โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวตัดพ้อ เพื่อนที่ทำงานขอติดรถกลับบ้านบ่อย ลั่นจากน้ำใจกลายเป็นหน้าที่

Khaosod

อัพเดต 21 ก.พ. 2568 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2568 เวลา 11.10 น.

สาวตัดพ้อ เพื่อนที่ทำงานขอติดรถกลับบ้านบ่อย ๆ ต้องแวะไปส่งทุกคนถึงบ้าน แต่ไม่ช่วยค่าน้ำมัน ลั่นจากน้ำใจกลายเป็นหน้าที่

กำลังเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ เมื่อสาวคนหนึ่งตั้งกระทู้ระบายและปรึกษาปัญหาเพื่อนร่วมงานที่ชอบติดรถกลับบ้าน จากเรื่องของน้ำใจกลับกลายเป็นภาระที่เธอต้องรับผิดชอบ

โดยสาวเจ้าของกระทู้เล่าว่า ปกติจะสนิทกับเพื่อนในแผนกมาก เวลาเดินทางด้วยรถแท็กซี่ค่าใช้จ่ายก็หารกันปกติ จนกระทั่งเธอมีรถ เพื่อน ๆ หันมาพึ่งพาเธอ จากเดิมที่นั่งแท็กซี่กลับ ปัจจุบันเพื่อนไม่ต้องเสียค่ารถ เพราะมารถเธอกันหมด กลับกลายเป็นว่าต้องรับภาระค่าน้ำมันแทน

นอกจากจะให้ติดรถแล้ว เธอต้องคอยขับไปส่งทุกคนจนถึงบ้าน ซึ่งหลัง ๆ มาเพื่อนขอติดรถกลับด้วยทุกวัน นอกจากนี้ เวลามีการซื้อของในการทำงาน ยังคงเป็นเธอที่พาทุกคนไปซื้อ และต้องพาไปส่งบ้านเช่นเคย

เธอสับสนว่าตนเองคิดเล็กคิดน้อยเกินไปหรือไม่ ถ้าพูดตรง ๆ ก็คงเสียสัมพันธ์ แต่ถ้าไม่พูดก็คงโดนเอาเปรียบ แต่ก็คิดได้ว่าซื้อรถมาสนองตัวเอง ไม่ได้สนองคนอื่น จึงทำได้แค่เบี่ยงเบน พยายามหาข้ออ้างอื่น ๆ เธอควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี

สำหรับความคิดเห็นของชาวเน็ต แนะนำว่าเจ้าของกระทู้ควรสนใจความรู้สึกตัวเอง ลองถามตัวเองว่าให้ติดรถไปเพราะ "น้ำใจ" หรือเพราะ "เกรงใจ" ถ้าเป็นน้ำใจก็ควรให้ในจุดที่ยังสบายใจ แต่ถ้าเป็นเพราะเกรงใจก็ต้องหาทางออกให้ตัวเอง

โดยแนะนำหลากหลายวิธี หากเป็นสายซอฟต์ ไม่อยากพูดให้เสียเพื่อน แนะนำเจ้าของกระทู้ลองพูดเหตุผลอ้อม ๆ ว่า"พอดีช่วงนี้ต้องประหยัด เลยต้องขอหารหน่อยนะ" หรือถ้าหากอยากจบปัญหา ก็ลองพูดตรง ๆ แต่ให้ใช้คำที่นุ่มนวลมากขึ้น

ขอบคุณที่มา pantip

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวตัดพ้อ เพื่อนที่ทำงานขอติดรถกลับบ้านบ่อย ลั่นจากน้ำใจกลายเป็นหน้าที่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...