เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : 12 ภาษาต่างประเทศ ที่น่าจับตามอง
ทำไมจะต้องเรียนภาษาต่างประเทศ ภาษานั้นมีความสำคัญอย่างไร?
ภาษาคือตัวกลางในการสื่อสาร ยิ่งรู้ภาษามากเท่าไหร่ก็ยิ่งสื่อสารได้กว้างมากเท่านั้น ในปัจจุบันมีการเปิดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเพิ่มขึ้นหลากหลายภาษาเป็นอย่างมาก แต่ละประเทศต่างมุ่งมั่นในการเผยแพร่วัฒนธรรมภาษาของประเทศตัวเองให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขว้าง เป็นโอกาสอันดีสำหรับน้องๆ Dek-D เจนใหม่ๆ ที่จะได้มีทางเลือกในการเรียนรู้ภาษาที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น
การเรียนภาษาเปรียบเสมือนการละทิ้งสิ่งที่คุ้นเคยแล้วเริ่มต้นใหม่ในการเปิดรับความแปลกใหม่ วัฒนธรรมใหม่ๆ ที่ยากจะพบเจอถ้าหากน้องๆ ไม่ได้ลงไปสัมผัสดู วันนี้พี่พับพราวจะพาน้องๆ ไปพบเจอกับภาษาต่างๆ ที่หลายคนอาจคุ้นเคยหรือหลายก็ไม่เคยรู้ว่าภาษานั้นอาจเป็นภาษาที่น้องๆ กำลังตามหาอยู่ก็ได้ จะมีภาษาอะไรบ้างเราไปดูกันเลยดีกว่า
ภาพจาก freepik
1. ภาษาจีน
เริ่มที่ภาษาแรกคือด้วยภาษาจีน คงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะเป็นภาษาที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นภาษาที่คนใช้พูดมากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนประชากร วัฒนธรรมรวมถึงอิทธิพลด้านอื่นๆ ที่ส่งผลให้ประเทศเป็นประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และภาษาจีนก็เป็นที่นิยมสำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนภาษาอย่างแพร่หลาย
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษาจีน
1. ภาษาจีนขึ้นชื่อเรื่องความยาก หลายคนที่เรียนภาษาจีนบอกว่าเรียนยาก เนื่องจากอักษรจีนดูมีความซับซ้อนและประกอบด้วยรูปสัญลักษณ์รวมทั้งการออกเสียงที่คล้ายคลึงกันอาจทำให้เกิดความสับสน
2. เราสามารถแบ่งภาษาพูดของจีนได้ 6 ถึง 12 กลุ่ม ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่ง เช่น กลุ่มแมนดาริน, กลุ่มกวางตุ้ง และกลุ่มอื่นๆที่แบ่งแยกออกไปได้อีก
ทำไมภาษาจีนถึงน่าสนใจ
1. ผู้คนมากกว่า 1.2 พันล้านคนพูดภาษาจีนเป็นภาษาหลัก
2. วัฒนธรรมของจีนเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่เปิดหูเปิดตาและยังเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่ประณีตที่สุดในโลก
3. ภาษาจีนมีขนบธรรมเนียมและประเพณีมากมายให้เรียนรู้ เมื่อเรียนภาษาจีนกลางแล้ว นั่นหมายความว่าน้องๆ ไม่เพียงแต่ได้เรียนภาษาแต่ยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวจีนด้วย
ประเทศที่มีการใช้ภาษาจีน
จีน, ฮ่องกง, มาเก๊า, ไต้หวัน, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ไทย, เวียดนาม, พม่า, กัมพูชา, สิงคโปร์ และชุมชนจีนทั่วโลก
ภาพจาก freepik
2. ภาษาญี่ปุ่น
ภาษาญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในภาษาที่เป็นเอกลักษณ์และมีน้องๆ หลายคนสนใจอยากจะเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ด้วยวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น คววามสวยงามของธรรมชาติ อาหารและผู้คนส่งผลให้ภาษาญี่ปุ่นครองใจใครหลายๆคนให้อยากเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น
1. ภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ใช้ตัวอักษรอัลฟาเบ็ต หรือตัวอักษรภาษาอังกฤษ แต่ใช้อักษรฮิรากานะ, คาตาคานะ และตัวอักษรคันจิทำให้ผู้เรียนมีความยากลำบากในการจดจำและการอ่าน
2. การใช้คำและพูดคุยในภาษาญี่ปุ่นมีความซับซ้อนตามวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้บางคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นรู้สึกว่ามันยากและท้อในการทำความเข้าใจและใช้คำศัพท์ที่ถูกต้องตามบริบทสังคมญี่ปุ่น
ทำไมภาษาญี่ปุ่นถึงน่าสนใจ
1. ปัจจุบันมีผู้ใช้ทั่วโลกราว 130 ล้านคน
2. ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันสวยงาม มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย อาหารที่อร่อยถูกปาก การเดินทางสะดวก บ้านเมืองสะอาดปลอดภัย ภาษาญี่ปุ่นจึงได้รับความนิยมจากอิทธิพลเหล่านี้ไปด้วย
3. หลายคนสนใจที่อยากจะเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะความน่าสนใจของภาษา ทั้งสำเนียงการพูดที่น่ารัก วัฒนธรรมบ้านเมืองสวยงามทำให้หลายคนตัดสินใจท้าทายความยากและก้าวข้ามผ่านกำแพงของภาษาญี่ปุ่นไปได้
ประเทศที่มีการใช้ภาษาญี่ปุ่น
ญี่ปุ่น, ปาเลา
ภาพจาก freepik
3. ภาษาเกาหลี
สิ่งที่ทำให้หลายๆ คนเรียนภาษาเกาหลีคงไม่พ้นอิทธิพลจากสื่อบันเทิงของเกาหลีไม่ว่าจะเป็นซีรีส์เกาหลี, K-POP, นักแสดง รวมถึงอาหารหรือการไปท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลี และนอกจากนี้ภาษาเกาหลียังเป็นภาษาที่หลงไหลจึงทำให้มีคนสนใจที่จะเรียนภาษาเกาหลีจนถึงปัจจุบัน
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษาเกาหลี
1. อักษรเกาหลี เรียกว่าอักษรฮันกึลใช้แทนเสียงของแต่ละพยางค์ นอกจากนี้ใช้ยังตัวอักขระแบบจีนเรียกว่าอักษรฮันจา ในการเขียนด้วย
2. ในขณะที่คำศัพท์ที่ใช้กันส่วนใหญ่เป็นคำภาษาเกาหลีแท้ โดยที่มีคำศัพท์มากกว่า 50% มาจากภาษาจีนทั้งทางตรงและทางอ้อมแต่ภาษาเกาหลีสมัยใหม่มีลักษณะเฉพาะคือใช้ฮันกึลในการเขียนเกือบทั้งหมดแม้ว่าชาวเกาหลีจะไม่ใช้ตัวอักษรจีนในการเขียนอีกต่อไปแล้ว แต่ภาษาเกาหลีก็ยังเต็มไปด้วยคำยืมจากภาษาจีน และภาษาเกาหลีสมัยใหม่ก็มีคำยืมจากภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
3. ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างสำเนียงท้องถิ่นแต่ละแห่งคือ การเน้นเสียง อักษรเกาหลี หรือ ฮันกึล โดยผิวเผินแล้ว อักษรฮันกึลคล้ายกับอักษรรูปภาพเหมือนอักษรจีน แต่จริง ๆ แล้ว อักษรฮันกึลอยู่ในระบบอักษรแทนเสียง (ตัวพยัญชนะเป็นอักษรรูปภาพเลียนแบบอวัยวะการออกเสียงในขณะที่ออกเสียงนั้นๆ สระเป็นอักษรรูปภาพใช้แนวคิดเชิงปรัชญา เกี่ยวกับ ท้องฟ้า พื้นดิน และมนุษย์)
ทำไมภาษาเกาหลีถึงน่าสนใจ
1. ทั่วโลกมีคนพูดภาษาเกาหลี 78 ล้านคนมีคนชนเผ่าเกาหลีที่อาศัยอยู่ในประเทศจีนพูดโดยทั่วไป (ในจังหวัดปกครองตนเองชนชาติเกาหลีเหยียนเปียน มณฑลจี๋หลิน ซึ่งมีพรมแดนติดกับเกาหลีเหนือ)
2. ภาษาเกาหลีเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับคนที่สนใจเรียนภาษาที่สามเพิ่มเพราะอิทธิพลจากซีรีส์, K-POP, สวยงามของประเทศและวัฒนธรรม
ประเทศที่ใช้ภาษาเกาหลี
เกาหลีใต้, เกาหลีเหนือ, สหรัฐอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น, รัสเซีย และยูเครน
ภาพจาก freepik
4. ภาษาเยอรมัน
ภาษาเยอรมันหนึ่งในภาษาที่มีคนพูดมากที่สุดในยุโรปเพราะประเทศที่สวยงาม เป็นระเบียบ และมีชื่อเสียงเรื่องการตรงต่อเวลานั้นน่าหลงไหลมากจากความสวยงามของประเทศ แล้วภาษาเยอรมันก็มีเอกลักษณ์ในตัวที่น่าสนใจทำให้ภาษาเยอรมันก็เป็นอีกหนึ่งภาษาที่ในประเทศไทยมีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเปิดการเรียนการสอนเพิ่มมากขึ้นแล้ว
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษาเยอรมัน
1. ภาษาเยอรมันขึ้นชื่อในเรื่องคำศัพท์ที่ยาวและซับซ้อนในทางทฤษฎีแล้ว เป็นไปได้ที่จะสร้างคำศัพท์ที่มีความยาวไม่สิ้นสุด
2. องค์ประกอบของคำศัพท์สามารถนำมารวมกันได้อย่างถูกต้องตามหลักไวยากรณ์เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า คำประกอบ ซึ่งก็คือคำศัพท์คำเดียวที่ประกอบด้วยคำเล็กๆ จำนวนมาก
3. คำนามในภาษาเยอรมันมีทั้งหมด 3 เพศ นั่นคือ เพศชาย เพศหญิง และเพศกลาง อุปสรรคของการเรียนภาษาเยอรมันอีกหนึ่งอย่างคือการจดจำเพศของคำเพราะในทุกคำนามของภาษาเยอรมันจะมีเพศในทุกคำจำเป็นต้องจดให้ได้
4. คนภาษาเยอรมันไม่ได้ยากอย่างที่คิด เนื่องจากมีคำศัพท์และไวยากรณ์ที่ใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษซึ่งถ้าได้เรียนรู้แล้วเราจะสามารถเดาได้ว่าคำศัพท์คำนี้เขียนยังไงจากการฟัง หรือเมื่อเห็นคำศัพท์คำนี้แล้วควรออกเสียงยังไง
ทำไมภาษาเยอรมันถึงน่าสนใจ
1. ผู้คนมากกว่า 130 ล้านคนทั่วโลกพูดภาษาเยอรมันเป็นภาษาแม่หรือภาษาที่สองที่พูดกันมากที่สุดในสหภาพยุโรป
2. ภาษาเยอรมันเป็นภาษาที่น่าสนใจมากเพราะเต็มไปด้วยลักษณะเฉพาะตัวและคำบรรยายเชิงกวี "ดินแดนแห่งกวีและนักคิด" และเป็นชื่อเล่นทั่วไปของประเทศเยอรมนี
3. ภาษาเยอรมันเป็นภาษาที่ผู้นำที่ชาญฉลาดหลายคนพูด เต็มไปด้วยคำศัพท์เฉพาะที่บรรยายปรัชญาเยอรมันได้อย่างโดดเด่น แม้สุภาษิตในภาษาเยอรมันอาจจะดูแปลกประหลาดไปบ้างในบางครั้ง แต่นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลว่าทำไมภาษาเยอรมันจึงเป็นภาษาที่น่าดึงดูด
ประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน
เยอรมนี, ออสเตรีย, ลิกเตนสไตน์, สวิตเซอร์แลนด์, ลักเซมเบิร์ก แคว้นบางแคว้น เช่น เตรนตีโน-อัลโตอาดีเจในอิตาลี, แคว้นทางตะวันออกของเบลเยียม และยังมีชนกลุ่มน้อยที่พูดภาษาเยอรมันในหลายประเทศทางยุโรปตะวันออก เช่น รัสเซีย, ฮังการี, สโลวีเนีย เป็นต้น
ภาพจาก freepik
5. ภาษาฝรั่งเศส
สำหรับใครที่กำลังยังลังเลว่าจะเรียนภาษาฝรั่งเศสดีไหม อยากให้น้องๆ ได้ลองมาสัมผัสกับความไพเราะของภาษาเมื่อได้ฟังยิ่งรู้สึกหลงไหลความนุ่มนวลที่เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ของภาษาฝรั่งเศสก็ว่าได้ ซึ่งถ้าอยากเที่ยวประเทศฝรั่งเศส หรืออยากพูดภาษาอื่นได้เพิ่ม ลองมาศึกษาภาษาฝรั่งเศสที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในภาษาที่โรแมนติกที่สุด
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษาฝรั่งเศส
1. ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่มีความรื่นรมย์ มีโทนเสียงไพเราะภาษาฝรั่งเศสขึ้นชื่อเรื่องการออกเสียง การเน้นเสียงที่เรียบเฉยและการไม่เน้นเสียงก็กลายเป็นลักษณะเฉพาะความนิยมของภาษาฝรั่งเศส
2. ความซับซ้อนของการออกเสียงนั่นยากสำหรับหลายคนที่เริ่มเรียนใหม่ๆอาจเป็นผลมาจากการรวบรวมไวยากรณ์อย่างแม่นยำ
ทำไมภาษาฝรั่งเศสถึงน่าสนใจ
1. มีคนพูดภาษาฝรั่งเศสมากกว่า 220 ล้านคนในทุกทวีปและในปี 2050 ภาษาฝรั่งเศสจะเป็นภาษาที่มีคนพูดมากที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 4
2. ฝรั่งเศสเป็นประเทศหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในวงการแฟชั่น, ศาสตร์การทำอาหาร, สถานที่ท่องเที่ยว, วัฒนธรรมและการศึกษาในประเทศฝรั่งเศสก็เป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนสนใจที่จะเรียนภาษาฝรั่งเศส
3. ภาษาฝรั่งเศสยังมีนิยามว่าเป็น “ภาษาแห่งความรัก” ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหนึ่งในกลุ่มภาษาโรแมนซ์ ซึ่งหมายความว่าภาษาฝรั่งเศสสืบเชื้อสายมาจากภาษาละติน นี่คือสาเหตุที่คำศัพท์ภาษาฝรั่งเศสหลายคำจึงดูและออกเสียงคล้ายคลึงกับคำศัพท์ในภาษาโรแมนซ์อื่นๆ เช่น ภาษาสเปนและภาษาอิตาลี
ประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส
เบลเยี่ยม, ฝรั่งเศส, ลักเซมเบิร์ก, โมนาโก, สวิตเซอร์แลนด์, แคนาดา, เฮติ, โอเชียเนีย, แกมเบีย, มอริเชียส, เซาตูเม, ปรินซีปี, เลบานอน, โมร็อกโก, ตูนิเซียอันดอร์รา, แอลจีเรีย, อิตาลี, โปรตุเกส, คาโบ, เวิร์ด, กินี-บิสเซา, มอริเตเนีย, โรมาเนีย, ออสเตรีย, ไอร์แลนด์, มอลตา, เยอรมนี, สเปน, เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร เป็นต้น
ภาพจาก freepik
6. ภาษาสเปน
ภาษาสเปนเป็นที่นิยมในทวีปแถบ “ลาตินอเมริกา” คนส่วนใหญ่ใช้ภาษาสเปนในการสื่อสาร ซึ่งด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สวยงามและมีเสน่ห์น่าค้นหาสุดๆ น้องๆ คนไหนที่สนใจเรียนหรืออยากไปท่องเที่ยวทวีปแถบแถวนั้นการศึกษาภาษาสเปนก็มักจะเป็นตัวเลือกที่ดี
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษาฝรั่งเศส
1. ภาษาสเปนเป็นภาษาที่เรียนง่าย การออกเสียงก็ค่อนข้างง่ายด้วยเหตุผลหลายประการ เช่นเดียวกับภาษาโรแมนซ์ทั้งหมด ภาษาสเปนมีข้อได้เปรียบตรงที่การสะกดคำมีความสม่ำเสมอมาก
2. ภาษาสเปนมีความอบอุ่นและเป็นมิตร ซึ่งสะท้อนถึงทัศนคติที่ผ่อนคลายโดยทั่วไปของชาวละตินอเมริกา และเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการค้นพบโลกแห่งวัฒนธรรมอันน่าหลงใหล
ทำไมภาษาสเปนถึงน่าสนใจ
1. ภาษาสเปนเป็นภาษาที่ใช้ทั่วโลก มีผู้พูดมากกว่า 400 ล้านคนทั่วโลกนอกจากนี้ยังเป็นภาษาทางการใน 21 ประเทศจึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักเดินทางรอบโลก
2. ผู้เชี่ยวชาญภาษาส่วนใหญ่จะบอกคุณว่าภาษาสเปนเป็นภาษาที่ดีมากในการเรียนรู้ ภาษาสเปนเป็นภาษาที่แสดงออกถึงความรู้สึกได้ดี มีสีสัน และโรแมนติก
3. ผู้พูดภาษาสเปนมาจากหลายภูมิภาคของโลก คุณจะสนุกไปกับการเรียนรู้สำนวนต่างๆ ความเข้าใจทางวัฒนธรรม และสำเนียงต่างๆ จากทั่วโลก
4. ภาษาสเปนเป็นภาษาที่กำลังเติบโตหากคุณต้องการเรียนรู้ภาษาแห่งอนาคตการเรียนภาษาสเปนจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับนักเรียนทั้งสองฝั่งมหาสมุทร
5. ภาษาสเปนยังมีอยู่มากมายในหลายประเทศและหลายภูมิภาค ความหลากหลายนี้เองที่อธิบายเสน่ห์ของภาษาสเปนได้
6. หากคุณเลือกเรียนภาษาสเปน คุณจะได้รับประโยชน์จากมุมมองระดับโลกที่กว้างขึ้น ความคิดที่เปิดกว้าง และการรับรู้ทางวัฒนธรรมที่มากขึ้น
ประเทศที่ใช้ภาษาสเปน
โบลิเวีย, โบลิเวีย, โคลอมเบีย, คอสตาริกา, คิวบา, เอกวาดอร์, เอลซัลวาดอร์,อิเควทอเรียลกิน, กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, ปานามา, ปารากวัย, เปรู, ปวยร์โตรีโก, สเปน, เวเนซุเอลา, อาร์เจนตินา, ชิลี, สาธารณรัฐโดมินิกัน, เม็กซิโก, นิการากัว และอุรุกวัย เป็นต้น
ภาพจาก freepik
7. ภาษาอิตาลี
หลายคนอาจจะคิดว่าการเรียนภาษาอิตาเลียนฟังยาก เรียนยาก แต่ในทุกภาษาล้วนมีความยากของตัวเองและในทุกภาษาต้องเข้าใจธรรมชาติของมันเมื่อผ่านไปได้ก็จะง่ายขึ้น ภาษาอิตาลีก็เช่นกัน ถึงจะยากแต่สิ่งที่ได้กลับมาเมื่อได้เรียนไปแล้วก็คุ้มค่าไม่น้อยทั้งเอกลักษณ์ของภาษา สำเนียง ประเทศ ไม่แปลกใจถ้าหากภาษาอิตาลีจะเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษาอิตาลี
1. ภาษาอิตาลีมีอิทธิพลต่อภาษาอื่นด้วยเหมือนกัน ยกตัวอย่าง ภาษาอังกฤษ รายชื่อคำศัพท์ที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษหลายคำมีต้นกำเนิดจากภาษาอิตาลี
2. ภาษาอิตาลีเป็นภาษาที่มีเสน่ห์และน่าค้นหามาก ภาษาอิตาลีดูเหมือนจะเป็นภาษาที่มีสำเนียงที่เซ็กซี่ที่สุดมีความเข้มแข็งและหนักแน่น แต่ก็แฝงไปด้วยความไหลรื่นและไพเราะ
3. ด้วยจำนวนคำที่ลงท้ายด้วยสระและการไม่มีกลุ่มพยัญชนะ ทำให้นอกจากประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมของประเทศอิตาลีแล้วนี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ภาษาอิตาลีมีเสน่ห์ดึงดูดใจ
ทำไมภาษาอิตาลีถึงน่าสนใจ
1. ภาษาอิตาลีเป็นภาษาแรกของผู้พูดประมาณ 65 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในสหภาพยุโรป และเป็นภาษาที่สองของผู้คนอีก 15 ล้านคน นอกจากนี้ภาษาอิตาลียังเป็นหนึ่งในภาษาทางการของสวิตเซอร์แลนด์, ซานมารีโน, นครรัฐวาติกัน และอิสเตรีย และมีผู้พูดมากกว่า 85 ล้านคนทั่วโลกเป็นหนึ่งในภาษาที่ได้รับความนิยมและมีอิทธิพลมากที่สุดในโลก
2. อิตาลีมีความโดดเด่นในด้านความเป็นเอกลักษณ์ ประวัติศาสตร์อันยาวนานนับพันปี สถาปัตยกรรมที่น่าทึ่ง งานศิลปะที่งดงาม ธรรมชาติที่น่าดึงดูด และอาหารที่เป็นเอกลักษณ์
3. ภาษาอิตาลีนั้นมีความพิเศษและน่าสนใจมาก จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในภาษาที่สวยงามที่สุดในโลก
ประเทศที่ใช้ภาษาอิตาลี
อิตาลี, ซานมารีโน, สวิตเซอร์แลนด์, นครวาติกัน, โครเอเชีย, สโลวีเนีย, แอลเบเนีย, อาร์เจนตินา, ออสเตรเลีย, เบลเยียม, บอสเนีย, เฮอร์เซโกวีนา, บราซิล, แคนาดา, คอสตาริกา, มอลตา, อียิปต์, เอริเทรีย, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิสราเอล, ลิเบีย, ลิกเตนสไตน์, ลักเซมเบิร์ก, ปารากวัย, ฟิลิปปินส์, เปอร์โตริโก, โรมาเนีย, ซาอุดีอาระเบีย, ตูนิเซีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา และเวเนซุเอลา
ภาพจาก freepik
8. ภาษาอาหรับ
ภาษาอาหรับเป็นภาษาที่น่าสนใจ เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ภาษาอาหรับยังคงเป็นหนึ่งในภาษาที่ดึงดูดใจมากที่สุดแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักภาษาอาหรับนั้นกว้างใหญ่ไพศาลและหลากหลาย เช่นเดียวกับวัฒนธรรมที่ใช้ภาษาอาหรับเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความคิดและวิถีชีวิตของตน น้องๆ คนไหนที่อยากจะเรียนภาษาแล้วยังเต็มไปด้วยความน่าสนใจในวัฒนธรรมอันเก่าแก่ละก็ภาษาอาหรับน่าจะตอบโจทย์น้องๆ ได้ดีเลยทีเดียว
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษาอาหรับ
1. อักษรอาหรับมีต้นกำเนิดมาจากอักษรอียิปต์โบราณ การเขียนอักษรอาหรับของชนชาติอะนาคาน เมื่อประมาณ 1850 - 1300 ก่อนคริสตศักราช คือจุดกำเนิดของระบบอักษร "อลิฟเบตท์" หรือ อัลฟาเบท"
2. ตัวอักษรอาหรับจะมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่นภาษาเปอร์เซีย ภาษาอูรดู ภาษาตุรกี ภาษามลายู เป็นต้น
3. ภาษาอาหรับมีลักษณะพิเศษที่สำคัญมีระบบการสร้างคำที่น่ามหัศจรรย์คำหนึ่งสามารถจะผันออกไปได้มากมาย พร้อมทั้งความหมายที่เปลี่ยนไปตามความต้องการเช่นคำว่ากิน เมื่อจะเปลี่ยนเป็นผู้กิน หรือสิ่งที่กิน หรือเวลากิน ก็ไม่จำเป็นต้องเติมคำนำหน้า แค่ตัดต่ออักษรในตัวของคำเอง ก็จะได้ความหมายที่ต้องการ
4. เป็นภาษาที่เขียนโดยไม่จำเป็นต้องมี “สระ” กำกับ
5. คำนามในภาษาอาหรับมี 2 เพศ เพศชายกับเพศหญิง และมีพจน์ 3 พจน์คือ เอกพจน์ ทวิพจน์ พหูพจน์
6. ภาษาอาหรับเป็นภาษาทางเรขาคณิต เรขาคณิตถือเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอาหรับ เราสามารถใช้รูปทรงเรขาคณิตได้มากมาย ในวัฒนธรรมอาหรับ เรขาคณิตเป็นตัวแทนของความสมดุล ตัวอักษรอาหรับทุกตัวเป็นส่วนหนึ่งของรูปสามเหลี่ยม วงกลม หรือทั้งสองอย่างรวมกัน
7. การเริ่มต้นเรียนรู้ภาษาอาหรับควรเริ่มต้นจากภาษาอาหรับมาตรฐานหรือภาษาอาหรับกลาง (Standard Arabic Language) ซึ่งเป็นวิธีการสำคัญที่สามารถทำให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ภาษาถิ่นอาหรับเพิ่มเติม
ทำไมภาษาอาหรับถึงน่าสนใจ
1. ภาษาอาหรับก็เป็นภาษาที่มีผู้พูดมากเป็นอันดับ 5 ของโลกโดยมีผู้พูดเกือบ 700 ล้านคน ภาษาอาหรับเป็นภาษาราชการในกว่า 20 ประเทศ
2. ภาษาอาหรับเป็นภาษาเก่าแก่ที่สำคัญภาษาหนึ่งของโลก เป็นภาษาในตระกูลเซมิติก ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับภาษาฮิบรู และภาษาอาราเมอิก
3. ภาษาอาหรับเป็นภาษาทางวรรณกรรม นับเป็นเวลากว่า 1,500 ปี ไม่เพียงเป็นภาษาเก่าแก่ที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ยังครองความสำคัญในฐานะที่เป็นภาษาเดียวที่ดำรงรักษาองค์ความรู้อย่างสมบูรณ์ไว้ให้นักภาษาศาสตร์ได้ทำการศึกษา
4. เป็นที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากศึกษาภาษาอาหรับและชื่นชอบงานเขียนในด้านปราชญ์ การแพทย์, ประวัติศาสตร์, ศาสนศาสตร์, ดาราศาสตร์ และภูมิศาสตร์เพราะล้วนเขียนขึ้นด้วยภาษาอาหรับมากกว่าภาษาใดๆ ทั้งสิ้น
5. ปัจจุบันภาษาอาหรับเป็นภาษาหนึ่งในภาษาที่ใช้ในองค์การสหประชาชาติ และเป็นภาษาที่มีบทบาทอย่างสูงในวงการธุรกิจ การศึกษา การฑูต และการท่องเที่ยว
ประเทศที่ใช้ภาษาอาหรับ
บาห์เรน, อิรัก, จอร์แดน, คูเวต, เลบานอน, โอมาน, ปาเลสไตน์, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, ซีเรีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เยเมน, แอลจีเรีย, ชาด, อียิปต์, ลิเบีย, โมร็อกโก, ซูดาน, ตูนิเซีย, มอริเตเนีย, โคโมโรส และจิบูตี
ภาพจาก freepik
9. ภาษารัสเซีย
ภาษารัสเซียยังเป็นภาษาหลักที่สำคัญที่สุดในการสื่อสารระหว่างชาติพันธุ์ในยุโรปตะวันออกแล้วภาษารัสเซียยังเป็นภาษาพื้นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอีกด้วย น้องๆ หลายคนอาจมีความคุ้นเคยหรือบางคนก็ยังไม่ได้มองเห็นความสำคัญของภาษารัสเซีย แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อวัดจากทั่วโลกแล้วภาษารัสเซียก็ยังเป็นภาษาที่มีคนพูดเป็นจำนวนมากอยู่ดี นอกจากจะมีประโยชน์แล้วภาษารัสเซียยังเป็นภาษาที่ทำให้เราสนุกและได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเพิ่มอีกด้วยนะ
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษารัสเซีย
1. ภาษารัสเซียประกอบด้วยภาษายิดดิช ฝรั่งเศส อาหรับ ดัตช์ อังกฤษ และอื่นๆ อีกมากมาย ภาษารัสเซียมีตัวอักษรที่คล้ายกับภาษากรีก ซึ่งถือเป็นความตั้งใจ แต่ภาษารัสเซียไม่มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก หน่วยคำและโครงสร้างประโยคมีความแตกต่างกันอย่างมาก ความคล้ายคลึงกันประการเดียวระหว่างภาษากรีกและรัสเซียก็คือ ทั้งสองภาษามีการเน้นเสียง และการผันคำ
2. สำหรับคนที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนรู้ ภาษารัสเซียอาจเป็นเรื่องที่ยากเพราะภาษารัสเซียมีความแตกต่างทางภาษาอย่างมากกับภาษาอังกฤษ
3. ภาษารัสเซียจัดอยู่ในกลุ่ม "ภาษาหมวด 3" ซึ่งทำให้การเรียนภาษารัสเซียเป็นเรื่องท้าทายพอๆ กับภาษาฮินดีหรือภาษาไทยและภาษาอื่นๆ เช่น ภาษาอาหรับ ภาษาจีนกลาง และภาษาเกาหลี ซึ่งมีความยากกว่าด้วยซ้ำ
4. ภาษารัสเซียมีคำศัพท์ประมาณ 200,000 คำ เมื่อเทียบกับภาษาอังกฤษซึ่งมีมากกว่า 1 ล้านคำ เพราะว่าคำศัพท์ในภาษารัสเซียหนึ่งคำมีความหมายมากกว่าหนึ่งความหมาย
5. สำหรับคนที่กลัวตัวอักษรแปลกๆ จะรู้สึกว่าไม่สามารถเข้าใจภาษารัสเซียได้และหลายคนไม่ได้เห็นถึงความจำเป็นในการเรียนภาษารัสเซียเพราะอาจคิดว่าเรียนภาษาตระกูลเดียวกันอย่างเยอรมันที่คงจะง่ายกว่าจึงทำให้หลายคนท้อถอยกันออกไป
6. การเรียนภาษารัสเซียมีอุปสรรคหลักอยู่สองประการ นั่นคือกฎไวยากรณ์ การผันคำและรูปแบบคำกริยาสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ เมื่อเรียนไปเรื่อยๆ น้องๆ จะรู้สึกถึงความยุ่งยากของอุปสรรคข้อนี้
ทำไมภาษารัสเซียถึงน่าสนใจ
1. ภาษารัสเซียเป็นภาษาแม่ของประชากร 150 ล้านคนและเป็นภาษาที่สองของประชากร 110 ล้านคนภาษารัสเซียเป็นภาษาที่มีคนพูดมากเป็นอันดับ 8 ของโลก
2. การเรียนภาษารัสเซียจะเปิดประตูสู่โอกาสต่างๆ ให้กับน้องๆ ไม่เพียงแต่ในรัสเซียเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศในยุโรปอีกหลายๆ ประเทศ เช่น เบลารุส ยูเครน อุซเบกิสถาน คีร์กีซสถาน คาซัคสถาน อาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย เป็นต้น
3. ภาษารัสเซียเป็นภาษาที่สองที่นิยมใช้กันในยุโรปตะวันออกเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากอิทธิพลทางการเมืองที่ยาวนานของรัสเซีย
4. ชาวรัสเซียไม่ได้พูดภาษาอังกฤษมากนัก ถ้าน้องๆ อยากไปประเทศรัสเซียประเทศที่มีวัฒรธรรมเก่าแก่อย่างนี้การสื่อสารภาษารัสเซียได้จะช่วยให้น้องๆ ใช้ชีวิตในประเทศรัสเซียได้ง่ายขึ้น เพราะมีชาวรัสเซียเพียงประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่อง ดังนั้นการเรียนรู้อักษรซีริลลิกหรือวลีต่างๆ จะช่วยให้น้องๆ เชื่อมโยงกับคนในท้องถิ่นได้มากขึ้น
5. การเรียนภาษารัสเซียเป็นความท้าทาย เนื่องมาจากโครงสร้างไวยากรณ์ที่ซับซ้อนและอักษรซีริลลิกดูเหมือนจะแปลกมาก แต่หลายคนที่ผ่านการเรียนภาษารัสเซียจบแล้วรู้สึกว่ามันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น การทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของภาษารัสเซียนั้นอาจหมายถึงการละทิ้งสิ่งที่คุ้นเคยและก้าวเข้าสู่ความไม่คุ้นเคย สู่สิ่งที่เราไม่รู้จัก มันอาจยากสำหรับการเริ่มต้นแต่เมื่อเรียนรู้มันแล้ว น้องๆ จะรู้สึกเข้าใจและเห็นถึงความสวยงามของภาษารัสเซียได้อย่างถ่องแท้
6. การเรียนภาษารัสเซียนั่นคุ้มค่าในทางประวัติศาสตร์และวรรณกรรมรัสเซียเป็นทายาทของประเพณีทางประวัติศาสตร์และวรรณกรรมอันล้ำค่า และหากน้องๆ เป็นคนที่สนใจหรือให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์และวรรณกรรม ภาษารัสเซียอาจทำให้น้องๆ สนุกกับการเรียนรู้ภาษารัสเซียและรู้สึกคุ้มค่าเมื่อน้องๆ เข้าใจภาษารัสเซียแล้วการอ่านประวัติศาสตร์หรือวรรณกรรมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันเก่าแก่อย่างยาวนาน นั่นอาจเป็นขุมทรัพท์ที่คุ้มค่าที่สุดเลยก็ว่าได้
ประเทศที่ใช้ภาษารัสเซีย
เบลารุส, จอร์เจีย, เอสโตเนีย, คีร์กีซสถาน, คาซัคสถาน, ลิทัวเนีย, มอลโดวา และยูเครน เป็นต้น
ภาพจาก freepik
10. ภาษาโปรตุเกส
ปัจจุบันภาษาโปรตุเกสกลับเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากกลายเป็นภาษาแห่งโอกาสถ้าหากน้องๆ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนโปรตุเกส น้องๆ อาจจะต้องประหลาดใจในประเทศเล็กๆ นี้แน่นอน เพราะประเทศโปรตุเกสนั้นเป็นไปด้วยความยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ตั้งแต่ในอดีตภาษาโปรตุเกสก็ได้เดินทางไปไกลและกว้างขวางมาก ทำให้มีคนนับล้านใช้ภาษานี้ในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีคนที่เลือกภาษาโปรตุเกสไม่ได้เยอะอย่างที่คิดส่วนทางกับการเผยแพร่ของภาษาเป็นอย่างมาก แต่ถ้าน้องๆ กำลังมองหาภาษาที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครละก็ภาษาโปรตุเกสจะเป็นคำตอบให้กับน้องๆ ได้อย่างแน่นอน
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษาโปรตุเกส
1. ภาษาโปรตุเกสเรียนรู้ได้ค่อนข้างง่ายเมื่อเทียบกับภาษาอื่นๆน้องๆ ไม่ต้องเรียนพยัญชนะใหม่เหมือนภาษารัสเซีย ญี่ปุ่น หรืออารบิก และหากเราพูดภาษาสเปนหรือฝรั่งเศสอยู่แล้ว ภาษาโปรตุเกสจะใช้หลายๆ คำร่วมกับภาษาเหล่านี้ แถมยังมีโครงสร้างประโยคที่คล้ายกับภาษาอังกฤษอีกด้วย
2. ภาษาโปรตุเกสเป็นประตูสู่ภาษาอื่นๆ การเรียนภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาที่สองจะทำให้การเรียนภาษาในกลุ่มโรมานซ์อื่นๆ เป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น หลังจากเรียนภาษาโปรตุเกสแล้ว ให้คุณต่อด้วยภาษาสเปน อิตาเลียน ฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งโรมาเนีย แล้วคุณจะพบว่าคุณสามารถเรียนรู้ภาษาอื่นๆ ที่วิวัฒนาการมาจากภาษาละตินเหมือนกันได้อย่างง่ายดาย
3. ความแตกต่างและหลากหลายที่โปรตุเกสได้รับอิทธิพลมาอยากหลั่งไหลทำให้ถ้าหากน้องๆ อยากจะเรียนภาษาโปรตุเกสช่วยแจ้งให้ครูผู้สอนทราบว่าอยากจะเรียนเรียนรู้คำศัพท์หรือการออกเสียงของภูมิภาคไหนในประเทศโปรตุเกสหรืออยากจะเรียนรู้ประเทศไหนที่มีผู้คนใช้ภาษาโปรตุเกส เพื่อให้ง่ายต่อการพูดและการฟังสำเนียงนั้นๆ
4. วิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ภาษาโปรตุเกสคือการเรียนรู้ ในแต่ละประเทศที่มีการใช้ภาษาโปรตุเกสที่มีความแตกต่างและหลากหลายนั้น ทั้งสำเนียง ผู้คนและวัฒนธรรม วิธีที่ง่ายที่สุดในการเรียนรู้ภาษาใดๆ ก็คือการไปเยี่ยมเยือนโปรตุเกสหรือประเทศที่ใช้ภาษาร่วมกัน
ทำไมภาษาโปรตุเกสถึงน่าสนใจ
1. ชาวโปรตุเกสมีผู้พูดประมาณ 252 ล้านคนโดย 228 ล้านคนพูดภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาแม่ จาก 4 ทวีป คือ ยุโรป, อเมริกาใต้, แอฟริกา, เอเชีย และเป็นภาษาที่มีผู้พูดมากเป็นอันดับ 9 ของโลก
2. คนที่พูดภาษาโปรตุเกสส่วนใหญ่มาจากบราซิล ซึ่งเป็นประเทศที่พูดภาษาโปรตุเกสมากที่สุด
3. ประเทศโปรตุเกสมีวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีอิทธิพลใน 4 ทวีป ชาวโปรตุเกสไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักในเรื่องความเป็นมิตรเท่านั้น แต่ยังกว้างขวางและมีอิทธิพลต่อหลายประเทศเช่นกัน
4. โปรตุเกสอาจเป็นประเทศเล็กๆ แต่ภาษานี้ได้เดินทางไปไกลและกว้างขวางมาก มีคนนับล้านใช้ภาษานี้ในชีวิตประจำวัน แต่มีจำนวนไม่มากที่เลือกภาษาโปรตุเกส ทั้งๆ ที่เป็นภาษาที่ใช้กันอย่างกว้างขวางมาก หากน้องๆ ใช้ภาษานี้ได้อย่างคล่องแคล่ว น้องๆ จะเป็นเจ้าของทักษะที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นยิ่งกว่า ซึ่งจะทำให้น้องๆ แตกต่างจากคนส่วนใหญ่
5. ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาที่ใช้กันในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวางที่สุดอันดับที่ 5 เนื่องจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่พูดภาษาโปรตุเกสและเพจต่างๆที่เขียนเป็นภาษานี้กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว
6. การที่น้องๆ เชี่ยวชาญภาษาโปรตุเกส มีความสำคัญอย่างยิ่งในธุรกิจและในแวดวงวิชาชีพอื่นๆการใช้บริการนักแปลภาษาโปรตุเกสที่มีประสบการณ์ซึ่งเชี่ยวชาญในการแปลเป็นภาษาโปรตุเกสตามที่คุณต้องการจึงถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ
7. ภาษาโปรตุเกสเริ่มได้รับความนิยมในเอเชียเช่นกัน ส่วนใหญ่เป็นเพราะจำนวนผู้พูดภาษาติมอร์ตะวันออกเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมาเก๊ากำลังกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ภาษาโปรตุเกสของชาวจีน เนื่องมาจากความสัมพันธ์ทางการทูตและทางการเงินของจีนที่เพิ่มขึ้นกับประเทศที่พูดภาษาโปรตุเกส
ประเทศที่ใช้ภาษาโปรตุเกส
โปรตุเกส, แองโกลา, บราซิล, กาบูเวร์ดี, ติมอร์-เลสเต, กินีบิสเซา, มาเก๊า, โมซัมบิก, เซาตูเม และปรินซิปี
ภาพจาก freepik
11. ภาษาโรมาเนีย
หลายคนบอกว่าภาษาโรมาเนียไม่ใช่ภาษาที่เหมาะแก่การเรียนรู้ เพราะมีผู้พูดภาษานี้เพียงไม่กี่คน แต่ก็ยังมีหลายคนบอกว่าว่าภาษาโรมาเนียเป็น “ภาษาที่สำคัญ” และต้องการคนที่มีความรู้เกี่ยวกับภาษาโรมาเนียเป็นจำนวนมากโรมาเนียเป็นประเทศที่สวยงามและควรค่าแก่การไปสัมผัสกับทิวทัศน์ที่บริสุทธิ์ และมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ภาษาโรมาเนียเป็นภาษาที่น่าสนใจ ถ้ามีพื้นฐานภาษาโรมาเนียที่มั่นคงจะทำให้การเรียนรู้ภาษาโรแมนซ์อื่นๆ ได้ง่าย และบางทีในอนาคต ภาษาที่สวยงามนี้อาจจะโดดเด่นไม่แพ้ภาษาอื่นเลย
สิ่งที่ควรรูเกี่ยวกับภาษาโรมาเนีย
1. ภาษาโรมาเนียเขียนด้วยอักษรละตินทั้งหมดเนื่องจากเป็นภาษาโรแมนซ์ จึงมีความคล้ายคลึงกับภาษาอิตาลี ฝรั่งเศส และสเปนมาก แต่ภาษาโรมาเนียก็มีกลิ่นอายของภาษาสลาฟอยู่บ้างเช่นกัน ที่น่าสนใจคือไวยากรณ์ของภาษาโรมาเนียยังคงรักษาภาษาละตินสามัญดั้งเดิมไว้มากดังนั้น ภาษาโรมาเนียจึงฟังดูเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างยิ่ง
2. ระบบการเขียนและตัวอักษรภาษาโรมาเนีย ศตวรรษที่ 19 ภาษาโรมาเนียเขียนด้วยอักษรซีริลลิก จนกระทั่งในปี 1989 ระบบการเขียนอย่างเป็นทางการจึงเปลี่ยนจากอักษรซีริลลิกในมอลโดวา
3. คำศัพท์ภาษาโรมาเนียส่วนใหญ่มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินหรือโรแมนซ์ และภาษาสลาฟ
4. วิธีที่เร็วที่สุดในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาโรมาเนียคือการเน้นที่คำศัพท์ที่ใช้บ่อยที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด การเรียนรู้คำศัพท์และวลีที่ใช้บ่อยที่สุด 2,500 คำจะช่วยให้น้องๆ มีคำศัพท์เยอะมากพอที่จะใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว
5. ไวยากรณ์ภาษาโรมาเนียมีความคล้ายคลึงกับภาษาโรแมนซ์อื่นๆ มากที่สุด ดังนั้น เช่นเดียวกับภาษาฝรั่งเศสและภาษาอิตาลี ภาษาโรมาเนียจึงเป็นภาษา SVO (ประธาน-กริยา-กรรม) แต่ภาษาโรมาเนียแตกต่างจากภาษาโรแมนซ์อื่น ๆ ตรงกฎไวยากรณ์บางประการ
6. สิ่งที่ควรทราบคือภาษาโรมาเนียมีคำนำหน้าไม่จำกัด ซึ่งภาษาโรมาเนียไม่มีคำบุพบทเดี่ยวหรือคำนำหน้าเฉพาะเจาะจงแต่ภาษาโรมาเนียใช้การผันคำนามแทนการผันคำนามไม่ใช่เรื่องปกติในภาษาโรแมนซ์อื่นๆ แต่ภาษาโรมาเนียยังคงใช้หลักไวยากรณ์เฉพาะนี้ไว้
7. ภาษาโรมาเนียมีเพศอยู่ 3 เพศ นั่นคือ เพศชาย เพศหญิง และเพศกลาง
8. ภาษาโรมาเนียเรียนได้ค่อนข้างง่ายสำหรับเจ้าของภาษาอังกฤษ นั่นเป็นเพราะภาษาอังกฤษและภาษาโรแมนซ์อื่นๆ มีความใกล้ชิดกันมากในประวัติศาสตร์ ภาษาโรมาเนียเป็นหนึ่งในภาษาที่เรียนง่ายที่สุด เช่นเดียวกับผู้เรียนภาษาฝรั่งเศสหรืออิตาลีคนที่เรียนภาษาโรมาเนียจะเรียนรู้ได้คล่องอย่างรวดเร็ว
ทำไมภาษาโรมาเนียถึงน่าสนใจ
1. มีผู้พูดภาษาโรมาเนียเป็นภาษาแม่ 24 ล้านคนและมีผู้คนที่ใช้ภาษาโรมาเนียเป็นภาษาที่สองประมาณ 4 ล้านคน ภาษาโรมาเนียเป็นภาษาราชการของโรมาเนียและมอลโดวา ในโรมาเนีย ประชากร 93% ใช้ภาษาโรมาเนียเป็นภาษาแรก
2. ภาษาโรมาเนียเป็นภาษาที่มีเอกลักษณ์และน่าสนใจ เป็นหนึ่งในภาษาที่มักถูกมองข้ามมากที่สุดในโลกด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทำให้ภาษาโรมาเนียในปัจจุบันกลายเป็นภาษาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง และมีการค้นพบการใช้ภาษาโรมาเนียมากขึ้นในปัจจุบัน
3. ภาษาโรมาเนียเป็นภาษาโรแมนซ์ หลายคนมักจะลืมว่าภาษาโรมาเนียก็เป็นหนึ่งในภาษากลุ่มโรแมนซ์ เช่นเดียวกับ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี และโปรตุเกส ซึ่งเป็นสมาชิกที่โดดเด่นกว่ามากในตระกูลนี้
4. แต่จากข้อมูลแม้ว่าภาษาโรมาเนียจะมีคำว่า "โรมัน" อยู่ในชื่อ แต่ภาษาโรมาเนียก็ไม่ได้เป็นภาษาโรแมนซ์อย่างชัดเจน เพราะภาษาโรมาเนียถูกแยกออกจากภาษาอื่นทางภูมิศาสตร์ด้วยคาบสมุทรบอลข่านและด้วยอิทธิพลของสลาฟที่มีต่อเพื่อนบ้าน ทำให้ภาษาโรมาเนียมีอิทธิพลอย่างมาก
5. ในมอลโดวา ภาษาทางการคือภาษามอลโดวา แต่ภาษามอลโดวาและภาษาโรมาเนียก็เป็นภาษาเดียวกัน รูปแบบการเขียนก็เหมือนกัน แต่สำเนียงของทั้งสองประเทศก็แตกต่างกันอย่างชัดเจนถึงอย่างนั้น หากใครพูดว่าเขาพูดภาษามอลโดวา จริงๆ แล้วเขาหมายถึงภาษาโรมาเนีย
6. ภาษาโรมาเนียถือว่ามีความสำคัญต่อการทูตของอเมริกา เพราะความรู้เกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมบางอย่างสามารถเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศที่พูดภาษาและวัฒนธรรมเหล่านั้นได้
ประเทศที่ใช้ภาษาโรมาเนีย
โรมาเนีย, มอลโดวา, ฮังการี, ยูเครน, เซอร์เบีย, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
ภาพจาก freepik
12. ภาษาตุรกี
ภาษาที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันแปลกประหลาดและภูมิหลังที่น่าสนใจ เป็นภาษาที่มีความสวยงาม เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิออตโตมันและไบแซนไทน์ ตุรกีจึงเต็มไปด้วยสมบัติทางโบราณคดีและเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์อันน่าประทับใจมากมาย นอกจากนี้ ตุรกียังเป็นประเทศที่สวยงาม มีวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา และอาหารที่น่าทึ่งอีกด้วย
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาษาตุรกี
1. ตัวอักษรของภาษาตุรกี ในแต่ก่อนภาษาตุรกีเขียนโดยใช้ตัวอักษรอาหรับ แต่ปัจจุบันภาษาตุรกีใช้เฉพาะตัวอักษรละตินเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าคนเรียนที่เป็นเจ้าของภาษาอังกฤษจะได้เปรียบอย่างมาก น้องๆ จะรู้จักตัวอักษรเกือบทั้งหมดในตัวอักษรตุรกีได้ในทันที
2. ตัวอักษรบางตัวที่เพิ่มเข้ามาของภาษาตุรกีก็เพื่อให้เกิดแตกต่างจากตัวอักษรที่คุ้นเคย สะท้อนการออกเสียงภาษาตุรกีได้ดี คือ “Ç”, “Ş”, “Ğ”, “I”, “İ”, “Ö”, “Ü” เป็นตัวอักษรที่ดัดแปลงเพื่อให้เหมาะกับการออกเสียงภาษาตุรกีมากขึ้น
3. ไวยากรณ์ภาษาตุรกีค่อนข้างตรงไปตรงมา เป็นระบบ และค่อนข้างสม่ำเสมอ และเนื่องจากภาษาตุรกีเกือบทั้งหมดเป็นสัทศาสตร์ การอ่านและออกเสียงภาษาตุรกีจึงเป็นเรื่องง่าย
4. ภาษาตุรกีไม่มีการแบ่งเพศ การเรียนรู้ภาษาตุรกีจึงง่ายขึ้นอย่างแน่นอน แต่เมื่อเราใช้คำนามภาษาตุรกี เราจะต้องคิดว่าจะใช้คำต่อท้ายคำใดต่อท้ายคำเหล่านั้น เนื่องจากภาษาตุรกีเป็นภาษาที่รวมคำนาม
5. ภาษาตุรกีคือความกลมกลืนของสระ ภาษาตุรกีมีโครงสร้างประธาน-กรรม-กริยา (SOV) เหมือนกับภาษาอื่น และภาษาตุรกีไม่มีความแตกต่างทางเพศ การทำความเข้าใจคำศัพท์ต่างๆ ในภาษาตุรกีอาจทำให้การเรียนรู้ภาษาอื่นง่ายขึ้น
6. จากลักษณะโบราณของภาษาตุรกีจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มภาษาอัลไตอิก เช่นเดียวกับภาษามองโกล เกาหลี และตุงกุสิก อย่างไรก็ตาม เมื่อศึกษาภาษาตุรกีเพิ่มเติม พบว่าภาษาตุรกีจัดอยู่ในกลุ่มภาษาโอกุซ ซึ่งมีต้นกำเนิดจากภาษาเตอร์กิกดั้งเดิม นอกจากนี้ ยังมีภาษาสำคัญอื่นๆ เช่น อาเซอร์ไบจาน กาชไก อุซเบก และเติร์กเมนอีกด้วย
7. ภาษาตุรกีเป็นภาษาที่ใช้คำเชื่อม ประโยคที่สมบูรณ์ในภาษาอังกฤษจะรวมเป็นคำเดียวยาวๆ โดยการใส่คำนำหน้าและคำต่อท้ายแทนที่จะใช้คำบุพบทแยกกัน
ทำไมภาษาตุรกีถึงน่าสนใจ
1. ภาษาตุรกีเป็นภาษาพื้นเมืองของผู้คนมากกว่า 80 ล้านคนทั่วโลกซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในประเทศตุรกี ภาษาตุรกีเป็นภาษาที่ใช้พูดกันมากเป็นอันดับสองในเยอรมนีมีคนอีก 15 ล้านคนทั่วโลกที่พูดภาษาตุรกีเป็นภาษาที่สอง
2. ตุรกีเป็นอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง มีอายุย้อนกลับไปถึง 6,000 ปีก่อนคริสตศักราช มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
3. สาธารณรัฐตุรกีเชื่อมโยงทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมกับยุโรปตะวันออก เอเชียกลาง และตะวันออกกลาง ดังนั้นภาษาตุรกีและความรู้เกี่ยวกับตุรกีจึงเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจธุรกิจระหว่างประเทศหรือการเมืองในภูมิภาคเหล่านี้ ในทำนองเดียวกัน
4. การเรียนภาษาตุรกีจะทำให้น้องๆ มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะทำให้เราเป็นทรัพยากรที่มีค่าสำหรับบริษัท รัฐบาล และองค์กรอื่นๆ ที่ส่งเสริมพันธมิตรที่มีประสิทธิผลกับตะวันออกกลาง
5. การเรียนภาษาตุรกียังช่วยวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเรียนรู้ภาษาเติร์กสมัยใหม่ภาษาอื่นๆเช่น ภาษาคาซัค คีร์กีซ ตาตาร์ อุซเบก และอุยกูร์ ภาษาเติร์กต่างๆมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด และบางภาษาสามารถเข้าใจร่วมกันได้ ภาษาเหล่านี้หลายภาษาพูดกันในภูมิภาคที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เช่น คอเคซัส บอลข่าน จีน และอดีตสหภาพโซเวียต การเชี่ยวชาญไวยากรณ์ภาษาตุรกีทำให้การเรียนรู้ภาษาเติร์กอื่นๆ ง่ายขึ้นอย่างมาก
6.ภาษาตุรกีก็เป็นภาษาโรแมนติกเช่นเดียวกับ ภาษาฝรั่งเศสและภาษาอิตาลี
เช่น แทนที่จะพูดว่า “สวัสดีตอนเช้า” หรือ “ราตรีสวัสดิ์” ชาวเติร์กจะพูดว่า günaydın และtünaydınซึ่งแปลว่า“กลางวันสดใส” และ “กลางคืนสดใส”
นอกจากนี้ ชาวเติร์กยังเรียกคนที่ตัวเองรักว่า “ลมหายใจของฉัน” ( nefesim ) “ดวงตาของฉัน” ( gözlerim ) และ “ชีวิตของฉัน” ( hayatım )
7. ตุรกีเป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่บริเวณจุดตัดระหว่างยุโรปตะวันออก เอเชียกลาง และตะวันออกกลาง ภาษาตุรกีอาจเป็นภาษาสำคัญที่ควรเรียนรู้หากน้องๆ กำลังแสวงหาโอกาสทางอาชีพในภูมิภาคดังกล่าว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสนใจและเป้าหมายของน้องๆ ด้วย
ประเทศที่ใช้ภาษาตุรกี
ตุรกี, อิรัก, ซีเรีย, เยอรมนี, ออสเตรีย, บัลแกเรีย, มาซิโดเนียเหนือ, นอร์เทิร์นไซปรัส, กรีซ และคอเคซัส
3 เทคนิคช่วยให้เก่งภาษา
การเรียนภาษาจำเป็นต้องมีเทคนิคเหมือนการเรียนวิชาอื่นๆ เพื่อให้การเรียนมีประสิทธิภาพและใช้งานได้จริง แต่ละคนก็มักจะมีเทคนิควิธีในการเรียนภาษาในแบบที่ตัวเองถนัดและใช้ได้ผลดีที่สุด วันนี้พี่พับพราวเลยอยากจะมาแนะนำเทคนิคง่ายๆ ต่อการเรียนภาษาที่น้องๆ ภาษานำไปใช้ได้อย่างแน่นอน ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีเทคนิคอะไรบ้าง
1. ใช้ในชีวิตประจำวัน
เมื่อเราได้ความรู้ภาคทฤษฎีจากในห้องเรียนแล้วการนำมาปฏิบัติจริงในภาคปฏิบัติก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ การฝึกพูดบ่อยๆ ใช้ภาษาบ่อยๆ จะทำให้เราจดจำภาษานั้นได้ดียิ่งขึ้น การเรียนหนึ่งครั้งสมองของเรานั้นได้จดจำไว้ทั้งหมดแล้ว แต่การนำมันออกมาใช้บ่อยๆ จะเป็นการฝึกให้เราไม่ลืมสิ่งที่ได้เรียนรู้มาไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง สั่งอาหาร หรือพูดคุยกับคนทั่วไป อย่าได้กลัวหรืออายที่จะใช้พูดออกไป ความกล้าจะช่วยให้น้องๆ ผ่านมันไปได้
2. เรียนรู้จากเจ้าของภาษา
การมีสังคมที่มีเจ้าของภาษาล้อมรอบเป็นอีกหนึ่งทางที่จะทำให้เราได้ใช้ภาษาบ่อยๆเหมือนเป็นการบังคับตัวเองให้ใช้ภาษานั้นในการสื่อสาร การรู้จักกับใครสักคนที่เป็นเจ้าของภาษานอกจากจะได้เพื่อนเพิ่มแล้วยังได้ฝึกภาษาอีกด้วย
3. สอดแทรกไว้ในงานอดิเรก
สองข้อแรกนั้นอาจจะทำให้น้องๆ รู้สึกเบื่อหรือไม่สนุกกับการใช้ภาษามากนัก เพราะฉะนั้นอีกหนึ่งเทคนิคที่ง่ายมากๆ นั่นคือการเอาภาษามาอยู่ในความชอบของน้องๆ เอง ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง หรืองานอดิเรกต่างๆ การเปลี่ยนภาษาแม่เป็นให้เป็นภาษาที่เรากำลังศึกษาอยู่จะช่วยเปิดการมองเห็นให้เราได้ซึมซับภาษานั้นบ่อยๆ จนกลายเป็นความเคยชิน เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ใช้ได้ผลดีอย่างยิ่ง
เป็นยังไงกันบ้างคะ 12 ภาษาต่างประเทศที่น่าจับตามอง ที่พี่พับพราวหยิบมาแนะนำให้น้องๆ Dek-D รวมถึง 3 เทคนิคช่วยให้เก่งภาษาด้วย เรื่องภาษานั้นไม่ง่ายแต่ก็ไม่ได้ยากถ้าหากว่าน้องๆ มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และสนใจอยากจะศึกษาเรียนรู้ภาษาเหล่านั้นจริงๆ ความพยายามไม่เคยทำร้ายใครถ้าเราไม่ถอยใจไปซะก่อน พี่พับพราวหวังว่าน้องๆ จะมีความสุขกับการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ นะคะ