โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทองรัสเซียทะลัก ‘ฮ่องกง’ พุ่งมากกว่า 30 เท่า ดันจีนผงาดปลายทางใหญ่แทนลอนดอน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ทองคำรัสเซีย” กำลังไหลเข้าสู่ “ฮ่องกง” ในอัตราสูงเป็นประวัติการณ์ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเส้นทางทองคำโลก หลังมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกปิดกั้นทองรัสเซียจากตลาดลอนดอน และผลักให้ทองคำเหล่านี้ หันเข้าสู่ “จีน” และ “ตลาดเอเชีย” มากขึ้นแทน

ข้อมูลจาก BullionVault บริษัทลงทุนโลหะมีค่า ซึ่งวิเคราะห์สถิติของสำนักงานสำมะโน และสถิติฮ่องกง ระบุว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ฮ่องกงนำเข้าทองคำที่มีต้นกำเนิดจากรัสเซียสูงถึง 112.7 ตัน ทำสถิติสูงสุด และแซงหน้าปริมาณนำเข้าตลอดทั้งปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 92.1 ตันไปแล้ว

ตัวเลขดังกล่าวแตกต่างอย่างมากจากช่วงก่อนสงครามยูเครน โดยในปี 2564 ฮ่องกงนำเข้าทองคำจากรัสเซียเพียง 3.3 ตันเท่านั้น หมายความว่าภายในเวลาไม่กี่ปี ปริมาณทองรัสเซียที่เข้าสู่ฮ่องกงเพิ่มขึ้น “มากกว่า 30 เท่า”

ไม่เพียงเท่านั้น ทองคำรัสเซียยังมีสัดส่วนเกือบ 15% ของการนำเข้าทองคำเชิงพาณิชย์ทั้งหมดของฮ่องกงในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากเพียง 0.6% ในปี 2564

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นหลังรัสเซียบุกยูเครนในปี 2565 และถูกตัดออกจากตลาดทองคำสำคัญของโลก โดย London Bullion Market Association (LBMA) ระงับโรงกลั่นทอง และเงินของรัสเซียทั้ง 6 แห่งออกจากบัญชี Good Delivery ในเดือนมี.ค.2565

ต่อมา สหรัฐ อังกฤษ และประเทศตะวันตกอื่นๆ ออกมาตรการจำกัดการค้าทองคำจากรัสเซีย ส่งผลให้ตลาดที่เคยเป็นปลายทางหลักของทองรัสเซียแทบปิดตัวลง และบีบให้ผู้ผลิตต้องหาเส้นทาง และผู้ซื้อรายใหม่

ก่อนสงคราม อุตสาหกรรมทองคำรัสเซียพึ่งพาตลาดลอนดอนอย่างมาก ข้อมูลของ BullionVault ระบุว่า ปริมาณทองคำที่รัสเซียส่งออกไปอังกฤษระหว่างปี 2562-2564 มีขนาดเทียบเท่าราวสองในสามของผลผลิตทองคำจากเหมืองทั้งหมดของประเทศ

เอเดรียน แอช ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ BullionVault ระบุว่า การที่ข้อมูลทางการของฮ่องกงแสดงให้เห็นการนำเข้าทองคำรัสเซียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงการค้า และการสนับสนุนระหว่างรัสเซียกับจีน ขณะที่การส่งออกทองคำของรัสเซียไปอังกฤษ และประเทศที่ใช้มาตรการคว่ำบาตร กลับลดลงอย่างรุนแรง

ทั้งนี้“ฮ่องกง” ได้กลายเป็นทางเลือกสำคัญของทองคำรัสเซีย เนื่องจากฮ่องกง “เป็นประตูสู่จีนแผ่นดินใหญ่” ซึ่งเป็นตลาดบริโภคทองคำใหญ่ที่สุดของโลก อีกทั้งจีนไม่ได้คว่ำบาตรทองคำจากรัสเซีย

วิตา สปิวัก ที่ปรึกษาอาวุโสของ Gatehouse Advisory Partners ระบุว่า นับตั้งแต่สงครามยูเครน ฮ่องกงมีบทบาทมากขึ้นในฐานะศูนย์กลางการค้ารัสเซีย-จีน โดยทองคำส่วนใหญ่มีปลายทางอยู่ที่จีนแผ่นดินใหญ่

แม้ในช่วงที่ผ่านมา จีนจะเปิดศูนย์นำเข้าทองคำแห่งอื่น เช่น เซินเจิ้น และปักกิ่ง จนลดบทบาทของฮ่องกงลง แต่ปัจจุบัน ฮ่องกงกำลังเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บ การชำระราคา และการซื้อขายทองคำ เพื่อยกระดับสถานะศูนย์กลางค้าทองคำ

โรนา โอคอนเนลล์ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาด EMEA และเอเชียของ StoneX ระบุว่า ฮ่องกงกำลังแข่งขันกับ“สิงคโปร์” เพื่อชิงสถานะศูนย์กลางทองคำของภูมิภาค และมีความคืบหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานนำหน้าราว 6 เดือน

ช่วงที่ทองรัสเซียไหลเข้าฮ่องกง เป็นจังหวะเดียวกับที่ความต้องการทองคำในจีนเพิ่มขึ้น ทั้งจากภาครัฐ และประชาชน โดยจีนกำหนดให้ทองคำเป็น “แร่เชิงยุทธศาสตร์” พร้อมส่งเสริมให้ครัวเรือนถือทองคำเพื่อรักษามูลค่าทรัพย์สิน ขณะที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) เดินหน้าสะสมทองคำเข้าทุนสำรอง

ข้อมูลจาก S&P Global ระบุว่า ทองคำสำรองอย่างเป็นทางการของจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 40 ตันในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มากกว่าสองเท่าของปริมาณที่ซื้อในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ชาร์ลส์ จาง จาก S&P Global Ratings ระบุว่า ทั้งธนาคารกลาง และผู้บริโภคจีนต่างซื้อทองคำในปริมาณมาก ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ทำให้ประชาชนหันมาใช้ทองคำเป็นเครื่องมือปกป้องเงินออม

กระแสทองรัสเซียที่ทะลักเข้าฮ่องกง สะท้อนการเปลี่ยนเส้นทางการค้าทองคำโลก จากตลาดตะวันตกอย่างลอนดอน มุ่งสู่ “จีน” และ “เอเชีย” มากขึ้น

อ้างอิง: cnbc

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...