เสนาแทงสวน อสังหาฯ ลักชูรี โฟกัสตลาด “Affordable” แม้ยอดรีเจคสูง
เสนาลุยต่อ อสังหาฯ “Affordable” เพราะประชากรในกรุงเทพเกินครึ่งมีกำลังซื้อบ้านไม่เกิน 3.6 ล้านบาทเท่านั้น โมเดล LiveNex แก้เกมยอดรีเจคสูงได้ผล ปี 67 ปล่อยบ้านไปแล้ว 976 ยูนิตมูลค่า 1.9 พันล้าน ปี 68 วางเป้าเพิ่ม 1,000 ยูนิต คาดดันยอดขายทั้งปีแตะ 15,500 ลบ. ยอดโอน 10,000 ลบ.
ตลาดอสังริมทรัพย์ยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา กำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง ยอดปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเซกเตอร์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ “Affordable” หรือกลุ่มราคา 1-3 ล้านบาท
ส่งผลให้เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ในระยะ 1-3 ปีมานี้ ดีเวลลอปเปอร์เกือบทุกรายลดสัดส่วนของ “Affordable” ลงและหันไปดีเวลลอปโครงการลักซัวรี่ขึ้นไปเพราะจับตลาดบนซึ่งยังคงมีกำลังซื้อ
แต่สำหรับลีดเดอร์มาร์เก็ตของตลาด Affordable อย่าง“เสนาดีเวลลอปเม้นท์” กลับเห็นต่างและยืนยันว่าจะยังคงโฟกัสตลาดนี้ต่อไป
ทั้งนี้ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ (ดร.ยุ้ย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA สะท้อนความเห็นที่น่าสนใจว่า ปี 2024 ที่ผ่านมาเป็นอีก 1 ปีแห่งความท้าทายอย่างมากของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น และโครงสร้างเศรษฐกิจที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว และความท้าทายนั้นก็ยังไม่ได้หายไปในปี 2025 นี้
อย่างไรก็ตามปี 2024 Performance ที่เกิดขึ้น 9 เดือนแรก SENA สามารถทำยอด Pre-Sales สูงถึง 12,500 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการ LivNex เช่าออมบ้าน ที่มียอดขาย 1,900 ล้านบาท จาก 976 ยูนิต และมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ 6,515 ล้านบาท
“เรายึดมั่นใน Position ของ “Affordable” แม้ว่าในปีที่ผ่านมาจะเห็นสัญญาณความลำบากของผู้บริโภคในการเข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้น้อยลง SENA มียูนิตการขาย 15,000 ยูนิตในจำนวนนี้มี 13,000 ยูนิตหรือเกิน 80% ของบริษัทเป็นยอดที่อยู่ในช่วงของ Affordable segment หรือระดับราคา 1-3 ล้านบาท
แม้ว่า segment นี้เป็น segment ที่คนส่วนใหญ่กู้ไม่ผ่าน แต่ที่เราเลือกอยู่ใน segment นี้ตลอดเพราะประชากรส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ เกิน 50% มีกำลังซื้อได้ไม่เกิน 3.6 ล้านบาท SENA ไม่ได้อยากขายบ้านเพื่อทำกำไรอย่างเดียว เราอยากขายบ้านที่คนกรุงเทพฯส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้”
และสำหรับปี 2025 ผู้บริหารยังยืนยันว่าไดเรคชั่นของ SENA ยังคงยึดมั่นใน positioning ของการเป็น market Leader ใน “Affordable” เหมือนเดิมเพราะเป็นตลาดของคนส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ และ SENA ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดถึง 20% หรือมากกว่า 20,000 ยูนิต โดยเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ 12 โครงการ แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 11 โครงการ และโครงการแนวราบ 1 โครงการ มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 15,500 ล้านบาท และยอดโอน 10,000 ล้านบาท ซึ่งได้รวมสัดส่วนรายได้จากโครงการ LivNex เช่าออมบ้าน
“เพราะเราจริงจังในการทำให้คนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น เราถึงกล้าที่จะลงทุนเพิ่มต่อในเซกเมนต์ที่หลายคนอาจจะกลัว แต่นั่นคือเซกเมนต์ที่ที่คนกรุงเทพฯอยู่เยอะที่สุดอย่าง Affordable ดังนั้นในจำนวนการเปิดโครงการใหม่ 11 โครงการในปีนี้ทั้งหมดจะอยู่ในเซกเมนต์ “Affordable” ราคา 1-3 ล้านบาทเหมือนเดิม
ซึ่งจะทำให้เรารักษาความเป็นผู้นำในตลาด “Affordable” ในกรุงเทพฯได้ ขณะเดียวกันเราจะไม่มีแค่เป้าขายและเป้าโอนเราจะมีเป้า LivNex ที่ปีนี้ตั้งใจจะทำเพิ่มอีก 1,000 ยูนิตเพื่อให้คนที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อได้มีความสามารถในการซื้อบ้านแม้ต้องรอ 3 ปีก็ตาม”
โดยจะมุ่ง กลยุทธ์ “Refined Focus” ภายใต้ 4 แกนหลัก ดังนี้
No.1 in Affordable Market : เสนาเป็นผู้นำตลาด Affordable ปัจจุบันมีบ้านและคอนโดรวม 12,600 ยูนิต มูลค่ารวม 30,600 ล้านบาท ตอบโจทย์กลุ่มเรียลดีมานด์ ซึ่งมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน คิดเป็น 54% ของครัวเรือนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
Strong Partnership : ความร่วมมือกับ ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป พันธมิตรทางธุรกิจที่ยาวนานกว่า 9 ปี พัฒนาโครงการรวม 66 โครงการ มูลค่ากว่า 83,000 ล้านบาท
SENA Eco System to Make Us Stronger : การขับเคลื่อนธุรกิจที่เสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ของกลุ่มธุรกิจหลัก
- SenX (เซ็นเอกซ์) - ยกระดับบริการอสังหาริมทรัพย์ด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี
- SENA Green Energy - ก้าวสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด The New S-Curve
- ขยาย SENA Green Automotive สู่การเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 3 แบรนด์ NETA, LEAP และ DEEPAL
Sustainable Living Leadership : พัฒนานวัตกรรมที่อยู่อาศัยยั่งยืน ได้แก่ แนวคิดบ้านพลังงานเป็นศูนย์ 42 โครงการ 4,290 ยูนิต ลดการปล่อยคาร์บอนได้ไม่ต่ำกว่า 6,993 ตันคาร์บอนต่อปี
- พัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต บ้าน ZEH (Zero Energy House ) New Model บ้านเดี่ยวติดโซลาร์รูฟพร้อมแบตเตอรี่ กับ Segment High Class “Grand Serie” ครั้งแรก ที่โครงการ เสนา พาร์ค แกรนด์ กม. 9
- เปิดตัวครั้งแรก แฟล็กชิป คอนโดโลว์คาร์บอน พร้อมเข้าอยู่ 2 โครงการ คือ เฟล็กซี่ เมกะ สเปซ บางนา (Flexi Mega Space Bangna) และ นิช โมโน บางโพ (Niche Mono Bangpo)
- เปิดตัว “LivNex” นวัตกรรมเช่าออมบ้าน เมื่อปีที่ผ่านมา และปีนี้พบ “RentNex” Subscription คอนโด โมเดลของวงการอสังหาฯ ซึ่งได้รับความสนใจและผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของแนวทางนี้อย่างชัดเจน โดยมีลูกค้าเข้าร่วมโครงการ LivNex แล้วกว่า 976 ยูนิต มูลค่า 1,900 ล้านบาท
- เดินหน้าบริการ V-Move, Smart Mobility concept นวัตกรรมที่ใช้รถพลังงานไฟฟ้าเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ ตั้งเป้าพัฒนา 24 โครงการ แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 20 โครงการ และบ้าน 4 โครงการ ตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนได้ไม่ต่ำกว่า 11,720 ตันคาร์บอนต่อปี เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 1,172,006 ต้น
- The First EV Ready ติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการบ้านและที่อยู่อาศัย และส่วนกลาง
- พัฒนา Smart Application ต่างๆ ได้แก่ SENA 360 ให้บริการครอบคลุมทุกเรื่องของการซื้อที่อยู่อาศัย, Sen Prop ให้บริการลูกบ้านทุกเรื่องของการอยู่อาศัยในโครงการ และ Smartify Home ผู้ช่วยในการตกแต่งบ้านและคอนโด เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและประสิทธิภาพการอยู่อาศัย
“segment “Affordable” ไม่ได้ขายากแต่ยากตรงโอนเพราะจะมีปัญหามากในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพราะฉะนั้นการนำเสนอไฟแนนซ์เชียล อินโนเวชั่น ก็มีความสำคัญไม่ว่าจะเป็น “LivNex” ปีที่แล้วเราสามารถทำได้ 1.9 พันล้าน ดังนั้นในปีนี้เราจะทำ “LivNex” ต่อและทำให้ดีขึ้นปีที่แล้วเรามีลูกค้าที่เข้าโครงการ “LivNex” แล้วกว่า 976 ยูนิตที่จะสามารถมีบ้านได้ใน 3 ปี
นอกจากนี้เราก็ยังได้ออก “RentNex” เพราะสมัยนี้ไม่ใช่ทุกคนที่อยากซื้อบ้านโดยเฉพาะ First jopper ซึ่งปัจจุบันคอนโดสำหรับเช่ามีไม่มากส่วนมากจะเป็นอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งในแง่ของโลเคชั่นอาจจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับคอนโดได้ และเรื่องที่สำคัญมากก็คือการจ่ายค่าเช่าทุกเดือน นั้นสามารถเป็น Asset ที่สำคัญในการไปซื้อของได้ในอนาคต ตอนนี้ LivNex เรามี 44 project ส่วน RentNex 25 project
เราเคยอยู่ในโลกที่ว่าที่อยู่อาศัยคือซื้อกับเช่าแต่โลกใบนั้นอาจจะแคบเกินไปสำหรับปัจจุบัน ไม่ว่าจะเกิดจากเศรษฐกิจไม่ดีดอกเบี้ยยังแพง เด็กรุ่นใหม่ยังไม่พร้อมในการกู้ หรือธนาคารปฏิเสธสินเชื่อก็ตาม แต่เราไม่เชื่อว่าจะมีช้อยแค่ซื้อและเช่า จะเป็นกำแพงที่ทำให้คนสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้เราจึงมี LivNex เพื่อเป็นช่องว่างตรงกลางที่ไม่ใช่ต้องเลือกเช่าอย่างเดียวแล้วไม่ได้ Asset อะไรเลย หรือต้องกู้ธนาคารและเป็นหนี้ 30 ปี”