โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความหวังใกล้เป็นจริง! มะเดี่ยว-พุฒิ-ณัฏฐ์ ปลื้ม ครม. ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฉบับใหม่ หลังต่อสู้มานานกว่า 20 ปี

ไนน์เอ็นเตอร์เทน

อัพเดต 08 เม.ย. 2568 เวลา 18.23 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2568 เวลา 10.21 น. • NineEntertain ข่าวบันเทิงอันดับ 1 ของไทย

กลายเป็นความหวังที่ใกล้เป็นความจริงเข้าไปทุกที หลังที่ผ่านมาคนทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยร่วมกันร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานในปัจจุบัน โดยได้กำหนดให้ยกเลิกพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 อีกทั้งยังเป็นการยกระดับส่งเสริมและสนับสนุนให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศเติบโตและสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

โดยเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. …. ผ่านมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เพื่อนำไปพิจารณาต่อในสภาผู้แทนราษฎร โดยเนื้อหาสาระบางส่วนของ ร่าง พรบ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. …. ระบุไว้ว่า

  • แยก “ภาพยนตร์” ออกจาก “เกม”
  • ปรับโครงสร้างบอร์ดภาพยนตร์ระดับชาติยุบ “บอร์ดภาพยนตร์เดิม” ที่มีลักษณะควบคุม ตั้ง “บอร์ดภาพยนตร์ระดับชาติใหม่” เน้นส่งเสริมอุตสาหกรรม
  • ตั้ง “สภาอุตสาหกรรมภาพยนตร์แห่งประเทศไทย” เปิดทางให้ภาคเอกชนมีบทบาทกำกับดูแลกันเอง ทำหน้าที่รวบรวมปัญหา เสนอแนะมาตรการ และเป็นตัวแทนอุตสาหกรรมในบอร์ดภาพยนตร์ระดับชาติ
  • เอกชน “จัดเรตเอง” ไม่ต้องรอภาครัฐเซ็นเซอร์
  • ใช้มาตรฐานการจัดเรตของต่างประเทศได้ เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเรต
  • ยุบ “บอร์ดเซ็นเซอร์” จากควบคุมเป็นกำกับดูแลยกเลิกคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตั้ง “คณะกรรมการติดตามและกำกับดูแล” เพื่อดูแลให้เอกชนจัดเรตได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
  • ยกเลิกใบอนุญาตโรงภาพยนตร์ เปลี่ยนเป็น “จดแจ้ง” ลดอุปสรรคทางธุรกิจ
  • ค่าธรรมเนียม-ค่าปรับ เป็นธรรมและยืดหยุ่น
  • ภาครัฐ-เอกชน ร่วมกันกำหนดนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์จัดทำแผนพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระยะ 5 ปี

จากข่าวดีของคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยดังกล่าว ด้าน มะเดี่ยว ชูเกียรติ ในฐานะนากยกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย เผยว่า พรบ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ฉบับใหม่นี้ จะทำให้คนทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีโอกาสที่จะกำหนดชะตาของตัวเอง หลังจากต่อสู้มานานกว่า 20 ปี ที่ผ่านมาเป็นการพยายามปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระกันมาตลอดเรื่อย ๆ และก็มีความหวังว่าในแง่ของโรงภาพยนตร์เองก็จะมีการเปิดโอกาสให้มีโรงภาพยนตร์ทางเลือกมากขึ้น สำหรับร่างพรบ.ใหม่นี้ ข้อที่ มะเดี่ยว กังวลมากที่สุด คือ เรื่องของการห้ามฉาย แต่สิ่งที่ต้องจับตามองอีกอย่าง คือ การที่ให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการให้เรตกันเองผลลัพธ์จะเป็นในรูปแบบไหน ซึ่งที่ผ่านมา มะเดี่ยว ยังมองว่าคนที่ทำหนังไทยเป็นคนที่เก่ง เพราะต่อให้จะมีการควบคุมกันอย่างไรก็จะมีวิธีการในการเอาตัวรอดอยู่เสมอ เพื่อให้งานสามารถออกสู่สายตาผู้ชมได้ ขณะเดียวกันการร่าง พรบ. ฉบับนี้ก็ต้องให้เครดิตกับคนทำงานในหน่วยงานภาครัฐรุ่นใหม่ด้วย ที่ค่อนข้างเข้าใจ เป็นการสร้างความแฮปปี้ให้กับทุกฝ่าย โดยคาดหวังว่ามันจะผ่านการโหวตให้มีการกำหนดใช้อย่างสำเร็จตามที่คนทำงานคาดหวังไว้ สำหรับตนตอนนี้ไม่ได้หนักใจมาก เพราะหลายส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนเริ่มเห็นตรงกันแล้วว่าเราควรแก้ไขตรงนี้ เพื่อให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเรามันสามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ โดยที่ไม่รู้ว่าโชคชะตาของ พรบ.ฉบับนี้จะไปอยู่ที่ตรงไหน แต่ก็คาดว่าจะเป็นโชคชะตาที่ดี

ขณะที่ พุฒิ – พุฒิพงษ์ นาคทอง ผู้กำกับรุ่นใหม่ที่ผ่านการฝากฝีมือในภาพยนตร์เรื่อง “4 Kings” และ “วัยหนุ่ม 2544” เผยว่า หากพรบ.นี้มีผลบังคับใช้คนทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เองก็รู้สึกดีใจไปด้วย คนทำงานเองรอวันนี้มานานมากแล้ว หลังจากนี้เราจะไม่ต้องมาพะวงอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่เรามีอิสระในการเล่าเรื่องมากขึ้น แต่ถึงแม้จะกล้าเล่ามากขึ้นก็จะอยู่ในขอบเขตว่าอะไรควรหรือไม่ควร เราไม่ได้จะเล่าอะไรที่มันรุนแรงจนเกินไป เราต่างมีกรอบของตัวเองอยู่แล้ว

นอกจากนี้ในมุมนักแสดงและนายกสมาคมนักแสดงอย่าง ณัฏฐ์ กิจจริต เผยว่ารู้สึกดีเพราะ พรบ.นี้ เปรียบเสมือนร่มคันใหญ่ที่รักในวงการหนังสมาคมต่าง ๆ รวมอยู่ด้วย โดยเฉพาะเรื่องของการให้โอกาสโรงมหรสพขนาดเล็กได้มีโอกาสเปิดพื้นที่ในการเผยแพร่ผลงาน ซึ่งตนในฐานะศิษย์เก่าของคณะสถาปัตยกรรมมองเห็นถึงความสำคัญในตรงนี้มาก เพราะอย่างน้อยมันทำให้เราได้มีพื้นที่ในการเผยแพร่ผลงานได้มากขึ้น ภาพยนตร์ควรเป็นศิลปะที่อะไรก็ได้ แต่ถ้าหากโดนจำกัดตั้งแต่แรกมันก็จะเป็นศิลปะที่บริสุทธิ์ได้อย่างไร เพราะในฐานะคนทำงานตนเชื่อในตัวคนดูมาก ๆ เราไม่สามารถโกหกเขาได้ .-ไนน์เอ็นเตอร์เทน

ภาพจาก mdsponx

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...