บอร์ด สปสช. เห็นชอบบริหารงบ OP กทม. ปี 68 จัดสรรเงินคงเหลือ 320.85 ล้าน คืนหน่วยบริการ
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการกองทุนผู้ป่วยนอกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปีงบประมาณ 2568 ตามมติคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมรับรองมติเพื่อให้ดำเนินการได้ทันที โดยให้จัดสรรเงินที่กันไว้จ่ายตามผลงานบริการ (Central Reimbursement : CR) ซึ่งมีวงเงินคงเหลือ คืนให้หน่วยบริการตามจำนวนประชากรที่ลงทะเบียนสิทธิ ส่วนค่าใช้จ่ายกรณีการส่งต่อผู้ป่วยนอก (OP Refer) ให้จัดสรรแก่หน่วยบริการตามวงเงินที่กันไว้ เพื่อให้การจ่ายค่าบริการปีงบฯ 2568 ดำเนินต่อไปได้ตามแนวทางที่กำหนด
นพ.จเด็จ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้สำนักงาน สปสช. หักชำระหนี้ของหน่วยบริการประจำหรือหน่วยบริการปฐมภูมิที่มีภาระหนี้จากการส่งต่อหรือจากการปรับอัตราจ่าย โดยคำนึงถึงรายรับของหน่วยบริการให้เพียงพอต่อการจัดบริการแก่ประชาชน ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการบริหารการจ่ายเงินครั้งนี้
ด้าน พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ ถัมภ์บรรฑุ ผอ.สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กลุ่มภารกิจสำนักงานสาขาพื้นที่กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากข้อมูลสรุปการเบิกจ่ายงบผู้ป่วยนอกกรุงเทพฯ ปีงบฯ 2568 เงิน CR มีวงเงินประมาณ 1,384.35 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,063.50 ล้านบาท จึงคงเหลือประมาณ 320.85 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 91 บาทต่อผู้มีสิทธิต่อปี โดยเงินส่วนนี้จะจัดสรรคืนตามจำนวนประชากรที่ลงทะเบียนสิทธิของหน่วยบริการ ตามหลักเกณฑ์การจ่ายค่าบริการผู้ป่วยนอกในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ สำหรับงบ OP Refer มีค่าใช้จ่ายตามผลงานบริการสูงกว่าวงเงินที่กันไว้ประมาณ 235.89 ล้านบาท ซึ่งตามมติคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพระดับเขตพื้นที่กรุงเทพฯ กำหนดให้จ่ายด้วยระบบคะแนน (Point SystemX ภายใต้กรอบงบประมาณ
“ก่อนเสนอเรื่องต่อบอร์ด สปสช. สำนักงานได้รวบรวมข้อมูลและข้อคิดเห็น รวมทั้งเชิญหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยบริการรับส่งต่อร่วมหารือ เพื่อประกอบการพิจารณาผลกระทบต่อหน่วยบริการแต่ละกลุ่มอย่างรอบด้าน โดยแนวทางดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2569 และบอร์ด สปสช. ได้รับทราบข้อเสนอของเครือข่ายโรงพยาบาลสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) ประกอบการพิจารณาด้วย” พ.ท.ทพ.ธนศักดิ์ กล่าว.