BANPU ลุ้นโตแรงรับกระแส Data Center ! เดินหน้าโรงไฟฟ้าใหม่ 1.2 GW
The Bangkok Insight
อัพเดต 13 ต.ค. เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 13 ต.ค. เวลา 04.43 น. • The Bangkok InsightBANPU ลุ้นโตแรงรับกระแส Data Center ! เดินหน้าโรงไฟฟ้าใหม่ 1.2 GW โบรกฯ เคาะเป้า 19 บาท
หุ้นพลังงานอย่าง BANPU หรือ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กำลังมีปัจจัยบวกใหม่จากกระแส AI และ Data Center หลังบริษัทย่อยในสหรัฐ เดินหน้าลงทุนอุปกรณ์สำหรับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ขนาด 1.2 GW เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของกลุ่ม Hyperscaler
ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าโครงการดังกล่าว อาจกลายเป็นแหล่งสร้างกำไรระยะยาว และยังเป็นโอกาสเพิ่มมูลค่าหุ้นที่ไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการปัจจุบัน พร้อมคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 19 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Upside 26.7%
สัญญาณบวกแรกของ BANPU มาจากการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา หลัง BKV Corporation (BKV) ซึ่ง BANPU ถือหุ้นประมาณ 63% ประกาศทำสัญญาจัดซื้ออุปกรณ์ผลิตไฟฟ้ามูลค่า 800 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ขนาด 1.2 กิกะวัตต์ (GW) ในรัฐเท็กซัส โดยอุปกรณ์จะทยอยเริ่มส่งมอบตั้งแต่เดือนก.ย. 2571
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์ เนื่องจากเป็นสัญญาณสำคัญของการขยายธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐ กำลังได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรม Data Center และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
บทวิเคราะห์ บล. หยวนต้า ระบุว่า แม้ปัจจุบันยังไม่มีรายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสัญญาขายไฟฟ้า มูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด กำหนดเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงสร้างผู้ถือหุ้น และแหล่งเงินทุนของโครงการ แต่การจัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวถือเป็นความคืบหน้าเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าการเจรจาสัญญาขายไฟฟ้ากับลูกค้ากลุ่ม Hyperscaler จะมีความชัดเจนอย่างเป็นทางการภายในเดือนมีนาคม 2570
โรงไฟฟ้าใหม่ 1.2 GW อาจเพิ่มมูลค่าหุ้นอีก 0.80-1.40 บาท
สิ่งที่น่าสนใจ คือ โรงไฟฟ้าแห่งใหม่ขนาด 1.2 GW ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ BANPU มีอยู่ในปัจจุบัน โดยกำลังผลิตดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 80% ของโรงไฟฟ้า Temple I และ Temple II ซึ่งมีกำลังผลิตรวมประมาณ 1.5 GW แบ่งเป็น Temple I ขนาด 752 เมกะวัตต์ และ Temple II ขนาด 747 เมกะวัตต์
ที่ผ่านมาโรงไฟฟ้า Temple I และ Temple II สามารถสร้างกำไรสุทธิในช่วงปี 2567-2568 ได้ประมาณ 400-700 ล้านบาทต่อปี เมื่อคำนวณบนฐานการถือหุ้น 100% ดังนั้น บล. หยวนต้า ประเมินเบื้องต้นว่า หากโครงการโรงไฟฟ้าใหม่เดินหน้าได้ตามแผน จะมีโอกาสเพิ่มประมาณการกำไรของ BANPU ในปี 2571-2572 อีกประมาณ 4-6% และคิดเป็นมูลค่าเหมาะสมที่เพิ่มขึ้นราว 0.80-1.40 บาทต่อหุ้น
กำไร BANPU พลิกฟื้นจากขาดทุน ลุ้นเติบโตต่อในปี 2570
นอกจากโอกาสเติบโตจากโรงไฟฟ้าแห่งใหม่แล้ว แนวโน้มผลประกอบการของ BANPU ยังมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน ทั้งนี้ บล. หยวนต้า คาดการณ์ว่า BANPU จะมีกำไรสุทธิปี 2569 ประมาณ 6,514 ล้านบาท พลิกกลับจากผลขาดทุนสุทธิ 1,596 ล้านบาทในปี 2568 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 6,744 ล้านบาทในปี 2570
หากพิจารณากำไรจากการดำเนินงานปกติ (Core Profit) จะเห็นการฟื้นตัวที่เด่นชัดยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะพลิกจากขาดทุนปกติ 3,098 ล้านบาทในปี 2568 เป็นกำไรปกติ 4,245 ล้านบาทในปี 2569 และเพิ่มขึ้นเป็น 6,744 ล้านบาทในปี 2570 หรือเติบโต 58.9% จากปีก่อนหน้า
สำหรับแนวโน้มครึ่งหลังของปี 2569 นักวิเคราะห์ประเมินว่าธุรกิจหลักทั้ง 3 กลุ่มของ BANPU ยังมีปัจจัยสนับสนุน ทั้งจากปัจจัยฤดูกาล การขยายการลงทุนในแหล่งก๊าซธรรมชาติ Barnett ในสหรัฐ และปริมาณขายถ่านหินที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังอินโดนีเซียผ่อนปรนนโยบายควบคุมการส่งออก
สำหรับมุมมองการลงทุน บล. หยวนต้า คงคำแนะนำ “ซื้อ” BANPU พร้อมให้ราคาเหมาะสม 19 บาทต่อหุ้น คิดเป็นโอกาสปรับตัวขึ้น (Upside) ประมาณ 26.7% นอกจากนี้ คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลปี 2569 ที่ 0.80 บาทต่อหุ้น และปี 2570 ที่ 0.83 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 5.4% และ 5.6% ตามลำดับ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘โกลเบล็ก’ เปิดกลยุทธ์ลงทุน 5 หุ้นเด่น รับกระแสเปิดตัว iPhone ใหม่
- ‘โกลเบล็ก’ มองหุ้นไทยแกว่งผันผวน เซ่นน้ำมันพุ่ง เงินเฟ้อสหรัฐ แนะสแกนหุ้น FTSE
- ‘โกลเบล็ก’ ชี้หุ้นไทยรับแรงกระแทกน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อป่วน มองกรอบ 1,600-1,650 จุด
ติดตามเราได้ที่