“Lazy Gym” ยิมสำหรับคนขี้เกียจ แค่นอนให้เครื่องขยับ สวรรค์ของคนอยากผอมแต่ไม่อยากเหนื่อย
สุขภาพดี ใครๆ ก็อยากได้…แต่ถ้าต้องนึกถึงการไปวิ่งออกกำลังกายเหนื่อยๆ หรือเข้าฟิตเนสเพื่อเล่นเวทเทรนนิ่ง เดินบนลู่วิ่ง หรือปั่นจักรยานเพื่อเผาผลาญไขมันแล้วละก็ หลายคนอาจถอดใจไปแล้วเหมือนกัน…จะมีวิธีไหนไหมที่อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำให้เหงื่อออก แต่ก็เหมือนได้บริหารร่างกายให้แข็งแรงไปด้วย
วันนี้กระแสในโลกออนไลน์ กำลังพูดถึง “Lazy Gym”หรือ ยิมสำหรับคนรักความสบาย กันมาก ไวรัลดังกล่าวเกิดขึ้นมาจาก Sivana Fitness Center ฟิตเนสชื่อดังในเมืองสุรัต ประเทศอินเดีย ที่ได้เผยให้เห็นภาพเหล่าสมาชิกกำลังนอนราบอยู่บนเตียงไฟฟ้า เพื่อให้เครื่องช่วยขยับส่วนต่างๆ ของร่างกายขณะที่มือก็เล่นมือถือไปด้วยแบบชิลๆ โดยเป็นการให้บริการในโซนที่เรียกว่า “Robofit” เพื่อให้บริการปรับรูปร่างกระชับสัดส่วนสำหรับคนที่ไม่ชอบการคาร์ดิโอหนักๆ โดยคิดค่าบริการเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 14,999 รูปี (ประมาณ 6,000 บาท) ต่อ 1 เดือน
อุปกรณ์ที่เป็นหัวใจหลักของ Lazy Gym ก็คือ เตียงไฟฟ้าที่มีชื่อว่า “Toning Table” แต่ความจริงแล้วที่มาของเครื่องดังกล่าวนี้ กลับไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่แกะกล่อง แต่เป็นนวัตกรรมที่มียาวนานแล้วเกือบศตวรรษ! โดยมีจุดเริ่มต้นมาจาก “เตียงผู้ป่วย” ในโรงพยาบาล ถูกคิดค้นขึ้นมาครั้งแรกราวปี 1930 โดย “ดร. เบอร์นาร์ด สตาฟเฟอร์”แพทย์ชาวอเมริกัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกายภาพบำบัดช่วยเคลื่อนไหวข้อต่อและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้กับผู้ป่วยโรคโปลิโอและอัมพฤกษ์ที่ขยับตัวเองไม่ได้
จนกระทั่งในทศวรรษ 1980 “Kathy Pihlaja”นักธุรกิจหญิงหัวใส มองเห็นโอกาสเชิงพาณิชย์ จึงหยิบเตียงดังกล่าวมาปัดฝุ่น ติดตั้งใส่ระบบมอเตอร์ให้ทันสมัย และจดสิทธิบัตรเปิดแฟรนไชส์สถาบันลดน้ำหนักสำหรับผู้หญิงในชื่อ “Toning Table” หรือ โต๊ะกระชับสัดส่วน จึงเริ่มมีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายในฟิตเนสหลายแห่ง ก่อนจะวนลูปกลับมาเป็นเทรนด์ Lazy Gym อีกครั้งในปัจจุบัน
ถามว่าแล้วเจ้าเครื่องนี้สามารถช่วยกระชับสัดส่วน หรือเผาผลาญพลังงานแทนการออกกำลังกายแบบหนักได้จริงไหม ในมุมของวิทยาศาสตร์การกีฬาและผู้เชี่ยวชาญหลายคนต่างยืนยันว่า การนอนเฉยๆ ให้เครื่องขยับแทน ไม่สามารถทดแทนการออกกำลังกายปกติ เพื่อลดไขมันหรือลดน้ำหนักได้ แต่ในแง่ของประโยชน์เครื่องดังกล่าวสามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อ การไหลเวียนโลหิต และช่วยจัดระเบียบโครงสร้างร่างกายให้เหมาะสมได้ จึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีปัญหาเรื่องข้อ ไปจนถึงคนทำงานที่มีปัญหาออฟฟิศซินโดรม ซึ่งฟิตเนสหรือยิมยุคใหม่หลายที่จึงมักนำมาใช้สร้างโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้า ส่วนกระแส Lazy Gym ก็อาจเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่นำมาใช้ดึงดูดลูกค้าให้หันกลับมาเข้าฟิตเนสกันมากขึ้น แม้จะแค่ขยับร่างกายสักเล็กน้อยก็ยังดี
จึงอาจกล่าวได้ว่า แม้วันนี้จะยังไม่มีบทพิสูจน์แน่ชัดว่า แท้จริงแล้วรูปแบบการออกกำลังกายดังกล่าวแบบ Lazy Gym สามารถช่วยลดสัดส่วน ลดน้ำหนัก เปลี่ยนรูปร่างผู้ใช้งานได้จริงมากน้อยแค่ไหน แต่อย่างน้อยแนวคิดดังกล่าว ก็สามารถหยิบอินไซต์ที่อยู่ในใจผู้บริโภคหลายคน ที่อยากสุขภาพดี แต่ขี้เกียจออกกำลังกายมาใช้โปรโมตจนกลายเป็นกระแสไวรัลขึ้นมาได้ เพียงแค่นำสิ่งที่มีอยู่มาปัดฝุ่นและเล่าในมุมมองใหม่ที่แตกต่างออกไปจากเดิม
ที่มา : NDTV Profit, Sivana Fitness Center
www.smethailandclub.comศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี