โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พุทธ อภิวรรณ ให้ข้อมูล ปอศ. ในฐานะพยาน ยอมรับโอนเงินบริจาคให้มูลนิธิของ บุ๋ม ปนัดดา เผยตั้งใจช่วยเหตุน้ำท่วม-สถานการณ์ชายแดน แต่รับไม่ได้หากเงินบริจาคถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เปลี่ยนเป็นพูลวิลลา-ศาลเจ้า

สยามนิวส์

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ผู้สื่อข่าวนครบาล
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายพุทธ อภิวรรณ ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน กรณีบริจาคเงินให้มูลนิธิองค์กรทำดี โดย นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี โดยเปิดเผยว่าตนเองทยอยบริจาคเงินรวมทั้งหมดประมาณ 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2568 โอนครั้งละประมาณ 1-2 แสนบาท รวมเป็นยอดเงินประมาณ 800,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือตามที่ บุ๋ม ปนัดดา ได้ประกาศผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น กรณีน้ำท่วมและช่วยเหลือช่วงสถานการณ์ชายแดน

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายพุทธ อภิวรรณ ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน กรณีบริจาคเงินให้มูลนิธิองค์กรทำดี โดย นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี โดยเปิดเผยว่าตนเองทยอยบริจาคเงินรวมทั้งหมดประมาณ 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2568 โอนครั้งละประมาณ 1-2 แสนบาท รวมเป็นยอดเงินประมาณ 800,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือตามที่ บุ๋ม ปนัดดา ได้ประกาศผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น กรณีน้ำท่วมและช่วยเหลือช่วงสถานการณ์ชายแดน

สำหรับการมาพบเจ้าหน้าที่วันนี้ ยืนยันว่ามาในฐานะพยาน ไม่ได้มาแจ้งความหรือเป็นผู้เสียหาย ส่วนประเด็นที่ว่าเงินบริจาคได้ถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ยอมรับว่าไม่ทราบ แต่ด้วยความที่เห็น บุ๋ม ปนัดดา ลงพื้นที่หน้างานจริง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ให้ไว้ และที่ผ่านมาไม่ได้รีเช็กกลับไปที่มูลนิธิฯ เพราะเชื่อว่าผู้บริจาคหลายคนคงไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และไม่คิดว่า บุ๋ม ปนัดดา จะมาถึงจุดนี้ได้

เมื่อถามถึงกรณีที่เส้นทางการเงินอาจถูกนำไปใช้ซื้อที่ดินหรือสร้างพูลวิลลา รวมถึงนำไปสร้างศาลเจ้ามูลค่ากว่า 10 ล้านบาท นายพุทธแสดงความเห็นว่า ตำรวจน่าจะนำยอดเงินบริจาคในช่วงรอยต่อปี 2568-2569 ไปเทียบเคียงกับเส้นทางการเงินของมูลนิธิฯ ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร และยอมรับว่าในฐานะผู้บริจาคย่อมรู้สึกไม่โอเค หากเงินที่ตั้งใจนำไปช่วยเหลือประชาชนกลายไปเป็นพูลวิลลาหรือซื้อที่ดิน โดยเฉพาะการนำไปสร้างศาลเจ้า

ด้าน นายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์ ทนายความ อธิบายเสริมว่าคดีนี้เป็นคดีอาญาแผ่นดิน เมื่อมีผู้มาแจ้งความ ตำรวจจึงต้องสอบปากคำผู้เสียหาย ขณะที่นายพุทธมาให้การในฐานะพยานเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงว่ามีการบริจาคเงินจริงผ่านการเห็นจากสื่อต่าง ๆ ซึ่งตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเหล่านี้ไว้ในสำนวนต่อไป

สำหรับในมุมมองส่วนตัวต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น นายพุทธระบุว่าตนเองรู้สึกคาดไม่ถึง เพราะอีกมุมหนึ่งเชื่อว่า บุ๋ม ปนัดดา ยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง แต่ในฐานะคนทำข่าวที่ได้เห็นข้อมูลและตรวจสอบสลิปและรายการเดินบัญชี ยอมรับว่าเส้นทางการเงินมีความแปลกและมีความผิดปกติ รวมถึงมีเส้นทางการเงินที่โอนไปยังคนรอบตัว ซึ่งสร้างความสงสัยหลายอย่าง

ส่วนกรณีที่ บุ๋ม ปนัดดา ระบุว่าจะพยายามหาเงินส่วนตัวมาคืนให้มูลนิธิฯ มองว่าเป็นเรื่องของ บุ๋ม ปนัดดา ในขณะที่ทางข้อกฎหมาย หากไปถึงปลายทางของ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์

นายพุทธระบุอีกว่าต้องการความกระจ่างจากตำรวจในการตรวจสอบเรื่องนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่ความต้องการส่วนตัวของตนเอง แต่เป็นสิ่งที่สังคมต้องการเห็นความโปร่งใสและการใช้เงินที่สามารถตรวจสอบได้จากทุกมูลนิธิฯ พร้อมมองว่าเคสนี้ควรเป็นจุดเริ่มต้นให้มูลนิธิอื่น ๆ ออกมาเปิดเผยยอดรับและยอดจ่ายเงินให้ชัดเจน

สำหรับการตัดสินใจบริจาคเงินหลังจากนี้ มองว่าไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อตนเอง เพราะถือว่าได้ช่วยเหลือไปแล้วและไม่ได้ติดใจ ส่วนใครที่ทำผิดก็ต้องรับผลแห่งกรรม

ส่วนการบริจาคและนำไปลดหย่อนภาษี ยืนยันว่าตนเองไม่ได้นำยอดเงินบริจาคไปใช้ลดหย่อนภาษี เพราะบริจาคด้วยความตั้งใจส่วนตัว และเพิ่งทราบภายหลังว่ายอดบริจาคดังกล่าวไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

เมื่อย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการบริจาค นายพุทธระบุว่าเห็นจากการโพสต์ผ่านสื่อ และเนื่องจากตนเองเคยรู้จักและเคยพบเจอ บุ๋ม ปนัดดา มาก่อน จึงเชื่อมั่นในเจตนาที่ดีและตัดสินใจโอนเงินช่วยเหลือ โดยไม่เคยโทรศัพท์ไปพูดคุยเป็นการส่วนตัวเรื่องจำนวนเงินล่วงหน้า และเพิ่งได้พูดคุยกันหลังเกิดเรื่องราวขึ้น รวมถึงก่อนหน้านี้เคยรับรู้จากที่ บุ๋ม ปนัดดา โทรศัพท์มาเล่ารายละเอียดเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตส่วนตัวก่อนที่จะเป็นข่าวใหญ่

ช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ นายพุทธระบุว่าการให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนวันนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และได้กล่าวถึงกรณีการบริจาคให้กับมูลนิธิอื่น ๆ ว่าที่ผ่านมาเคยให้ปากคำกับ DSI ไปแล้วเช่นกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...