‘ป.ป.ส.’ อนุมัติงบ 15 ล้าน ตั้งค่าหัวพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่
The Bangkok Insight
อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 13.53 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 13.53 น. • The Bangkok Insight“ป.ป.ส.” อนุมัติงบ 15 ล้าน ตั้งค่าหัวพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ เผยผลจับกุม “อ่อง กิม วาห์” ทำ “ยาไอซ์” หายจากตลาด 40%
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)พลตำรวจโทภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงผลคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต Mr. Ong Gim Wah (นายอ่อง กิม วาห์) นักค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญ และผลจับกุมเครือข่ายใหญ่ 2 คดี จับกุมบุคคลตามหมายจับ 2 คน ยึดอายัดทรัพย์สิน 30 ล้านบาท
เลขาฯป.ป.ส. กล่าวว่า จากโครงการประกาศสืบจับผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญที่เน้นการจับกุมตัวการใหญ่ระดับสั่งการในเครือข่ายต่างๆ โดยใช้งบประมาณจากกองทุนป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตั้งเป็นเงินรางวัลนำจับให้เจ้าหน้าที่ โดยปี68 อนุมัติ 15 ล้านบาท ตั้งเป้า จับนักค้ารายใหญ่ 200 ราย จับได้แล้ว 29 ราย จ่ายแล้ว 10,880,000 บาท เป็นการจับกุมบุคคลที่หนีในประเทศ 16 เป้าหมาย จ่ายกว่า 1 ล้านและจับกุมบุคคลที่หนีไปต่างประเทศ 13 เป้าหมาย จ่าย 9,800,000 บาท ซึ่งรางวัลนำจับ ยังจ่ายให้ประชาชนที่แจ้งเบาะแส 75% เจ้าหน้าที่ 25% โดยผลงานของโครงการนี้ที่เห็นได้ชัด คือ การนำตัว Mr. Ong Gim Wah (นายอ่อง กิม วาห์) มาลงโทษได้สำเร็จ ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา
สำหรับนายอ่อง กิม วาห์ ถือเป็นนักค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญระดับตัวการใหญ่ ตั้งค่าหัวนำจับตามโครงการฯ สูงถึง 1 ล้านบาท มีบทบาทหลักในการจัดหาและประสานงานซื้อขายยาเสพติดจากแหล่งผลิตในสามเหลี่ยมทองคำ เชื่อมโยงเครือข่ายนักค้าในหลายประเทศ ทั้งไทย มาเลเซีย จีน สิงคโปร์ และ สปป.ลาว ก่อนลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านประเทศไทยไปยังประเทศที่สาม เช่น มาเลเซีย ไต้หวัน และออสเตรเลีย
เครือข่าย นายอ่อง กิม วาห์ ถูกจับกุมร่วมกัน 7 คน พร้อมไอซ์น้ำหนัก 998 กิโลกรัม ที่ จังหวัดราชบุรี เมื่อปี 2566 จากนั้น หลบหนีไปกบดานใน สปป.ลาว แต่ด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และ สปป.ลาว ทำให้สามารถจับกุมตัวได้เมื่อปลายปี 2566 และส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ปิดฉากการติดตามตัวที่ใช้เวลานานถึง 17 ปี นอกจากนี้ ยังได้ยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของนายอ่อง กิม วาห์ ทั้งในประเทศไทยมูลค่ากว่า 85 ล้านบาท และในประเทศมาเลเซีย อีกกว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อตัดวงจรทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และพบด้วยว่าหลังจับกุมนายออง กิม วาห์ ทำให้ยาไอซ์ หาย จากตลาด 40%
เลขาธิการป.ป.ส. ยังแถลงผลการจับกุมผู้สั่งการเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญอีก 2 คดี ได้แก่ การจับกุมผู้สั่งการลำเลียงยาเสพติดเครือข่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 จับกุม น.ส.พรกนก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดย นางสาวพรกนก เป็น ผู้สั่งการและประสานงาน ในเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากการจับกุมข้าราชการอบต. พร้อมของกลาง ยาบ้า 2 ล้านเม็ดในพื้นที่เชียงรายยึดทรัพย์สิน 45 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ ล่าสุดได้ยึดอายัดทรัพย์น.ส.พรกนกเป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะ เพิ่มรวมมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท
ส่วนอีกคดีจับกุมนายแสงเพชร หรือ “บอย” ผู้ต้องหารายสำคัญตามหมายจับศาลอาญา ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ จังหวัดนครสวรรค์ โดยนายแสงเพชร มีบทบาทเป็น ผู้สั่งการ ลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ยึดอายัดทรัพย์สินเป็น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะ และที่ดิน รวมมูลค่าประมาณ 25 ล้านบาท
ทั้งนี้ เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดให้หมดสิ้นไป ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการบูรณาการข่าวกรองและความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพจนนำมาซึ่งผลสัมฤทธิ์ในการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- มท. ประกาศพื้นที่เร่งด่วน สกัดกั้นยาเสพติด 14 จังหวัด 51 อำเภอชายแดน
- 'นายกรัฐมนตรี' ลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ สั่งลุยปราบยาเสพติดขั้นเด็ดขาด!
- 'อุ๊งอิ๊ง' เยือนกองทัพบก! ถกปัญหาภัยคุกคามชายแดน 'ยาเสพติด-คอลเซ็นเตอร์'
ติดตามเราได้ที่