โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เสนาแทงสวน อสังหาฯ ลักชูรี โฟกัสตลาด “Affordable” แม้ยอดรีเจคสูง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ก.พ. 2568 เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2568 เวลา 03.53 น.

เสนาลุยต่อ อสังหาฯ “Affordable” เพราะประชากรในกรุงเทพเกินครึ่งมีกำลังซื้อบ้านไม่เกิน 3.6 ล้านบาทเท่านั้น โมเดล LiveNex แก้เกมยอดรีเจคสูงได้ผล ปี 67 ปล่อยบ้านไปแล้ว 976 ยูนิตมูลค่า 1.9 พันล้าน ปี 68 วางเป้าเพิ่ม 1,000 ยูนิต คาดดันยอดขายทั้งปีแตะ 15,500 ลบ. ยอดโอน 10,000 ลบ.

ตลาดอสังริมทรัพย์ยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา กำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง ยอดปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเซกเตอร์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ “Affordable” หรือกลุ่มราคา 1-3 ล้านบาท

ส่งผลให้เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ในระยะ 1-3 ปีมานี้ ดีเวลลอปเปอร์เกือบทุกรายลดสัดส่วนของ “Affordable” ลงและหันไปดีเวลลอปโครงการลักซัวรี่ขึ้นไปเพราะจับตลาดบนซึ่งยังคงมีกำลังซื้อ

แต่สำหรับลีดเดอร์มาร์เก็ตของตลาด Affordable อย่างเสนาดีเวลลอปเม้นท์ กลับเห็นต่างและยืนยันว่าจะยังคงโฟกัสตลาดนี้ต่อไป

ทั้งนี้ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ (ดร.ยุ้ย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA สะท้อนความเห็นที่น่าสนใจว่า ปี 2024 ที่ผ่านมาเป็นอีก 1 ปีแห่งความท้าทายอย่างมากของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น และโครงสร้างเศรษฐกิจที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว และความท้าทายนั้นก็ยังไม่ได้หายไปในปี 2025 นี้

อย่างไรก็ตามปี 2024 Performance ที่เกิดขึ้น 9 เดือนแรก SENA สามารถทำยอด Pre-Sales สูงถึง 12,500 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการ LivNex เช่าออมบ้าน ที่มียอดขาย 1,900 ล้านบาท จาก 976 ยูนิต และมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ 6,515 ล้านบาท

“เรายึดมั่นใน Position ของ “Affordable” แม้ว่าในปีที่ผ่านมาจะเห็นสัญญาณความลำบากของผู้บริโภคในการเข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้น้อยลง SENA มียูนิตการขาย 15,000 ยูนิตในจำนวนนี้มี 13,000 ยูนิตหรือเกิน 80% ของบริษัทเป็นยอดที่อยู่ในช่วงของ Affordable segment หรือระดับราคา 1-3 ล้านบาท

แม้ว่า segment นี้เป็น segment ที่คนส่วนใหญ่กู้ไม่ผ่าน แต่ที่เราเลือกอยู่ใน segment นี้ตลอดเพราะประชากรส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ เกิน 50% มีกำลังซื้อได้ไม่เกิน 3.6 ล้านบาท SENA ไม่ได้อยากขายบ้านเพื่อทำกำไรอย่างเดียว เราอยากขายบ้านที่คนกรุงเทพฯส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้”

และสำหรับปี 2025 ผู้บริหารยังยืนยันว่าไดเรคชั่นของ SENA ยังคงยึดมั่นใน positioning ของการเป็น market Leader ใน “Affordable” เหมือนเดิมเพราะเป็นตลาดของคนส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ และ SENA ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดถึง 20% หรือมากกว่า 20,000 ยูนิต โดยเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ 12 โครงการ แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 11 โครงการ และโครงการแนวราบ 1 โครงการ มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 15,500 ล้านบาท และยอดโอน 10,000 ล้านบาท ซึ่งได้รวมสัดส่วนรายได้จากโครงการ LivNex เช่าออมบ้าน

“เพราะเราจริงจังในการทำให้คนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น เราถึงกล้าที่จะลงทุนเพิ่มต่อในเซกเมนต์ที่หลายคนอาจจะกลัว แต่นั่นคือเซกเมนต์ที่ที่คนกรุงเทพฯอยู่เยอะที่สุดอย่าง Affordable ดังนั้นในจำนวนการเปิดโครงการใหม่ 11 โครงการในปีนี้ทั้งหมดจะอยู่ในเซกเมนต์ “Affordable” ราคา 1-3 ล้านบาทเหมือนเดิม

ซึ่งจะทำให้เรารักษาความเป็นผู้นำในตลาด “Affordable” ในกรุงเทพฯได้ ขณะเดียวกันเราจะไม่มีแค่เป้าขายและเป้าโอนเราจะมีเป้า LivNex ที่ปีนี้ตั้งใจจะทำเพิ่มอีก 1,000 ยูนิตเพื่อให้คนที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อได้มีความสามารถในการซื้อบ้านแม้ต้องรอ 3 ปีก็ตาม”

โดยจะมุ่ง กลยุทธ์ “Refined Focus” ภายใต้ 4 แกนหลัก ดังนี้

No.1 in Affordable Market : เสนาเป็นผู้นำตลาด Affordable ปัจจุบันมีบ้านและคอนโดรวม 12,600 ยูนิต มูลค่ารวม 30,600 ล้านบาท ตอบโจทย์กลุ่มเรียลดีมานด์ ซึ่งมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน คิดเป็น 54% ของครัวเรือนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

Strong Partnership : ความร่วมมือกับ ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป พันธมิตรทางธุรกิจที่ยาวนานกว่า 9 ปี พัฒนาโครงการรวม 66 โครงการ มูลค่ากว่า 83,000 ล้านบาท

SENA Eco System to Make Us Stronger : การขับเคลื่อนธุรกิจที่เสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ของกลุ่มธุรกิจหลัก

  • SenX (เซ็นเอกซ์) - ยกระดับบริการอสังหาริมทรัพย์ด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี
  • SENA Green Energy - ก้าวสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด The New S-Curve
  • ขยาย SENA Green Automotive สู่การเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 3 แบรนด์ NETA, LEAP และ DEEPAL

Sustainable Living Leadership : พัฒนานวัตกรรมที่อยู่อาศัยยั่งยืน ได้แก่ แนวคิดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ 42 โครงการ 4,290 ยูนิต ลดการปล่อยคาร์บอนได้ไม่ต่ำกว่า 6,993 ตันคาร์บอนต่อปี

  • พัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต บ้าน ZEH (Zero Energy House ) New Model บ้านเดี่ยวติดโซลาร์รูฟพร้อมแบตเตอรี่ กับ Segment High Class “Grand Serie” ครั้งแรก ที่โครงการ เสนา พาร์ค แกรนด์ กม. 9
  • เปิดตัวครั้งแรก แฟล็กชิป คอนโดโลว์คาร์บอน พร้อมเข้าอยู่ 2 โครงการ คือ เฟล็กซี่ เมกะ สเปซ บางนา (Flexi Mega Space Bangna) และ นิช โมโน บางโพ (Niche Mono Bangpo)
  • เปิดตัว “LivNex” นวัตกรรมเช่าออมบ้าน เมื่อปีที่ผ่านมา และปีนี้พบ “RentNex” Subscription คอนโด โมเดลของวงการอสังหาฯ ซึ่งได้รับความสนใจและผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของแนวทางนี้อย่างชัดเจน โดยมีลูกค้าเข้าร่วมโครงการ LivNex แล้วกว่า 976 ยูนิต มูลค่า 1,900 ล้านบาท
  • เดินหน้าบริการ V-Move, Smart Mobility concept นวัตกรรมที่ใช้รถพลังงานไฟฟ้าเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ ตั้งเป้าพัฒนา 24 โครงการ แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 20 โครงการ และบ้าน 4 โครงการ ตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนได้ไม่ต่ำกว่า 11,720 ตันคาร์บอนต่อปี เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 1,172,006 ต้น
  • The First EV Ready ติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการบ้านและที่อยู่อาศัย และส่วนกลาง
  • พัฒนา Smart Application ต่างๆ ได้แก่ SENA 360 ให้บริการครอบคลุมทุกเรื่องของการซื้อที่อยู่อาศัย, Sen Prop ให้บริการลูกบ้านทุกเรื่องของการอยู่อาศัยในโครงการ และ Smartify Home ผู้ช่วยในการตกแต่งบ้านและคอนโด เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและประสิทธิภาพการอยู่อาศัย

“segment “Affordable” ไม่ได้ขายากแต่ยากตรงโอนเพราะจะมีปัญหามากในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพราะฉะนั้นการนำเสนอไฟแนนซ์เชียล อินโนเวชั่น ก็มีความสำคัญไม่ว่าจะเป็น “LivNex” ปีที่แล้วเราสามารถทำได้ 1.9 พันล้าน ดังนั้นในปีนี้เราจะทำ “LivNex” ต่อและทำให้ดีขึ้นปีที่แล้วเรามีลูกค้าที่เข้าโครงการ “LivNex” แล้วกว่า 976 ยูนิตที่จะสามารถมีบ้านได้ใน 3 ปี

นอกจากนี้เราก็ยังได้ออก “RentNex” เพราะสมัยนี้ไม่ใช่ทุกคนที่อยากซื้อบ้านโดยเฉพาะ First jopper ซึ่งปัจจุบันคอนโดสำหรับเช่ามีไม่มากส่วนมากจะเป็นอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งในแง่ของโลเคชั่นอาจจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับคอนโดได้ และเรื่องที่สำคัญมากก็คือการจ่ายค่าเช่าทุกเดือน นั้นสามารถเป็น Asset ที่สำคัญในการไปซื้อของได้ในอนาคต ตอนนี้ LivNex เรามี 44 project ส่วน RentNex 25 project

เราเคยอยู่ในโลกที่ว่าที่อยู่อาศัยคือซื้อกับเช่าแต่โลกใบนั้นอาจจะแคบเกินไปสำหรับปัจจุบัน ไม่ว่าจะเกิดจากเศรษฐกิจไม่ดีดอกเบี้ยยังแพง เด็กรุ่นใหม่ยังไม่พร้อมในการกู้ หรือธนาคารปฏิเสธสินเชื่อก็ตาม แต่เราไม่เชื่อว่าจะมีช้อยแค่ซื้อและเช่า จะเป็นกำแพงที่ทำให้คนสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้เราจึงมี LivNex เพื่อเป็นช่องว่างตรงกลางที่ไม่ใช่ต้องเลือกเช่าอย่างเดียวแล้วไม่ได้ Asset อะไรเลย หรือต้องกู้ธนาคารและเป็นหนี้ 30 ปี”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...