โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รองนายกฯ ชู ‘ONE DATA’เชื่อมข้อมูลทุกลุ่มน้ำ-พื้นที่เสี่ยงภัย สั่งเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ 10–12 ต.ค.69

JS100

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
รองนายกฯ ชู ‘ONE DATA’เชื่อมข้อมูลทุกลุ่มน้ำ-พื้นที่เสี่ยงภัย สั่งเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ 10–12 ต.ค.69

วันนี้ (5 ต.ค. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 5/2569 ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามการคาดการณ์ฝนและสถานการณ์น้ำล่วงหน้า 7–10 วัน ประเมินพื้นที่เสี่ยง และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในพื้นที่ภาคกลาง

ที่ประชุมได้ติดตามการคาดการณ์ฝนและสถานการณ์น้ำล่วงหน้า 7–10 วัน โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง และเพชรบุรี–ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อประเมินปริมาณฝน น้ำท่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนและลำน้ำ รวมถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบ เพื่อนำข้อมูลไปใช้วางแผนบริหารจัดการน้ำ การแจ้งเตือน และการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนล่วงหน้าและเป็นระบบ และยังได้ติดตามสถานการณ์และการคาดสภาพอากาศที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ซึ่งจากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า วันที่ 5 ต.ค. 69 เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังฝนหนักที่สุดในระลอกนี้ โดยบางพื้นที่อาจมีฝนสะสมมากกว่า 100 มิลลิเมตร โดยเฉพาะพื้นที่ด้านตะวันตกและแนวเทือกเขา ก่อนที่ปริมาณฝนจะลดลงในช่วงวันที่ 6–8 ตุลาคม ขณะที่ช่วงวันที่ 10–12 ตุลาคม จะมีฝนระลอกใหม่เข้ามาอีกครั้ง โดยเฉพาะวันที่ 10–11 ตุลาคม ต้องติดตามพื้นที่ภาคกลางตอนล่างและพื้นที่ด้านตะวันตกเป็นพิเศษ สำหรับลุ่มน้ำเพชรบุรี ได้ติดตามสถานการณ์เขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งมีปริมาณน้ำเกินความจุและยังมีน้ำไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยกำชับจังหวัดในพื้นที่เสี่ยง ได้เตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับกรณีมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 11–13 ต.ค. ในขณะที่เขื่อนปราณบุรีเร่งระบายน้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนที่อาจเข้ามาเพิ่มเติม

สำหรับจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ในระยะนี้ ได้แก่ จังหวัดตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์ ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงจังหวัดอุทัยธานี สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี ที่มีโอกาสเกิดฝนสะสมบริเวณแนวเทือกเขา ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จังหวัดสมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ยังคงต้องติดตามฝนระลอกใหม่ ในช่วงวันที่ 10–12 ตุลาคม อย่างใกล้ชิด

การบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องมองสถานการณ์ล่วงหน้าและทำงานบนพื้นฐานของข้อมูลที่ตรงกัน ปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขคือการทำงานในลักษณะต่างคนต่างทำ จึงกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งข้อมูลพยากรณ์ ปริมาณฝน น้ำท่า ปริมาณน้ำในเขื่อน การระบายน้ำ และสถานการณ์จริงในพื้นที่ ให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถประเมินสถานการณ์และดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน ทุกหน่วยงานต้องเชื่อมข้อมูลและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน และมองสถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อให้จังหวัดสามารถระบุพื้นที่เสี่ยง เตรียมรับสถานการณ์ และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างแม่นยำและทันเวลา

ทั้งนี้ ได้กำชับให้คณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำในแต่ละลุ่มน้ำบูรณาการข้อมูลด้านการพยากรณ์ ปริมาณฝน น้ำท่า และสถานการณ์น้ำของแต่ละลุ่มน้ำให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน ขณะที่กรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้บูรณาการข้อมูลน้ำเข้า–น้ำออก การระบายน้ำ และผลกระทบ พร้อมระบุจุดและพื้นที่เสี่ยงของแต่ละจังหวัดให้ชัดเจน เพื่อให้จังหวัดนำข้อมูลไปกำหนดพื้นที่เสี่ยงในระดับอำเภอและตำบล พร้อมเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย จุดอพยพ และทรัพยากรที่จำเป็น รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนให้ตรงกับพื้นที่และทันต่อสถานการณ์

โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการแต่ละลุ่มน้ำ ประสานจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริหารจัดการในการรับมือกับสถานการณ์ที่เป็นระบบเดียวกัน เพื่อยกระดับรูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่ภาคกลางให้เป็นต้นแบบ หรือ Model ทั้งด้านการบริหารข้อมูล การบริหารจัดการน้ำและเตรียมความพร้อมในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลจากส่วนกลางส่งต่อไปยังจังหวัดใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมอบหมายให้ ปภ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ จะประสานและเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน พร้อมติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ในการกำหนดพื้นที่เสี่ยง วางแผนเตรียมความพร้อม และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างตรงจุดและทันเวลา นำไปสู่ยกระดับการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางที่เป็นระบบและสามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปได้

#ปภ

#รับมืออุทกภัย

#แจ้งเตือนภัย

Cr:กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

'เหรียญ' พารวย

รับมือฝนระลอกใหม่! ชู “ONE DATA” เชื่อมข้อมูลจุดเสี่ยงถึงระดับอำเภอ-ตำบล

TNN ช่อง16

‘เอกนิติ’ สั่งเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ 10-12 ต.ค. ชู ‘ONE DATA’ เชื่อมข้อมูลน้ำ

The Bangkok Insight

Bitcoin จ่อเกิด Crossover ดันราคาพุ่ง! ขาขึ้นรอบใหม่มาแน่หรือแค่หลอกเม่า?

ทันหุ้น
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...