันเท่านั้น หมายความว่าภายในเวลาไม่กี่ปี ปริมาณทองรัสเซียที่เข้าสู่ฮ่องกงเพิ่มขึ้น “มากกว่า 30 เท่า”
ไม่เพียงเท่านั้น ทองคำรัสเซียยังมีสัดส่วนเกือบ 15% ของการนำเข้าทองคำเชิงพาณิชย์ทั้งหมดของฮ่องกงในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากเพียง 0.6% ในปี 2564
สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นหลังรัสเซียบุกยูเครนในปี 2565 และถูกตัดออกจากตลาดทองคำสำคัญของโลก โดย London Bullion Market Association (LBMA) ระงับโรงกลั่นทอง และเงินของรัสเซียทั้ง 6 แห่งออกจากบัญชี Good Delivery ในเดือนมี.ค.2565
ต่อมา สหรัฐ อังกฤษ และประเทศตะวันตกอื่นๆ ออกมาตรการจำกัดการค้าทองคำจากรัสเซีย ส่งผลให้ตลาดที่เคยเป็นปลายทางหลักของทองรัสเซียแทบปิดตัวลง และบีบให้ผู้ผลิตต้องหาเส้นทาง และผู้ซื้อรายใหม่
ก่อนสงคราม อุตสาหกรรมทองคำรัสเซียพึ่งพาตลาดลอนดอนอย่างมาก ข้อมูลของ BullionVault ระบุว่า ปริมาณทองคำที่รัสเซียส่งออกไปอังกฤษระหว่างปี 2562-2564 มีขนาดเทียบเท่าราวสองในสามของผลผลิตทองคำจากเหมืองทั้งหมดของประเทศ
เอเดรียน แอช ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ BullionVault ระบุว่า การที่ข้อมูลทางการของฮ่องกงแสดงให้เห็นการนำเข้าทองคำรัสเซียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงการค้า และการสนับสนุนระหว่างรัสเซียกับจีน ขณะที่การส่งออกทองคำของรัสเซียไปอังกฤษ และประเทศที่ใช้มาตรการคว่ำบาตร กลับลดลงอย่างรุนแรง
ทั้งนี้“ฮ่องกง” ได้กลายเป็นทางเลือกสำคัญของทองคำรัสเซีย เนื่องจากฮ่องกง “เป็นประตูสู่จีนแผ่นดินใหญ่” ซึ่งเป็นตลาดบริโภคทองคำใหญ่ที่สุดของโลก อีกทั้งจีนไม่ได้คว่ำบาตรทองคำจากรัสเซีย
วิตา สปิวัก ที่ปรึกษาอาวุโสของ Gatehouse Advisory Partners ระบุว่า นับตั้งแต่สงครามยูเครน ฮ่องกงมีบทบาทมากขึ้นในฐานะศูนย์กลางการค้ารัสเซีย-จีน โดยทองคำส่วนใหญ่มีปลายทางอยู่ที่จีนแผ่นดินใหญ่
แม้ในช่วงที่ผ่านมา จีนจะเปิดศูนย์นำเข้าทองคำแห่งอื่น เช่น เซินเจิ้น และปักกิ่ง จนลดบทบาทของฮ่องกงลง แต่ปัจจุบัน ฮ่องกงกำลังเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บ การชำระราคา และการซื้อขายทองคำ เพื่อยกระดับสถานะศูนย์กลางค้าทองคำ
โรนา โอคอนเนลล์ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาด EMEA และเอเชียของ StoneX ระบุว่า ฮ่องกงกำลังแข่งขันกับ“สิงคโปร์” เพื่อชิงสถานะศูนย์กลางทองคำของภูมิภาค และมีความคืบหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานนำหน้าราว 6 เดือน
ช่วงที่ทองรัสเซียไหลเข้าฮ่องกง เป็นจังหวะเดียวกับที่ความต้องการทองคำในจีนเพิ่มขึ้น ทั้งจากภาครัฐ และประชาชน โดยจีนกำหนดให้ทองคำเป็น “แร่เชิงยุทธศาสตร์” พร้อมส่งเสริมให้ครัวเรือนถือทองคำเพื่อรักษามูลค่าทรัพย์สิน ขณะที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) เดินหน้าสะสมทองคำเข้าทุนสำรอง
ข้อมูลจาก S&P Global ระบุว่า ทองคำสำรองอย่างเป็นทางการของจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 40 ตันในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มากกว่าสองเท่าของปริมาณที่ซื้อในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ชาร์ลส์ จาง จาก S&P Global Ratings ระบุว่า ทั้งธนาคารกลาง และผู้บริโภคจีนต่างซื้อทองคำในปริมาณมาก ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ทำให้ประชาชนหันมาใช้ทองคำเป็นเครื่องมือปกป้องเงินออม
กระแสทองรัสเซียที่ทะลักเข้าฮ่องกง สะท้อนการเปลี่ยนเส้นทางการค้าทองคำโลก จากตลาดตะวันตกอย่างลอนดอน มุ่งสู่ “จีน” และ “เอเชีย” มากขึ้น
อ้างอิง: cnbc
พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์